ระบบสลับชะตากับคุณชายสายซึน•ตอนที่ 13

แผนล่อเสือออกจากถ้ำ

ผลงานโดย น้ำผึ้งหยดแรก
"หากท่านอาจารย์มู่หรงยังคงเอาแต่ยืนกอดอกทำหน้าเคร่งขรึมเช่นนั้น แผนการที่เราวางไว้คงได้กลายเป็นหมันก่อนที่เหยื่อจะทันได้ติดเบ็ดเสียก่อนกระมังคะ" น้ำเสียงติดจะหยอกเย้าดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงันของห้องทำงานส่วนตัว แสงจันทร์สีนวลที่สาดส่องผ่านหน้าต่างกระจกเวทมนตร์วาดเงาทอดยาวของหลินซูยี่ลงบนพื้นหินอ่อน นางกำลังนั่งไขว่ห้างอยู่บนเก้าอี้บุสักหลาดสีน้ำเงินเข้ม ปลายนิ้วเรียวเคาะโต๊ะทำงานไม้เนื้อดีเป็นจังหวะสม่ำเสมอ ดวงตากลมโตคู่สวยพราวระยับด้วยประกายความเจ้าเล่ห์ ทว่าเบื้องหลังรอยยิ้มสบายๆ นั้น สมองของนางกลับกำลังประมวลผลข้อมูลนับพันบรรทัดจาก [ระบบวิเคราะห์บั๊ก] อย่างรวดเร็วราวกับคอมพิวเตอร์เมนเฟรม เบื้องหน้าของนางคือมู่หรงเฉิง อธิการบดีแห่งสถาบันมหาเวทผู้เลื่องชื่อ บุรุษผู้ทรงอาคมแกร่งกล้าและมีใบหน้าหล่อเหลาราวกับงานแกะสลัก แต่ในยามนี้ ดวงเนตรสีรัตติกาลของเขากลับฉายแววขุ่นเคืองอย่างชัดเจน สันจاوโด่งคมคัดงอลงเล็กน้อยยามที่เขาปรายตามองหญิงสาวตรงหน้า "หลินซูยี่ เจ้าชักจะกำแหงเกินไปแล้ว" มู่หรงเฉิงเอ่ยเสียงทุ้มต่ำ ความเย็นชาที่แผ่ออกมาจากตัวเขาราวกับจะแช่แข็งบรรยากาศรอบกายให้กลายเป็นน้ำแข็ง "การเอาชีวิตของตนเองไปแขวนไว้บนเส้นด้ายเพื่อล่อ 'หนอนกระบอง' ออกมาจากรู ไม่ใช่แผนการที่บัณฑิตผู้ปราดเปรื่องพึงกระทำ หากเจ้าพลาดพลั้งขึ้นมา... เจ้าคิดว่าพลังเวทที่ข้ากำลังควบคุมเพื่อสะกดรอยตามรอยแยกมิติจะยังคงเสถียรอยู่หรือ?" ประโยคหลังเขากดเสียงต่ำลง ดวงตาคมกริบกวาดมองร่างเพรียวบางของนางด้วยความไม่พอใจระคนห่วงใยที่เจ้าตัวพยายามซ่อนไว้ภายใต้มาGดเคร่งขรึม หลินซูยี่แอบอมยิ้มในใจ นางรู้ดีว่าภายใต้ท่าทีดุดันและวาจาเชือดเฉือนของท่านอธิการบดีผู้นี้ ซ่อนความห่วงใยเอาไว้มากเพียงใด อาการซึนเดเกรระดับสิบกะรัตนี้ช่างเป็นเอกลักษณ์ที่นางทั้งมันเขี้ยวและอยากจะแกล้งให้เขายอมจำนนด้วยวาจาอยู่เรื่อยไป "โอ้? ท่านอาจารย์กำลังเป็นห่วงศิษย์คนนี้อยู่หรือคะ?" นางเอียงคอมองเล็กน้อย ดวงตากลมโตพราวเสน่ห์จ้องลึกเข้าไปในดวงตาของเขา "วางใจเถอะค่ะ ศิษย์ย่อมรักตัวกลัวตายมากกว่าใครอยู่แล้ว แต่ในเมื่อพวกมันแฝงตัวอยู่ในสถาบันแห่งนี้มานานจนรากงอก