เสียงคำรามที่ฉีกกระชากมิติเมื่อครู่ยังคงสั่นสะเทือนอยู่ในแก้วหู แรงกดดันระดับมหาภัยแผ่ซ่านมาจากความมืดเบื้องล่าง ราวกับมีอสุรกายโบราณกำลังลืมตาตื่นขึ้นจากการหลับใหลอันยาวนาน หลินซูยี่กัดฟันกรอด สัมผัสได้ถึงหยาดเหงื่อที่ไหลย้อยลงมาตามกรอบหน้า ท่ามกลางบรรยากาศที่เสาหินอัคคีรอบด้านกำลังแตกละเอียดเป็นผุยผง เศษซากศิลาและลาวาเหลวหนืดกำลังร่วงหล่นลงสู่ห้วงเหวเบื้องล่างอย่างบ้าคลั่ง
หน้าจอโฮโลแกรมโปร่งแสงสีแดงฉานดีดเด้งขึ้นมาตรงหน้าด้วยความเร็วสูง เสียงแจ้งเตือนจากระบบแผดเสียงเตือนแสบแก้วหู
[คำเตือนระบบ: ตรวจพบความผิดปกติระดับวิกฤต! โครงสร้างดันเจี้ยนชั้นที่สามกำลังล่มสลาย 100%]
[อัตราการรอดชีวิต: 0.00%]
[ข้อเสนอแนะจากระบบ: แนะนำให้ท่านเตรียมตัวสวดมนต์ครั้งสุดท้าย หรือหาที่หลบภัยที่มีความหนาแน่นเชิงโครงสร้างสูงสุดภายใน 3.2 วินาทีนี้!]
"บ้าเอ้ย! ระบบเจ้าประคุณ ท่านช่วยให้คำแนะนำที่มีประโยชน์กว่านี้หน่อยจะได้ไหมคะ!" หลินซูยี่สบถในใจอย่างหัวเสีย สมองส่วนการประมวลผลทำงานด้วยความเร็วสูงยิ่งกว่าโปรเซสเซอร์รุ่นล่าสุด ดวงตาคมกวาดมองสภาพแวดล้อมรอบตัวในเสี้ยววินาที ข้อมูลโครงสร้างทางสถาปัตยกรรมของดันเจี้ยนถูกดึงขึ้นมาวิเคราะห์ผ่าน 'ระบบวิเคราะห์บั๊ก' ทันที
เบื้องหน้าของนางคือรอยแยกของมิติที่ฉีกกว้างขึ้นเรื่อยๆ แรงดึงดูดมหาศาลกำลังดูดกลืนทุกสิ่งทุกอย่างเข้าไป พื้นดินใต้ฝ่าเท้ากำลังยุบตัวลงอย่างเป็นระบบ แรงสั่นสะเทือนระดับแผ่นดินไหวทำให้ร่างเพรียวบางเซถลาจนเกือบจะร่วงหล่นลงไปในหลุมอเวจีสีดำสนิท
ทว่า... ในวินาทีที่ความตายอยู่ใกล้แค่เอื้อม แขนเสื้อสีดำสนิทปักลวดลายเมฆาเงินอันคุ้นเคยก็สะบัดวาบผ่านอากาศ เย็นยะเยือกแต่ทว่าหนักแน่นดั่งขุนเขา
*หมับ!*
เอวบางถูกคว้าไว้ด้วยวงแขนที่แข็งแกร่งดั่งคีมเหล็ก แรงกระชากอันรุนแรงดึงร่างของหลินซูยี่ให้ลอยละลิ่วหลุดพ้นจากปากเหวที่กำลังอ้าปากรอรับเหยื่อได้อย่างเฉียดฉิว กลิ่นอายจางๆ ของไม้กฤษณาและหยาดน้ำค้างยามราตรีพุ่งเข้าปะทะนาנסทันที พร้อมกับลมหายใจอุ่นร้อนที่รินรดอยู่เหนือศีรษะ
