ระบบสลับชะตากับคุณชายสายซึน•ตอนที่ 2

วิธีแก้บั๊กฉบับคนฉลาดแกมโกง

ผลงานโดย น้ำผึ้งหยดแรก
บรรยากาศภายในห้องใต้หลังคาพลันเงียบสนิทลงในพริบตาเดียว ดั่งโลกทั้งใบหยุดหมุน กลิ่นอายของกระดาษโบราณและฝุ่นผงที่ลอยเคคว้างกลางลำแสงสลัวจากช่องหน้าต่าง ดูจะหนาแน่นจนเกือบจะจับต้องได้ หลินซูยี่กวาดสายตาคมกริบมองตัวอักษรเรืองแสงสีแดงฉานที่ลอยเคว้งอยู่กลางอากาศ หน้าจออินเทอร์เฟซของระบบวิเคราะห์บั๊กกำลังกะพริบถี่รัว พร้อมกับเสียงเตือนในหัวที่ดังระรัวราวกับกลองศึก *[คำเตือนระบบ: ตรวจพบความผิดปกติทางโครงสร้างวิญญาณ ระดับความเสถียร: 12% อายุขัยคงเหลือ: 3 ชั่วโมง 45 นาที]* *[เงื่อนไขการต่ออายุขัย: จำเป็นต้องแก้ไข 'จุดบกพร่อง' ของเขตแดนต้องห้ามชั้นในให้สำเร็จก่อนเวลาหมดลง]* "ให้ตายสิ... ระบบนี้นี่มันเลือดเย็นเสียจริง ให้เวลามาน้อยนิดราวกับกลัวฉันจะใช้ชีวิตคุ้มอย่างนั้นแหละนะคะ" ซูยี่พึมพำกับตัวเองเบาๆ ริมฝีปากบางยกยิ้มหยันขึ้นเล็กน้อย ดวงตากลมโตฉายแววเจ้าเล่ห์และประกายความเฉลียวฉลาดของโปรแกรมเมอร์มือฉกาจผู้ผ่านการแก้บั๊กโค้ดนับล้านบรรทัดมาแล้วในโลกเก่า นางไม่ได้ตื่นตระหนกแม้แต่น้อย ความกดดันระดับนี้สำหรับนางแล้วมันไม่ต่างอะไรจากการนั่งแก้โค้ดระบบตอนตีสองที่มีเดดไลน์ส่งงานตอนแปดโมงเช้า—คุ้นเคยเสียยิ่งกว่าอะไร ซูยี่หมุนตัวกลับอย่างรวดเร็ว ปลายนิ้วเรียวเรียงร้อยพลังเวทสีฟ้าจางๆ ขึ้นกลางอากาศ นางไม่ได้เลือกที่จะวิ่งหนีหรือหาทางออกจากห้องใต้หลังคาตามสัญชาตญาณดิบของมนุษย์ทั่วไป ทว่ากลับเลือกที่จะนั่งลงกับพื้นไม้ที่ส่งเสียงเอี๊ยดอาด ดึงเอาชุดกระดาษบันทึกเวทมนตร์โบราณที่กองอยู่มุมห้องมาพลิกดูอย่างละเอียด นางกำลังมองหา 'ตรรกะที่ผิดเพี้ยน' ของระบบเวทที่หล่อเลี้ยงตระกูลมู่หรงแห่งนี้อยู่ โลกแฟนตาซีใบนี้ไม่ได้ขับเคลื่อนด้วยปาฏิหาริย์เพียงอย่างเดียว แต่มันขับเคลื่อนด้วยกฎเกณฑ์และโครงสร้างเวทมนตร์ที่ซับซ้อน—และทุกโครงสร้างย่อมมีช่องโหว่เสมอ ในขณะเดียวกัน ที่เบื้องล่างของหอคอยตระกูลมู่หรง เสียงฝีเท้าหนักแน่นแต่แผ่วเบาก็ลอยขึ้นมาตามบันไดวน มู่หรงเฉิงในชุดคลุมสีดำสนิทปักดิ้นเงินลายเมฆาล้อมอัคคี ใบหน้าคมคายเย็นชาดั่งน้ำแข็งพันปี ทว่านัยน์ตาคู่คมกลับฉายแววครุ่นคิดอย่างลึกซึ้ง เขากำลังก้าวขึ้นมายังห้องใต้หลังคาแห่งนี้ด้วยสัญชาตญาณบางอย่างที่บอกว่า... มีบางคนกำลังเล่นสนุกกับระบบโครงสร้างเวทที่บรรพบุรุษสร้างไว้ "ใครอยู่ข้างบนนั้น" น้ำเสียงทุ้มต่ำทรงอำนาจเอ่ยขึ้น ทว่ายังไม่ทันที่ซูยี่จะได้เอ่ยปากตอบ ประตูไม้บานเก่าก็ถูกผลักเปิดออกด้วยพลังเวทมหาศาล แรงกระแทกทำให้ฝุ่นตลบอบอวลไปทั่ว ทว่าสิ่งที่ดึงดูดสายตาของท่านอธิการบดีหนุ่มกลับไม่ใช่สภาพห้อง หากแต่เป็นร่างเพรียวบางของหญิงสาวที่กำลังนั่งไขว่ห้างถือม้วนคัมภีร์กลับหัวอยู่ต่างหาก