"นี่มัน... บั๊กอะไรกันเนี่ย?!"
น้ำเสียงของหลินซูยี่ไม่ได้เจือปนความตกใจระคนตื่นเต้นเหมือนเช่นเคย ทว่ามันกลับแหบพร่าและสั่นเครือเล็กน้อยยามที่ดวงตากลมโตคู่สวยกวาดมองข้อความสีแดงฉานที่กำลังกะพริบถี่รัวอยู่บนหน้าจอโฮโลแกรมลอยตัว แสงสีเลือดสาดส่องกระทบกับใบหน้าเรียวเนียนที่ซีดเผือดลงทีละน้อย ในห้องทำงานลับใต้หอคอยดาราศาสตร์ กลิ่นอายของศิลาเวทมนตร์โบราณอบอวลไปด้วยความอึดอัดจนแทบหายใจไม่ออก
ตรงหน้าของนางคือแผนผังโครงข่ายเวทมนตร์คุ้ม ภัยเขตของสถาบันมหาเวทลอยฟ้า ที่ซึ่งควรจะเสถียรและไร้ช่องโหว่ที่สุดในทวีป แต่ทว่าเวลานี้ จุดเชื่อมต่อนับร้อยแห่งกลับถูกแทนที่ด้วยเส้นใยสีดำสนิทราวกับกลุ่มก้อนของปรสิตที่กำลังกัดกินรากแก้วของต้นไม้ใหญ่จากภายใน
[คำเตือนระบบ: ตรวจพบความผิดปกติในชั้นข้อมูลโครงสร้างสภาสูง!]
[ระดับภัยคุกคาม: วิกฤตระดับประเทศ (Class-S National Crisis)]
[สถานะ: มีการแทรกแซงโค้ดคำสั่งรากฐาน (Root Override) โดยผู้มีสิทธิ์ระดับสูงในสภาบริหารสถาบัน!]
นิ้วเรียวยาวที่กำลังรัวแป้นพิมพ์เวทมนตร์หยุดชะงักลงทันที หลินซูยี่เม้มริมฝีปากแน่นจนเป็นเส้นตรง สมองอันชาญฉลาดประมวลผลข้อมูลมหาศาลด้วยความเร็วสูง การที่ระบบแจ้งเตือนระดับนี้ดีดขึ้นมาได้ หมายความว่าหนอนบ่อนไส้ไม่ได้เป็นเพียงแค่นักศึกษาฝึกหัดหรืออาจารย์ชั้นผู้น้อยที่ถูกซื้อตัว แต่เป็นบุคคลที่มีอำนาจสูงสุดกลุ่มหนึ่ง... คนที่สามารถเข้าถึงรหัสผ่านระดับปรมาจารย์ของสถาบันได้โดยไม่ทิ้งร่องรอยการบุกรุก
"ซูยี่ เกิดอะไรขึ้น"
น้ำเสียงทุ้มต่ำแต่นุ่มนวลที่คุ้นเคยดังขึ้นจากมุมมืดของห้อง มู่หรงเฉิงก้าวเท้าออกมาจากเงาสลัว ร่างสูงโปร่งในชุดคลุมสีเงินยวดยวงก้าวเข้ามาหยุดยืนเบื้องหลังนาง ไอเย็นจางๆ ที่แผ่ออกมาจากตัวเขาช่วยดึงสติอันกระเจิดกระเจิงของหลินซูยให้กลับคืนมาอย่างรวดเร็ว ดวงตาคมกราบกวาดมองหน้าจอระบบก่อนจะหรี่แคบลงด้วยความระแวดระวัง
"เราโดนหักหลังจากข้างในค่ะ... ท่านอธิการบดี" หลินซูยี่หันไปสบตากับชายหนุ่ม น้ำเสียงของนางจริงจังและเคร่งเครียดอย่างที่หาได้ยาก "ไม่ใช่แค่การรั่วไหลของข้อมูลเวทมนตร์ธรรมดา แต่พวกมันกำลังใช้โค้ดลับของสภาสูงในการปิดกั้นระบบป้องกันอัตโนมัติ เพื่อเปิดทางให้กองกำลังภายนอกเข้ามาในคืนที่มีพิธีชำระล้างศิลาอัคคี"
มู่หรงเฉิงไม่เอ่ยคำพูดใดออกมาในทันที เขายื่นมือเรียวหนามาแตะที่หน้าจอโฮโลแกรม นิ้วมือของเขากดซ้อนทับลงบนชุดคำสั่งที่ซับซ้อนเพื่อตรวจสอบความถูกต้อง ใบหน้าหล่อเหลาไร้ที่ติเรียบเฉยราicutน้ำแข็งแกะสลัก ทว่าสันกรามที่ขบเข้าหากันแน่นบ่งบอกว่าเขากำลังสะกดกลั้นความกรุ่นโกรธเอาไว้เพียงใด
"สภาสูง... กลุ่มผู้อาวุโสที่อ้างตัวว่าจงรักภักดีต่อสถาบันมาเป็นร้อยปีงั้นสินะ" มู่หรงเฉิงแค่นหัวเราะในลำคอ เสียงนั้นเย็นเยียบจนอุณหภูมิรอบตัวลดฮวบลงหลายองศา "ข้าเคยระแคะระคายเรื่องนี้มาบ้าง แต่ไม่คิดว่าพวกมันจะกล้าเอาอนาคตของทวีปมาเดิมพันเพื่อแลกกับอำนาจมืดของหอคอยทมิฬ"
"พวกมันไม่ได้แค่ต้องการอำนาจค่ะอาจารย์" หลินซูยี่ส่ายหน้าช้าๆ นางเลื่อนข้อมูลอีกชุดขึ้นมาแสดงผล ภาพสามมิติของผนึกโบราณใต้ดินปรากฏขึ้น พร้อมกับกราฟแสดงพลังงานที่ดิ่งลงเหว "เป้าหมายที่แท้จริงคือการปลดผนึก 'ราชันย์อสูรเพลิงโลกันตร์' ที่หลับใหลอยู่ใต้รากฐานสถาบัน หากผนึกนี้ถูกทำลายด้วยโค้ดคำสั่งจากสภาสูงจริง ๆ ต่อให้ท่านมีพลังเวทสูงส่งแค่ไหน ก็ไม่อาจต้านทานกองทัพอสูรนับแสนที่จะทะลักออกมาได้ในคราวเดียว"
สถานการณ์คับขันถึงขีดสุด ความกดดันมหาศาลกดทับลงบนบ่าของคนทั้งสอง แม้ในยามปกติหลินซูยี่จะชอบต่อปากต่อคำและกวนประสาทชายหนุ่มผู้น้อยใจยากคนนี้แค่ไหน แต่ในยามวิกฤตเช่นนี้ ความเข้าใจอันลึกซึ้งและสายสัมพันธ์ที่ร่วมกันฝ่าฟันอันตรายมาด้วยกันนับครั้งไม่ถ้วน ทำให้พวกเขามีความเข้าขาอย่างน่าประหลาด
มู่หรงเฉิงก้มมองหญิงสาวที่กำลังขบคิดอย่างหนัก แววตาที่มักจะเยชาและห่างเหินยามมองผู้คน บัดนี้กลับฉายประกายความอ่อนโยนและห่วงใยอย่างปิดไม่มิด มือใหญ่วางลงบนกลุ่มผมนุ่มของนางเบาๆ อย่างปลอบประโยค
"เจ้ากลัวหรือไม่... ซูยี่" น้ำเสียงของเขาอ่อนลงกว่าเดิมเล็กน้อย แฝงความอบอุ่นที่ทำเอาหัวใจของหญิงสาวกระตุกวูบ
หลินซูยี่เงยหน้าขึ้นสบตากับดวงเนตรคมลึกคู่นั้น มุมปากบางยกยิ้มขึ้นเล็กน้อย แม้สถานการณ์ตรงหน้าจะดูเหมือนทางตัน แต่แววตาของนางกลับเปล่งประกายความเจ้าเล่ห์และมั่นอกมั่นใจอย่างเต็มเปี่ยม
"กลัวสิคะ... กลัวว่าจะจัดการพวกหนอนบ่อนไส้ได้ไม่สะใจพอมากกว่า" นางตอบด้วยน้ำเสียงทีเล่นทีจริง แต่แววตากลับคมกริบ "ในเมื่อพวกมันอยากเล่นเกมการเมืองสกปรกนัก เราก็แค่ใช้ระบบ 'แก้ไขบั๊ก' ของฉัน ล้างบางพวกมันให้เกลี้ยงสภาสูงในคืนเดียวเสียเลยดีไหมคะ ท่านอธิการบดีสายซึน?"
