กับดักหัวใจในกระท่อมไผ่กับยายตัวแสบสายเกษตร•ตอนที่ 20

มื้อค่ำใต้แสงดาว

ผลงานโดย กระท่อมไผ่ริมธาร
"ถ้าคุณยังตักน้ำแกงใส่ถ้วยด้วยมือที่สั่นขนาดนั้น เกรงว่ากระดูกหมูตุ๋นยาจีนหม้อนี้ คงต้องกลายเป็นหม้อสำหรับล้างแผลแทนที่จะเป็นมื้อค่ำแล้วล่ะค่ะ, ผู้กองศิลา" รินรดาเอ่ยแซوขึ้นด้วยน้ำเสียงกลั้วหัวเราะ ดวงตากลมโตเป็นประกายระยิบระยับสะท้อนกับแสงไฟสีส้มอุ่นจากตะเกียงน้ำมันสมุนไพรบนโต๊ะไม้ไผ่ริมระเบียง ร่างระหงในชุดเสื้อผ้าฝ้ายสีครามเรียบง่ายขยับตัวเข้าไปใกล้ชายหนุ่มร่างสูงใหญ่ที่ยืนเกร็งอยู่หน้าเตาถ่าน นี่คือช่วงเวลาพักผ่อนหลังจากวันที่แสนวุ่นวาย เมื่อช่วงบ่ายป้าสะใภ้จอมโลภเพิ่งจะหอบหิ้วตะกร้าผักเน่าๆ มาโวยวายหน้ากระท่อมหวังจะไถAเงินค่าปุ๋ย แต่ก็ต้องหน้าแตกกลับไปเมื่อเจอแผนซ้อนแผนของรินรดาที่ใช้ระบบ "ยืมมือสุนัขไล่ต้อนหมู" เล่นงานจนพวกญาติๆ ต้องหอบความอับอายหนีหายเข้ากลีบเมฆไป แถมสินค้าเกษตรแปรรูปจากมิติลับล็อตแรกของเธอยังถูกพ่อค้าคนกลางจากในเมืองเหมาซื้อเกลี้ยงเกลาจนกระเป๋าเงินตุงชนิดที่เรียกว่านับเงินกันจนมือหงิก ทว่า บรรยากาศแห่งชัยชนะและความชื่นมื่นในยามเย็นนี้ กลับมีบางสิ่งที่ทำให้บรรยากาศรอบตัวอบอุ่นและสั่นไหวอย่างประหลาด... โดยเฉพาะเมื่อผู้ชายที่ขึ้นชื่อว่าเป็นนายทหารหน่วยรบพิเศษผู้เยือกเย็นและเด็ดขาดคนนี้ กำลังแสดงอาการ "ทำตัวไม่ถูก" ต่อหน้าหม้อดินตุ๋นยาจีน "ผมไม่ได้สั่นครับ... เอ๊ย, ไม่ได้สั่นค่ะ... ไม่ใช่! ผมหมายถึง มือผมปกติ แค่... แค่ไม่เคยมีใครมายืนมองใกล้ๆ เวลาทำครัวต่างหากล่ะครับ" ศิลาแก้ตัวเสียงตะกุกตะกัก ใบหน้าคมเข้มที่มักจะเรียบเฉยราวน้ำแข็งขั้วโลกเวลานี้กลับขึ้นสีแดงระเรื่อลามไปจนถึงใบหู ร่างหนาขยับถอยหลังเล็กน้อยจนสะโพกไปชนกับขอบโต๊ะไม้ไผ่ ท่าทางเก้ๆ กังทหารหาญผู้ผ่านสนามรบมาโชกโชน ทำเอารินรดาต้องหลุดหัวเราะออกมาอย่างเอ็นดู "อุ๊ยตาย... เผลอแทนตัวเองตามฉันซะแล้ว หรือว่าผู้กองติดเชื้อความน่ารักของกระท่อมไผ่ริมธารเข้าให้แล้วคะ?" รินรดาแกล้งเอียงคอถาม ดวงตาคู่สวยพราวระยับ เธอจงใจก้าวเข้าไปประชิดอีกนิด กลิ่นกายหอมอ่อนๆ ของสมุนไพรและดอกไม้ป่าที่ติดตัวหญิงสาวโชยเข้าจมูกชายหนุ่มจนลมหายใจของศิลาสะดุดกึก สำหรับศิลาแล้ว