มู่หรงเฉิงชะงักไปเล็กน้อย คิ้วเรียวขมวดเข้าหากันอย่างไม่สบอารมณ์ "เจ้า... เป็นใครกัน ถึงกล้าบุกรุกเข้ามาในเขตหวงห้ามชั้นสามของหอคอยชะตา?" ซูยี่เงยหน้าขึ้นสบตาอีกฝ่าย รอยยิ้มทะเล้นปรากฏขึ้นบนใบหน้าเนียนใส นางไม่ได้แสดงท่าทีหวาดกลัวต่อแรงกดดันระดับมหาเวทที่แผ่ออกมาจากตัวของอธิการบดีหนุ่มเลยแม้แต่น้อย กลับกัน นางยังกวาดสายตาสำรวจร่างสูงใหญ่ตรงหน้าอย่างวิเคราะห์ *โอ้... พลังเวทในตัวเขากำลังปั่นป่วนจริงๆ ด้วยสินะคะ* เสียงระบบในหัวของซูยี่วิเคราะห์วิเคราะห์ข้อมูลเบื้องหลังของมู่หรงเฉิงทันทีโดยไม่ต้องสั่ง *นี่สินะ... บั๊กตัวใหญ่ระดับบอสประจำสถาบัน* "ดิฉันชื่อหลินซูยี่ค่ะท่านอธิการบดี... เป็นแค่ 'ผู้ช่วย' คนใหม่ที่ระบบส่งมาช่วยท่านแก้ปัญหาเฉพาะหน้า... เอ่อ หรือจะเรียกว่าคนที่จะมาช่วยชีวิตท่านไม่ให้พลังเวทธาตุไฟเข้าแทรกจนกลายเป็นน้ำแข็งก้อนเดินได้ดีล่ะคะ?" ซูยี่ตอบด้วยน้ำเสียงกวนประสาทเล็กน้อย ดวงตาพราวระยับด้วยความสนุกสนาน มู่หรงเฉิงแค่นเสียง "Hump!" ในลำคอ ดวงตาดำสนิทวาวโรจน์ด้วยความไม่พอใจ "สามหาม! เจ้าเป็นใครมาจากไหน ถึงกล้าอาจหาญมาวิจารณ์สภาพร่างกายของข้า ออกไปจากที่นี่เสีย มิฉะนั้น..." "มิฉะนั้นท่านก็จะใช้พลังเวทกดดันให้ดิฉันกระเด็นออกไปทางหน้าต่างสินะคะ?" ซูยี่พูดแทรกขึ้นมาหน้าตาเฉย พร้อมกับยกปลายนิ้วขึ้นแตะกลางอากาศเบาๆ "แต่เสียใจด้วยนะคะท่านอธิการบดี ถ้าท่านใช้พลังเวทตอนนี้ โครงสร้างการไหลเวียนของมานาที่หน้าอกด้านซ้ายของท่านจะตีกลับ และ... บูม! ท่านจะสลบเหมือดไปสามวันสามคืนโดยที่หาทางแก้ไม่ได้เลยล่ะค่ะ" สิ้นคำพูดของหญิงสาว บรรยากาศภายในห้องก็พลันเย็นเยียบลงจนถึงขีดสุด มู่หรงเฉิงชะงักค้าง มือหนาที่กำลังจะยกขึ้นร่ายเวทหยุดชะงักลงกลางคัน นัยน์ตาคู่คมมองหญิงสาวตรงหน้าด้วยความตกตะลึงระคนหวาดระแวง ความลับเรื่องอาการธาตุไฟแทรกซ้อนนี้ เขาเก็บซ่อนมันไว้อย่างมิดชิดแม้กระทั่งกับผู้อาวุโสสูงสุดในสถาบัน เหตุใด... หญิงสาวแปลกหน้าผู้นี้จึงรู้ได้เพียงแค่การมองปราดเดียว? "เจ้า... รู้ได้อย่างไร?" มู่หรงเฉิงเค้นเสียงถาม รังรังสีสังหารแผ่ออกมาจากรอบกายจนอากาศบิดเบี้ยว "เพราะดิฉันมี 'ตาข่ายดักจับบั๊ก' ที่ท่านไม่มีอย่างไรล่ะคะ" ซูยี่ลุกขึ้นยืนปัดฝุ่นตามกระโปรงอย่างไม่ยี่ห้อ ก่อนจะก้าวเข้าไปประชิดตัวชายหนุ่มด้วยความรวดเร็ว จนมู่หรงเฉิงต้องผถอยหลังไปครึ่งก้าวด้วยความประหลาดใจกับความกล้าบ้าบิ่นนี้ "แต่ถ้าท่านไม่อยากให้ความลับเรื่องอาการเสื่อมถอยของพลังเวทแพร่งพรายออกไป... เรามาทำข้อตกลงกันดีกว่าไหมคะ?" มู่หรงเฉิงจ้องมองใบหน้าเนียนใสที่อยู่ห่างกันเพียงคืบ กลิ่นอายจางๆ คล้ายดอกไม้ป่าลอยเข้าจมูก ปะปนกับความดื้อรั้นและประกายตาที่ฉลาดเป็นกรดจนน่าหมั่นไส้ ชายหนุ่มเม้มปากเป็นเส้นตรง ความซึนเดเกร.