มุมปากของมู่หรงเฉิงกระตุกขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มบางเบาที่หาดูได้ยากปรากฏบนใบหน้าหล่อเหลา เขาขยับเข้ามาใกล้จนแทบชิด สัมผัสได้ถึงไออุ่นจากตัวของหญิงสาวที่ยืนอยู่เคียงข้าง
"ตามใจเจ้า... แผนการขั้นแรก เจ้าต้องการให้ข้าทำอะไร?"
"ง่ายมากค่ะ..." หลินซูยี่กดปุ่ม Enter บนหน้าจอโปรแกรมมิ่งเวทมนตร์ รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ผุดขึ้นที่มุมปาก "เราจะแกล้งทำเป็นไม่รู้เรื่อง ปล่อยให้พวกมันเดินเกมตามแผนการที่วางไว้ แต่ในขณะเดียวกัน เราจะฝัง 'โทรจันเวทมนตร์' ไว้ในระบบส่งสัญญาณของสภาสูง..."
ทว่า ก่อนที่นางจะทันได้เอ่ยแผนการทั้งหมดจบ เสียงแจ้งเตือนจากระบบที่เงียบไปนานก็ดังขึ้นแทรกด้วยโทนเสียงที่แหลมสูงและรัวเร็วกว่าทุกครั้ง หน้าจอโฮโลแกรมเปลี่ยนเป็นสีดำสนิท ก่อนที่ตัวอักษรสีทองอร่ามจะค่อยๆ ปรากฏขึ้นทีละบรรทัดด้วยพลังเวทอันทรงอำนาจ
[ประกาศจากระบบหลัก: ตรวจพบการเข้าถึงพื้นที่ต้องห้าม 'ห้องนิรภัยบรรพกาล'...]
[ผู้บุกรุก: บุคคลที่ไม่ปรากฏนามในฐานข้อมูลสถาบัน...]
[คำเตือนพิเศษ: สิ่งที่ถูกผนึกอยู่ภายในกำลัง... ตื่นขึ้นก่อนกำหนดเพราะรหัสผ่านถูกปลดล็อกโดย... "ตัวตนที่สาม" ที่อยู่นอกเหนือการคำนวณ!]
หลินซูยี่และมู่หรงเฉิงชะงักกึกพร้อมกัน ทั้งคู่หันขวับกลับไปมองหน้าจอด้วยความตกตะลึงระคนหวาดหวั่น ดวงตาของชายหนุ่มเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน
ในเสี้ยววินาทีนั้นเอง ประตูเหล็กกล้าเวทมนตร์หนาตันของห้องทำงานลับก็ส่งเสียงกรีดร้องด้วยแรงกดดันมหาศาลจากภายนอก ก่อนที่บานประตูจะค่อยๆ ถูกผลักเปิดออกช้าๆ พร้อมกับเงาร่างหนึ่งที่ก้าวพ้นความมืดเข้ามา...
เงาร่างนั้นเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเยียบเย็นที่คุ้นหูอย่างน่าประหลาด—
"อธิการบดีมู่หรง... และแม่นางหลินผู้ปราดเปรื่อง พวกท่านกำลังหาตัวข้าอยู่ใช่หรือไม่?"
(ขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสนับสนุนน้ำผึ้งหยดแรกมาโดยตลอดนะคะ)
ระบบสลับชะตากับคุณชายสายซึน•ตอนที่ 27
เบื้องหลังแผนการล้มล้างสถาบัน
ผลงานโดย น้ำผึ้งหยดแรก
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (น้ำผึ้งหยดแรก)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ระบบสลับชะตากับคุณชายสายซึน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!