และคอยส่งข่าวลับให้พวกกองกำลังเงាอยู่เบื้องหลัง หากเราไม่ยอม 'เจ็บตัว' เพื่อเปิดช่องว่าง แล้วท่านคิดว่าอีกนานแค่ไหนพวกมันถึงจะยอมโผล่หางออกมาเล่าคะ?" มู่หรงเฉิงเม้มริมฝีปากแน่น ขากรรไกรขบเข้าหากันจนเป็นสันนูน เขารู้ดีว่าเด็กสาวผู้นี้พูดความจริง สถาบันมหาเวทแห่งนี้เปรียบเสมือนป้อมปราการเหล็ก แต่ต่อให้มั่นคงเพียงใด หากมีปลวกตัวใหญ่อย่างหนอนกระบองกัดกินอยู่ภายใน ไม่นานป้อมปราการนี้ก็ย่อมพังทลายลงมาด้วยน้ำมือของตนเอง *ติ๊ง!* เสียงแจ้งเตือนจากระบบดังขึ้นในโสดประสาทของหลินซูยี่ พร้อมกับหน้าจอโฮโลแกรมใสสีฟ้าที่ปรากฏขึ้นกลางอากาศ [แจ้งเตือนระบบ: ตรวจพบความเสี่ยงระดับสูงในแผนปฏิบัติการ "ล่อเสือออกจากถ้ำ"] [อัตราความสำเร็จ: 78.5%] [เงื่อนไขพิเศษ: ผู้ใช้ต้องรักษาอัตราการเต้นของหัวใจให้อยู่ในเกณฑ์ปกติ และใช้ไอเทม 'ยันต์อำพรางจิตวิญญาณ' ในวินาทีที่ 45 ของการปะทะ เพื่อหลอกล่อให้เป้าหมายตายใจว่าโดนพิษจริง] หลินซูยี่กวาดสายตาอ่านข้อมูลอย่างรวดเร็ว รอยยิ้มมุมปากของนางยิ่งเด่นชัดขึ้นไปอีก นางหยิบขวดแก้วใบเล็กบรรจุของเหลวสีม่วงอ่อนขึ้นมาหมุนเล่นในมือ "นี่คือยาสลบสูตรพิเศษที่ข้าปรุงขึ้นเองจากวัตถุดิบในห้องทดลองเวทชั้นสามค่ะ มันจะทำให้ผู้ที่สูดดมเข้าไปสูญเสียการควบคุมพลังเวชชั่วคราวเป็นเวลาสามนาทีเต็ม ซึ่งเพียงพอที่เราจะลากคอมันออกมาจากเงาได้" นางเงยหน้าขึ้นสบตาเขา แววตาเปลี่ยนเป็นจริงจังขึ้นเล็กน้อย "คืนนี้ ตอนยามสาม ที่ศาลาแปดเหลี่ยมท้ายสวนพฤกษศาสตร์... ข้าจะไปรออยู่ที่นั่นเพียงลำพัง" "เจ้าบ้าไปแล้วหรือซูยี่?" มู่หรงเฉิงทนไม่ไหวอีกต่อไป ร่างสูงใหญ่ลุกพรวดขึ้นจากเก้าอี้ ก้าวฉับๆ มาหยุดอยู่ตรงหน้าของหญิงสาว ความกดดันจากพลังเวทระดับมหาบัณฑิตแผ่ซ่านจนอากาศรอบตัวบิดเบือนเล็กน้อย "ศาลาแปดเหลี่ยมอยู่ห่างจากเขตคุ้ม ภัยเวท จุดนั้นเป็นจุดอับสายตา หนอนกระบองย่อมรู้ดีว่ามันคือทำเลทองในการลอบสังหาร แล้วเจ้ายังกล้าบอกว่าจะไปรอ 'เพียงลำพัง' อย่างนั้นหรือ?" "ใครบอกว่าลำพังกันล่ะคะ?" หลินซูยี่เงยหน้าขึ้นสบตากับเขา ระยะห่างระหว่างทั้งสองใกล้ชิดเสียจนนางได้กลิ่นอายอายจางๆ คล้ายกลิ่นสนป่าและจันทน์หอมจากตัวเขา "ข้ามีท่านคอยซุ่มดูอยู่ ภายในรัศมีสามสิบเมตรไม่ใช่หรือคะ? หรือว่าท่านอาจารย์... ไม่มั่นใจในฝีมือการสะกดรอยและการคุ้มกันของตัวเองกันแน่?" คำท้าทายเล็กๆ นี้ทำให้มู่หรงเฉิงชะงักไป ดวงตาคมกริบมองริมฝีปากอิ่มที่กำลังคลี่ยิ้มท้าทายสลับกับแววตาพราวระยับที่ซ่อนความฉลาดล้ำลึกไว้เต็มเปี่ยม บุรุษหนุ่มสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อระงับความรู้สึกบางอย่างที่กำลังตีรวนอยู่ในอก ความรู้สึกที่บอกว่าเขาอยากจะจับตัวนางมาตีเสียให้เข็ดฐานหาญกล้าเอาชีวิตมาเสี่ยง แต่ในขณะเดียวกัน หัวใจข้างซ้ายกลับเต้นผิดจังหวะทุกครั้งยามที่นางอยู่ใกล้จนน่าหงุดหงิด "ให้มันได้อย่างนี้สิ..." มู่หรงเฉิงเค้นเสียงลอดไรฟัน ยื่นมือหนาออกไปหมายจะเคาะหน้าผากมนสักที แต่นายหญิงจอมเจ้าเล่ห์กลับเบี่ยงตัวหลบได้อย่างรวดเร็วก่อนจะหัวเราะคิกคักออกมาเบาๆ "ถ้าเช่นนั้น... ขอฝากชีวิตน้อยๆ นี้ไว้กับท่านอาจารย์ผู้เก่งกาจด้วยนะคะ" *** รัตติกาลเคลื่อนคล้อยเข้าสู่ยามสาม ความเงียบสงัดปกคลุมไปทั่วทั้งสถาบันมหาเวท สายลมเย็นยะเยือกพัดผ่านยอดไม้ไผ่เสียดสีกันจนเกิดเสียงดังหวีดหวิว ศาลาแปดเหลี่ยมท้ายสวนพฤกษศาสตร์ตั้งโดดเดี่ยวอยู่ท่ามกลางความมืดมิด แสงจันทร์สลัวสาดส่องลงมากระทบกับร่างเพรียวบางของหลินซูยี่ที่กำลังยืนหันหลังพิงเสาศาลา นางสวมชุดคลุมสีดำสนิทกลมกลืนไปกับบรรยากาศรอบกาย มือเรียวแสร้งถือขวดแก้วยาพิษไว้ในท่าทีที่ดูราวกับกำลังรอคอยใครบางคนด้วยความกระวนกระวาย *แกร็ก...* เสียงกิ่งไม้หักดังขึ้นแผ่วเบาจากความมืดเบื้องหลังพุ่มไม้ทึบห่างออกไปราวสิบเมตร หลินซูยี่หรี่ตาลงทัน ภายในใจนับถอยหลังตามระบบที่รันเงื่อนไข [บั๊กการเคลื่อนไหวของเป้าหมาย] นางแสร้งทำเป็นสะดุดล้มลงกับพื้น ทรุดกายลงคุกเข่าพร้อมกับเปล่งเสียงร้องด้วยความตกใจ "โอ๊ย! ใครกัน..." พรึบ! เงาดำสายหนึ่งพุ่งทะยานออกมาจากความมืดด้วยความเร็วสูงราวกับสายฟ้าแลบ ปลายกระบองสีดำสนิทที่อาบยาพิษร้ายแรงพุ่งตรงเข้าที่จุดตายกลางหลังของนางอย่างไร้ความปรานี ระยะห่างระหว่างปลายกระบองกับแผ่นหลังเหลือเพียงไม่ถึงคืบ รอยยิ้มเหี้ยมเกรียมปรากฏขึ้นบนใบหน้าของมือสังหารที่ซ่อนอยู่ภายใต้ผ้าคลุมหน้า ในเสี้ยววินาทีนั้นเอง หลินซูยี่ไม่เพียงแต่ไม่หลบหนี แต่นางกลับพลิกตัวหงายขึ้นพร้อมกับดีดขวดแก้วในมือเข้าใส่ใบหน้าของอีกฝ่ายอย่างแม่นยำราวนับองศาไว้แล้ว! "เสร็จข้าล่ะค่ะ!" *เพล้ง!