"ถ้าเจ้ายังขยับตัวอีกนิดเดียว ข้าจะถือว่าเจ้าจงใจทำลายสมาธิ แล้วผนึกจุดชีพจรของเจ้าไว้เจ็ดวันเจ็ดคืนจริงๆ ด้วยนะหลินซูยี่"
น้ำเสียงทุ้มต่ำที่มักจะเยือกเย็นและห่างเหินเป็นนิตยสาร บัดนี้กลับเจือด้วยความหงุดหงิดที่กรุ่นไปด้วยไอร้อนจากความกังวล หลินซูยี่ที่กำลังนอนคว่ำหน้าอยู่บนแท่นหยกอุ่นในห้องโถงลับถึงกับเม้มริมฝีปากแน่น นางไม่ได้หวาดกลัวคำขู่ของท่านอธิการบดีมู่หรงเฉิงเลยแม้แต่น้อย เพียงแต่กลิ่นอยาไพรสวรรค์เก้าชั้นฟ้าที่โชยมาจากปลายนิ้วเรียวยาวของเขามันชวนให้จิตใจฟุ้งซ่านเกินกว่าจะตั้งสมาธิได้ต่างหาก
บาดแผลบริเวณหัวไหล่ด้านหลังที่เกิดจากการปะทะกับค่ายกลปีศาจเมื่อครู่ ยังคงมีร่องรอยพลังมารสีดำทมิฬกัดกร่อนเนื้อเยื่ออยู่ จังหวะการหมุนวนของลมปราณในร่างของนางติดขัดจนระบบวิเคราะห์บั๊กในหัวส่งเสียงเตือนระรัวเป็นสัญญาณสีแดงฉาน
*[แจ้งเตือนระบบ: ตรวจพบรหัสข้อผิดพลาด 'Error 404: Qi Flow Not Found' พลังมารระดับสูงกำลังกัดกร่อนเกราะป้องกันจิตวิญญาณ แนะนำให้เร่งประสานอินสแตンスพลังงานโดยด่วน มิฉะนั้นอาจเกิดภาวะระบบล่มถาวร]*
"ระบบเจ้าชักจะปากมากเกินไปแล้วนะ..." หลินซูยี่บ่นพึมพำในใจเบาๆ ใบหน้าหวานเนียนแนบอยู่กับหมอนปักลายเมฆา
"เจ้าบ่นอะไรอีก?" มู่หรงเฉิงชะงักมือที่กำลังบรรจงทายาเม็ดสวรรค์หลอมละลายลงบนแผลของนาง ดวงตาสง่านิ่งคมกราบมองร่างบางที่นอนคว่ำอยู่ด้วยแววตาซับซ้อน เขารู้ดีว่าเด็กสาวคนนี้ดื้อรั้นเพียงใด หากเป็นศิษย์คนอื่นคงร้องครวญครางด้วยความเจ็บปวดไปนานแล้ว แต่นางกลับกัดริมฝีปากจนห่อเลือดเพื่อไม่ให้หลุดเสียงน่าอายออกมา แม้กระทั่งในยามที่บาดเจ็บปางตาย นางก็ยังคงหาเรื่องมาเถียงกับระบบประหลาดในหัวของตัวเองได้
"เปล่าสักหน่อยค่ะท่านอธิการบดี..." หลินซูยี่ตอบเสียงอ่อย แสร้งทำเป็นถอนหายใจยาว "ข้าแค่กำลังคิดว่า... หากข้าต้องพิการแขนใช้งานไม่ได้ขึ้นมาจริงๆ ท่านจะรับผิดชอบชีวิตบั้นปลายของข้าด้วยการส่งหยกวิเศษให้กินต่างข้าวไปตลอดชีวิตหรือเปล่าคะ"