"เจ้าเด็กโง่... ถ้ายังรักชีวิตอยู่ ก็หุบปากแล้วเกาะข้าให้แน่นๆ"
น้ำเสียงทุ้มต่ำที่มักจะเยือกเย็นและแฝงความหยิ่งทะนงอยู่เสมอกลับสั่นเครือเล็กน้อยอย่างปิดไม่มิด มู่หรงเฉิงในยามนี้ปรากฏกายอยู่เบื้องหน้า ร่างระหงของอธิการบดีผู้ทรงอำนาจโอบกอดนางไว้แนบอก มือข้างหนึ่งรวบเอวบางไว้แน่นราวกับกลัวว่าหากคลายมือเพียงนิดเดียว ร่างในอ้อมแขนจะสลายหายไปกับสายลมแห่งความมืดมิด
หลินซูยี่เบิกตากว้างเล็กน้อยยามที่เงยหน้าขึ้นมองเสี้ยวหน้าด้านข้างของอีกฝ่าย ภายใต้แสงสว่างวาบจากเศษหินลาวาที่กำลังร่วงหล่น นางเห็นหยาดเหงื่อผุดพรายอยู่บนขมับของมู่หรงเฉิง พลังปราณสีม่วงเข้มที่เคยแผ่ซ่านรอบตัวอย่างยิ่งใหญ่บัดนี้กลับกระพร้ำกระพร่อนและอ่อนแรงลงอย่างเห็นได้ชัด—นี่คือผลลัพธ์จากการที่อีกฝ่ายฝืนใช้พลังระดับสูงเพื่อทะลวงมิติเข้ามาช่วยนางในเสี้ยววินาทีนี้สินะ
ซึนเดเกร.ะตัวพ่อคนนี้... ปากบอกว่ารำคาญ แต่การกระทำกลับเอาชีวิตตัวเองมาเสี่ยงตายเคียงข้างนางตลอดเวลา
"ท่านอธิการบดี..." หลินซูยี่กระซิบเสียงแผ่ว ริมฝีปากบางยกยิ้มขึ้นเล็กน้อยแม้ในสถานการณ์คับขัน "ท่านมาช่วยข้าแบบนี้... หรือว่ากลัวไม่มีคนคอยต่อปากต่อคำด้วยในสถาบันกันคะ?"
มู่หรงเฉิงเหลือบสายตาคมกริบลงมามองคนในอ้อมแขน ใบหน้าหล่อเหลาติดจะหวานล้ำแต่เย็นชาขึ้นสีแดงเรื่ออย่างรวดเร็ว—ไม่อาจระบุได้ว่าเป็นเพราะความร้อนจากลาวาเบื้องล่าง หรือเพราะความเขินอายที่ถูกจับไต๋ได้กันแน่
"เจ้ายังมีอารมณ์มาเล่นลิ้นอีกหรือ!" มู่หรงเฉิงขบเขี้ยวเคี้ยวฟันเอ็ดใส่ด้วยความหมั่นไส้ มือเรียวยาวที่โอบเอวอยู่แกล้งออกแรงบีบกระชับเข้าหากันแรงขึ้นอีกนิด จนหลินซูยี่ต้องส่งเสียงร้อง 'โอ๊ย' ออกมาเบาๆ "สถานการณ์ข้างหน้านั่นไม่ใช่เรื่องล้อเล่น ดวงตาสดใสคู่โตสีแดงฉานที่กำลังมองเราอยู่... นั่นคือ 'ราชันอสูรโลกันตร์' บรรพกาลที่ถูกผนึกไว้ใต้ชั้นที่สามแห่งนี้ พลังของมันไม่ใช่สิ่งที่พวกเราในสภาพปัจจุบันจะต่อกรได้!"