* ของเหลวสีม่วงกระจายตัวเป็นละอองเข้าสู่7จมูกและดวงตาของหนอนกระบองเต็มๆ ร่างนั้นชะงักกึกทันที เซถอยหลังไปสองก้าวด้วยความตื่นตระหนก พลังเวทที่เคยพวยพุ่งกลับมลายหายไปชั่วขณะ มือสังหารเบิกตากว้างด้วยความตกใจสุดขีดเมื่อตระหนักว่าตนเองพลาดท่าเสียแล้ว มันรีบหันหลังกลับเพื่อจะหลบหนีเข้าสู่ความมืด แต่ทว่า... พื้นเบื้องล่างกลับกลายเป็นวงแหวนเวทสีทองอร่ามที่ส่องแสงเจิดจ้า ล็อกร่างของมันเอาไว้ตรึงกับพื้นราวกับถูกโซ่ตรวนเหล็กกล้าพันธนาการไว้แน่นหนา! "คิดจะหนีงั้นหรือ? น่าเสียดาย... ที่แผนการนี้ไม่ได้มีแค่ข้าคนเดียวที่เป็นเหยื่อล่อ" เสียงทุ้มต่ำอันคุ้นเคยดังขึ้นจากเบื้องบน มู่หรงเฉิงก้าวลงมาจากยอดเสาศาลาอย่างเงียบเชียบราวกับภูตผี ร่างสูงสง่าในชุดคลุมสีเข้มแผ่ไอสังหารเยือกเย็นจนหนอนกระบองตัวนั้นสั่นสะท้านไปถึงกระดูกดำ ดวงเนตรสีรัตติกาลมองลงมาที่เป้าหมายด้วยแววตาดุจพญายมราชผู้พิพากษา ทว่า... ในจังหวะที่มู่หรงเฉิงกำลังจะเอื้อมมือไปกระชากผ้าคลุมหน้าของมือสังหารเพื่อเปิดเผยตัวจริงนั้นเอง *เปรี้ยง!* สายฟ้าสีดำสนิทผ่าผ่าลงมาจากท้องฟ้าที่ไร้เมฆฝนอย่างไร้ที่มา พลังทำลายล้างมหาศาลพุ่งตรงเข้าผ่ากลางวงแหวนเวทของมู่หรงเฉิงจนระเบิดกระจายออกเป็นเสี่ยงๆ แรงอัดกระแทกมหาศาลทำให้ร่างของมู่หรงเฉิงและหลินซูยี่ต้องกระเด็นถอยหลังไปคนละทาง หลินซูยี่กัดฟันรับแรงกระแทกจนเจ็บแปลบไปทั่วแผ่นหลัง นางรีบพยุงกายลุกขึ้นมองไปยังจุดเกิดเหตุด้วยความตกใจ ดวงตากลมโตเบิกกว้างเมื่อพบว่าร่างของมือสังหารหนอนกระบองได้สลายกลายเป็นควันสีดำไปเสียแล้ว และแทนที่ตรงนั้น... กลับมีรอยแยกมิติสีแดงฉานเปิดอ้ากว้างออกราวกับปากอสูร และจากรอยแยกนั้นเอง... เงาร่างของบุคคลลึกลับผู้หนึ่งในชุดเกราะเวทโบราณสลักลวดลายอสูรพันปีก็ก้าวเท้าออกมา พร้อมกับส่งเสียงหัวเราะก้องกังวานที่บาดลึกเข้าไปในโสตประสาทของทุกคน "นึกไม่ถึงเลยว่า... อธิการบดีผู้สูงส่งจะลดตัวลงมาเล่นละครปาินี้ด้วยตนเอง น่าสนุกเสียจริง..." ________________________________________ ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมลุ้นและเดินทางฝ่าฟันปริศนามืดมนนี้ไปกับหลินซูยี่และท่านอาจารย์มู่หรงเฉิงนะคะ! แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปค่ะ!
สารจากนักเขียน (น้ำผึ้งหยดแรก)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ระบบสลับชะตากับคุณชายสายซึน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%