รินรดาไม่ใช่แค่ผู้หญิงทั่วไปที่เข้ามาพัวพันในชีวิตมรดกที่ดินแห่งนี้ เธอคือความมหัศจรรย์ คือแสงสว่างที่เข้ามาแต้มเติมสีสันให้กับโลกสีเทาหม่นของเขา ผู้หญิงที่ฉลาดเป็นกรด ทันคน ฟาดฟันกับคนชั่วได้อย่างสะใจไร้ที่ติ แต่ในขณะเดียวกันก็มีความอ่อนโยน ละเมียดละไมในการทำอาหาร และดูแลเอาใจใส่เขาอย่างไม่เคยมีใครทำมาก่อน ยิ่งได้ใกล้ชิด หัวใจที่ด้านชาของนายทหารหนุ่มก็ยิ่งเต้นแรงราวกับกลองศึก "ริน..." ศิลาเรียกชื่อเธอด้วยน้ำเสียงที่ทุบต่ำลงกว่าปกติ นัยน์ตาคมกริบมองสบตาหญิงสาวนิ่งสนิท ความรู้สึกบางอย่างที่สะสมมานานนับแรมเดือนเริ่มก่อตัวชัดเจนขึ้นท่ามกลางกลิ่นหอมกรุ่นของรากโสม เก๋ากี้ และพริกไทยดำที่ลอยฟุ้งมาจากหม้อดิน "คุณทำให้ผม... ถอนตัวไม่ขึ้นแล้วรู้ตัวบ้างไหม" บรรยากาศรอบตัวราวกับถูกดูดกลืนให้เงียบงัน เสียงหริ่งเรไรยามค่ำคืนและสายลมเย็นที่พัดผ่านยอดไผ่ไหวระริน กลายเป็นเพียงฉากหลังให้กับคนทั้งคู่ รินรดารู้สึกได้ถึงจังหวะหัวใจของตัวเองที่เต้นรัวไม่เป็นส่ำ ความฉลาดเป็นกรดและฝีปากกล้าที่มักใช้ฟาดฟันคนอื่นเหมือนจะหายไปชั่วขณะเมื่อเจอสายตาคลั่งรักคู่นั้นมองมา "ถ้าถอนตัวไม่ขึ้น... ก็ไม่ต้องถอนค่ะ" รินรดากระซิบตอบเสียงเบาหวิว เธอยอมรับกับตัวเองในวินาทีนั้นเลยว่า หัวใจดวงนี้ได้พ่ายแพ้ให้กับความอบอุ่นและความมั่นคงของนายทหารหนุ่มคนนี้เข้าให้แล้วอย่างราบคาบ แต่ก่อนที่บรรยากาศหวานซึ้งจะก้าวล่วงไปไกลกว่านั้น กลิ่นหอมเย้ายวนของอาหารมื้อค่ำก็ลอยตลบอบอวลตัดจังหวะขึ้นเสียก่อน รินรดารีบดึงสติแล้วผละตัวออกจากวงแขนแกร่งอย่างเขินอาย เธอกระแอมเบาๆ เพื่อกลบเกลื่อนความร้อนผ่าวบนพวงแก้ม "อะแฮ่ม! มื้อค่ำใต้แสงดาวของเราวันนี้ มีเมนูพิเศษที่ฉันเพิ่งคิดค้นสูตรขึ้นมาสดๆ ร้อนๆ จากวัตถุดิบในมิติลับค่ะ รับรองว่าอร่อยจนคุณลืมไม่ลงแน่ๆ" หญิงสาวรีบตัก "ซุปกระดูกหมูตุ๋นโสมป่าและเห็ดหอมภูเขาไฟ" ใส่ชามดินเผาเคลือบเงา ควันร้อนๆ พวยพุ่งพร้อมกับกลิ่นหอมตลบอบอวลของสมุนไพรบำรุงกำลังที่ผสมผสานกันอย่างลงตัว ตามด้วย "ปลาทับทิมนึ่งซีיוสมุนไพรสด" ที่เนื้อปลาขาวเนียนส่งกลิ่นหอมของขิง ข่า และตะไคร้ป่าเตะจมูก และที่ขาดไม่ได้คือ "ข้าวกล้องหอมมะลิออร์แกนิก" ที่หุงด้วยน้ำแร่ธรรมชาติ เม็ดข้าวเรียงตัวสวยเงางามน่ากิน ศิลามองอาหารบนโต๊ะสลับกับใบหน้ายิ้มแย้มของรินรดา ความรู้สึกอิ่มเอมใจแผ่ซ่านไปทั่วอก ทั้งคู่ทรุดตัวลงนั่งฝั่งตรงข้ามกันใต้แสงดาวระยิบระยับที่ส่องประกายผ่านช่องว่างของใบไผ่ เป็นมื้อค่ำที่เรียบง่ายแต่กลับหรูหราทางความรู้สึกอย่างหาที่เปรียบไม่ได้ "อร่อยมากครับ" ศิลาเอ่ยชมหลังจากตักซุปเข้าปาก รสชาติกลมกล่อม หวานน้ำต้มกระดูกและกลิ่นหอมของโสมป่าช่วยขับไล่ความเหนื่อยล้าทั้งหมดให้หายเป็นปลิดทิ้ง "ฝีมือคุณนี่... สมเป็นเชฟมือหนึ่งจริงๆ" "แน่นอนค่ะ ของดีแบบนี้ฉันเตรียมไว้บำรุงผู้กองโดยเฉพาะเลยนะคะ กินเยอะๆ ล่ะพรุ่งนี้เรายังมีงานใหญ่ต้องสะสางกับพวกที่ดินแปลงข้างๆ อีก" รินรดาอมยิ้มพรางคีบเนื้อปลาชิ้นโตใส่จานให้ชายหนุ่มอย่างเอาใจ ค่ำคืนนั้นดำเนินไปท่ามกลางเสียงหัวเราะ รอยยิ้ม และความอบอุ่นที่ถักทอความสัมพันธ์ของทั้งสองคนให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น ความรู้สึกที่ชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ ทำให้พวกเขารู้ว่า ไม่ว่าจะต้องเผชิญหน้ากับอุปสรรคหรือญาติจอมแสบคนไหนในวันพรุ่งนี้ พวกเขาก็พร้อมที่จะจับมือกันก้าวผ่านมันไปได้อย่างแน่นอน ทว่า... ในขณะที่ทั้งคู่กำลังดื่มด่ำกับรสชาติอาหารและความเงียบสงบยามค่ำคืน เสียงฝีเท้าหนักๆ หลายคู่ก็ดังขึ้นอย่างเร่งรีบจากทางเดินดินลูกรังหน้ากระท่อมไผ่ ตามด้วยเสียงทุบประตูรั้วไม้ไผ่เสียงดังโครมครามราวกับจะพังเข้ามา! "เปิดประตูเดี๋ยวนี้! นังรินรดา! แกซ่อนสมบัติอะไรไว้ในบ้านคายออกมาให้หมด ไม่งั้นฉันจะแจ้งตำรวจจับพวกแกข้อหามั่วสุมและลักLขโมยของป่า!" เสียงแหลมสูงที่แสนคุ้นเคยแผดเผาทำลายบรรยากาศอันแสนสงบสุขลงในพริบตา... และคนที่ยืนอยู่หน้าประตูรั้วเวลานี้ ไม่ใช่แค่ป้าสะใภ้คนเดิม แต่ยังมีร่างสูงใหญ่ของ "ใครบางคน" ที่รินรดาคาดไม่ถึงเลยว่าจะกล้าโผล่หัวมาเหยียบที่นี่ในยามวิกาลแบบนี้! ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสนับสนุน "กระท่อมไผ่ริมธาร" เสมอมานะคะ
สารจากนักเขียน (กระท่อมไผ่ริมธาร)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กับดักหัวใจในกระท่อมไผ่กับยายตัวแสบสายเกษตร นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%