เบื้องล่างของรอยแยกมิติ ร่างมหึมาสีดำสนิทที่มีดวงตาสสีแดงฉานดั่งโลหิตคู่โตกำลังขยับตัว เสียงคำรามสะท้อนก้องกังวานจนอากาศบิดเบี้ยวเป็นระลอกคลื่น มันจ้องมองมายังมนุษย์ตัวจิ๋วทั้งสองด้วยสายตากระหายเลือด ราวกับเสือร้ายที่กำลังพิจารณาเหยื่ออันโอชะ
[แจ้งเตือนระบบ: ตรวจพบตัวตนระดับตำนาน 'ราชันอสูรโลกันตร์' (สถานะ: ตื่น 15%)]
[คำเตือน: การปะทะกับเป้าหมายในขณะที่พลังปราณของท่านอธิการบดีมู่หรงเฉิงเสื่อมถอย 40% มีโอกาสรอดชีวิต 0.03%]
[ภารกิจฉุกเฉินเฉพาะหน้า: "อ้อมกอดแห่งความตาย" — จงร่วมมือกับมู่หรงเฉิงหาทางหนีทีไล่ออกจากพื้นที่ปะทะภายใน 60 วินาที]
[รางวัลหากสำเร็จ: ปลดล็อกทักษะลับ 'ประสานจิตวิญญาณ' ขั้นสมบูรณ์ / ค่าความสัมพันธ์กับมู่หรงเฉิง +500]
[บทลงโทษหากล้มเหลว: ดับสูญไปพร้อมกับดันเจี้ยน]
หน้าจอโฮโลแกรมกระพริบเตือนสีแดงฉานรัวเร็ว หลินซูยี่หรี่ตาลงเล็กน้อย สมองวิเคราะห์ความเป็นไปได้ทั้งหมดอย่างรวดเร็ว แรงกดดันจากราชันอสูรโลกันตร์ทำให้ลมหายใจติดขัด ทว่าในอ้อมแขนที่โอบกอดนางไว้นั้นกลับอบอุ่นและมั่นคงอย่างประหลาด
นางสูดลมหายใจเข้าลึก ใช่มือข้างหนึ่งเอื้อมไปจับชายแขนเสื้อของมู่หรงเฉิงไว้แน่น ดวงตาคู่สวยฉายแววเจ้าเล่ห์เป็นประกาย ท่ามกลางวิกฤตอันเป็นตายเท่ากัน นางกลับส่งยิ้มพราวเสน่ห์ให้อีกฝ่าย
"ท่านอธิการบดีเจ้าคะ... ท่านบอกว่าพวกเราสู้มันตรงๆ ไม่ได้ใช่ไหมล่ะคะ?"
มู่หรงเฉิงขมวดคิ้วมุ่นให้กับท่าทีที่ไร้ความตื่นกลัวของคนในอ้อมแขน "รู้แล้วยังจะทำหน้าแบบนั้นอีก? เจ้ามีแผนบ้าบออะไรพิสดารอีกรึเปล่า หลินซูยี่?"
"แผนไม่มีหรอกค่ะ..." หลินซูยี่หัวเราะเบาๆ ในลำคอ ดวงตาคู่โตเป็นประกายระยิบระยับสะท้อนแสงสีแดงเพลิงจากห้วงเหว "แต่ถ้าท่านยอมให้ข้า 'ยืมพลัง' และทำตามที่ข้าบอกสักครั้งล่ะก็... ข้าสัญญาว่าเราจะไม่เพียงแค่รอดตาย..."
นางหยุดเว้นจังหวะเล็กน้อย ขยับใบหน้าเข้าไปกระซิบชิดริมฝีปากของอีกฝ่ายจนมู่หรงเฉิงชะงักงัน ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดต้นคอระหง
"...แต่เราจะทำให้เจ้าอสูรตัวนั้น ต้องจดจำพวกเราไปจนวันตายเลยล่ะค่ะ"
ในวินาทีนั้นเอง ก่อนที่มู่หรงเฉิงจะได้เอ่ยปากปฏิเสธหรือด่าทอความบ้าบิ่นของเด็กสาว ร่างของราชันอสูรโลกันตร์เบื้องล่างก็อ้าปากกว้าง ปล่อยลำแสงสีแดงฉานทำลายล้างพุ่งทะยานขึ้นมาตรงเข้าใส่จุดที่พวกเขายืนอยู่ราวกับอสุนิบาต!
ขอบคุณที่ร่วมเดินทางและสนับสนุน "น้ำผึ้งหยดแรก" เสมอมานะคะ!
ระบบสลับชะตากับคุณชายสายซึน•ตอนที่ 6
รอดตายเพราะไหวพริบและอ้อมกอดของใครบางคน
ผลงานโดย น้ำผึ้งหยดแรก
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (น้ำผึ้งหยดแรก)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ระบบสลับชะตากับคุณชายสายซึน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!