มู่หรงเฉิงแค่น "ฮึ" ในลำคอ น้ำหนักมือที่กดลงบนแผลจึงเพิ่มขึ้นอีกนิดจนหลินซูยี่สะดุ้งสุดตัว "ปากเก่งถึงเพียงนี้ ดูท่าบาดแผลคงไม่ได้สร้างความเจ็บปวดให้เจ้ามากอย่างที่ข้ากังวลสินะ หากมีเวลามาพูดจาไร้สาระ เช่นนั้นก็จงเงียบแล้วสำรวจลมปราณของตนเองเสีย อย่าให้ข้าต้องลงมือซ้ำสอง"
แม้ปากจะเอאวาจาเย็นชาทว่าการกระทำของเขากลับตรงกันข้ามอย่างสิ้นเชิง ปลายนิ้วที่โคจรพลังปราณบริสุทธิ์เพื่อขับไล่ไอพิษมารออกandแผลของนางนั้นแผ่ความอบอุ่นละมุนละไมออกมาอย่างระมัดระวัง ทุกสัมผัสที่แตะลงบนผิวเนื้อเนียนนุ่มราวกับกลัวว่ามันจะบอบช้ำจนเกินรับไหว มู่หรงเฉิงขมวดคิ้วเล็กน้อยยามที่เห็นรอยแผลเป็นจางๆ จากการต่อสู้ครั้งก่อนๆ บนแผ่นหลังของนาง หัวใจที่เคยสงบนิ่งดั่งบึงน้ำโบราณกลับไหววูบอย่างประหลาด เขาไม่เคยเข้าใจเลยว่าเหตุใดสตรีผู้นี้ถึงมักจะเอาตัวเองไปเสี่ยงอันตรายอยู่เรื่อย และที่สำคัญที่สุด... เหตุใดทุกครั้งที่นางเจ็บตัว หัวใจของเขาจึงรู้สึกราวกับถูกเข็มนับพันเล่มทิ่มแทงเช่นนี้
หลินซูยี่สัมผัสได้ถึงความอบอุ่นที่แผ่ซ่านเข้ามาในกระแสเลือด ความเจ็บปวดจากพิษมารค่อยๆบรรเทาลงราวกับมีสายน้ำเย็นชะล้าง แต่นั่นเทียบไม่ได้เลยกับจังหวะการเต้นของหัวใจในอกซ้ายที่กำลังกระหน่ำรัวยิ่งกว่ากลองศึก
*ตัก... ตัก... ตัก...*
เสียงหัวใจเต้นผิดจังหวะดังสะท้อนก้องในโสตประสาท นางแอบชำเลืองมองเสี้ยวหน้าด้านข้างของมู่หรงเฉิงผ่านหางตา แสงตะเกียงวิเศษสาดส่องกระทบสันจมูกโด่งเป็นคมและขนงเรียวยาวที่ขมวดเข้าหากันยามที่เขากำลังใช้สมาธิ ความเย่อหยิ่งและเย็นชาที่เป็นเกราะกำบังของเขาในยามปกติ ถูกความห่วงใยที่ซ่อนเร้นหลอมละลายจนเหลือเพียงความอ่อนโยนที่เปราะบางอย่างน่าประหลาด
นี่น่ะหรือ... มู่หรงเฉิงผู้เยือกเย็นและไร้หัวใจแห่งสถาบันมหาเวท?