ะในตัวกำลังต่อสู้กับความเป็นจริงอย่างดุเดือด เขาเกลียดการถูกควบคุม ยิ่งเป็นผู้หญิงแปลกหน้าคนนี้ยิ่งแล้วใหญ่ แต่ปฏิกิริยาของร่างกายมันฟ้องชัดเจนว่านางพูดความจริง ในจังหวะที่บรรยากาศกำลังระอุไปด้วยแรงดึงดูดประหลาดระหว่างคนทั้งสอง เสียงฝีเท้าเร่งรีบพร้อมกับเสียงโวยวายก็ดังขึ้นจากทางบันไดวนด้านนอก "คุณหนูใหญ่บอกแล้วว่าห้ามใครขึ้นมา! เปิดประตูเดี๋ยวนี้!" เสียงแหลมเล็กของสาวใช้ตระกูลใหญ่ดังแทรกเข้ามา พร้อมกับเสียงทุบประตูดังปังๆ ซูยี่ขมวดคิ้วเล็กน้อย "โอ๊ะ... ดูเหมือนว่าเราจะมีแขกที่ไม่ได้รับเชิญมารบกวนเวลาอันเป็นส่วนตัวเสียแล้วสิคะ" มู่หรงเฉิงหันไปมองประตูด้วยแววตาเย็นชา "คุณหนูรองตระกูลหลี่... คงจะมาหาเรื่องสร้างความวุ่นวายอีกตามเคย" "ตระกูลหลี่เหรอคะ?" มุมปากของซูยี่กระตุกยิ้มเจ้าเล่ห์ "ถ้าอย่างนั้น... เปลี่ยนจากข้อตกลงธรรมดา เป็นการร่วมมือกัน 'ตบหน้า' คนพวกนั้นสักตั้งดีไหมคะท่านอธิการบดี? ถือเป็นการเรียกน้ำย่อยก่อนที่เราจะไปเคลียร์บั๊กในตัวท่านกัน" มู่หรงเฉิงมองรอยยิ้มพราวระยับนั้น หัวใจที่ด้านชามานานนับปีพลันกระตุกวูบอย่างไม่ทราบสาเหตุ ชายหนุ่มแค่นเสียงเบาๆ ในลำคอ แต่ยอมลดมือที่ร่ายเวทลง พร้อมกับเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเฉยที่ซ่อนความอ่อนโยนไว้ภายใต้ความเยือกเย็น "ตามใจเจ้า... แต่อย่าทำให้ข้าต้องปวดหัวมากกว่าเดิมก็แล้วกัน" ปัง! ประตูไม้ถูกกระแทกจนเปิดอ้าออกอย่างแรง ร่างของหญิงสาวในชุดหรูหราอลังการก้าวเข้ามาพร้อมรอยยิ้มเยาะเย้ย ทว่ายังไม่ทันที่นางจะได้เอ่ยคำดูถูกใดๆ ออกมา หลินซูยี่ก็ก้าวออกไปบังหน้ามู่หรงเฉิงไว้ครึ่งหนึ่ง พร้อมกับเอ่ยด้วยน้ำเสียงหวานหยดที่แฝงไปด้วยความคมกริบชนิดที่คนฟังต้องสะดุ้ง "อุ๊ย ตายแล้ว... คุณหนูหลี่แต่งหน้าหนาเตอะขนาดนี้ ตั้งใจมาหาเศษหาเหยือกแถวหอคอยร้าง หรือว่าตั้งใจมาประจานรสนิยมต่ำๆ ของตัวเองให้ท่านอธิการบดีดูเล่นกันแน่คะเนี่ย?" *[แจ้งเตือนระบบ: ตรวจพบเหตุการณ์ความขัดแย้งระดับย่อย เริ่มต้นภารกิจเสริม: 'ดัดนิสัยคุณหนูตระกูลใหญ่' รางวัล: ขยายเวลาอายุขัย +2 ชั่วโมง และปลดล็อกทักษะวิเคราะห์ขั้นสูง!]* หน้าจอสีแดงฉานเด้งขึ้นมาตรงหน้าอีกครั้ง พร้อมกับเสียงหัวใจของมู่หรงเฉิงที่เต้นผิดจังหวะอยู่เบื้องหลัง ซูยี่หุบยิ้มลงเล็กน้อย ดวงตากลมโตเป็นประกายท้าทาย เกมสนุกๆ กำลังจะเริ่มต้นขึ้นแล้ว—และนางไม่มีทางแพ้เด็ดขาด! ... *(ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสนับสนุนน้ำผึ้งหยดแรกมาโดยตลอดนะคะ)*
สารจากนักเขียน (น้ำผึ้งหยดแรก)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ระบบสลับชะตากับคุณชายสายซึน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%