พ่อหนุ่มสายซึนเดเกรระดับบรรพกาลคนนี้ ช่างแสดงความใส่ใจออกมาได้น่าหมั่นไส้และชวนให้ใจสั่นในเวลาเดียวกันเสียจริง
"มองพอหรือยัง" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นโดยที่เจ้าตัวไม่ได้เงยหน้าขึ้นมาด้วยซ้ำ แต่มุมปากหยักลึกกลับยกขึ้นเป็นรอยยิ้มบางเบาที่หาดูได้ยากยิ่ง
หลินซูยี่สะดุ้งเล็กน้อย รีบเบือนหน้าหนีกลับไปซบหมอนตามเดิมเพื่อกลบเกลื่อนความเขินอายที่ลามเลียขึ้นมาถึงใบหู "ใครมองกันคะ ข้าแค่กำลังคำนวณอัตราการฟื้นตัวของเนื้อเยื่อต่างหากล่ะ อย่าหลงตัวเองสท่านอธิการบดี"
"ปากแข็ง" มู่หรงเฉิงเอ่ยเสียงเรียบ แต่แววตาที่มองตามร่างบางนั้นกลับพราวระยับด้วยความเอ็นดูที่เจ้าตัวไม่กล้าแม้แต่จะเอ่ยออกมาตรงๆ เขาดึงผ้าห่มผืนหนามาคลุมให้หลินซูยี่อย่างเบามือ ก่อนจะชักมือกลับแล้วสะบัดแขนเสื้อเพื่อเก็บขวดโอสถ
ทว่า ในวินาทีที่บรรยากาศกำลังอบอวลไปด้วยความเงียบสงบอันชวนให้หัวใจเต้นระส่ำนั้นเอง บรรยากาศรอบตัวก็เกิดความเปลี่ยนแปลงอย่างกะทันหัน อุณหภูมิในห้องโถงลับลดฮวบลงจนลมหายใจกลายเป็นไอสีขาว ประตูหินศิลาหนาเตอะที่ลงอาคมไว้ถึงเจ็ดชั้นกลับส่งเสียงสั่นสะเทือนครืนครางราวกับมีบางสิ่งกำลังพยายามพังทลายมันจากภายนอก
*[แจ้งเตือนระบบระดับฉุกเฉิน: ตรวจพบคลื่นพลังงานแปลกปลอมระดับ SSS กำลังเข้าใกล้พิกัด! คำเตือน... ม่านคุ้มกันค่ายกลโบราณกำลังจะถูกเจาะทะลวงในอีก 10... 9... 8...]*
มู่หรงเฉิงลุกขึ้นยืนเต็มความสูง สีหน้าที่เคยผ่อนคลายเมื่อครู่แปรเปลี่ยนเป็นเย็นเยียบดุจน้ำแข็งในพริบตา ดวงตาคมกริบกวาดมองไปที่ประตูทางเข้าพร้อมกับปลดปล่อยแรงกดดันระดับมหาเวินขั้นสูงออกมาจนอากาศรอบตัวบิดเบี้ยว
"ดูท่า... คืนนี้พวกเราคงไม่ได้พักผ่อนกันง่ายๆ แล้วล่ะนะ" มู่หรงเฉิงเอ่ยเสียงเยียบเย็น พรางยื่นมือไปคว้าด้ามกระบี่วิเศษที่วางอยู่ข้างกาย
หลินซูยดดีดตัวลุกขึ้นจากแท่นหยกอย่างรวดเร็ว ความเจ็บปวดที่หัวไหล่หายเป็นปลิดทิ้งเมื่อระบบแสดงหน้าต่างสีแดงฉานขึ้นตรงหน้า พร้อมกับเงาร่างลึกลับในชุดคลุมสีดำสนิทที่ปรากฏขึ้นกลางห้องทะลุมิติ โดยไม่มีใครทันตั้งตัว!
"นั่นมัน... รหัสคำสั่งต้องห้ามของตระกูลมู่หรง!" หลินซูยเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง เมื่อเห็นใบหน้าที่ซ่อนอยู่ใต้ฮู้ดของแขกผู้ไม่ได้รับเชิญชัดเจน...
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและไขปริศนาไปพร้อมกับความลับอันดำมืดนี้ด้วยกันนะคะ!
ระบบสลับชะตากับคุณชายสายซึน•ตอนที่ 12
ยาประสานใจฉบับเร่ง300%
ผลงานโดย น้ำผึ้งหยดแรก
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (น้ำผึ้งหยดแรก)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ระบบสลับชะตากับคุณชายสายซึน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!