"ถ้าพืชผลในแปลงนาท้ายหมู่บ้านเสียหายจนเกลี้ยงในพริบตาเดียวจริงอย่างที่ผู้ใหญ่บ้านกังวล... ฉันเกรงว่าปัญหาจะไม่ใช่แค่สัตว์รบกวนธรรมดาแล้วล่ะค่ะ"
รินรดากล่าวน้ำเสียงราบเรียบ ทว่าแววตากลับคมกริบราวกับใบมีดที่เพิ่งผ่านการลับจนขึ้นเงา มือเรียวบางกำลังบรรจงวางมีดทำครัวสแตนเลสสตีลลงบนเขียงไม้ไผ่หนาหนัก เสียงกระทบดัง *ทึบ* เบาๆ แต่กลับทรงพลังพอที่จะหยุดการเคลื่อนไหวของทุกคนในลานหน้ากระท่อมไผ่ริมธารได้ชะงักงัน
เหตุการณ์ระทึกขวัญจากชาวบ้านเมื่อครู่ยังไม่ทันจางหาย ปัญหาใหญ่ระดับซัดถึงรากเหง้าตระกูลก็พุ่งเข้ามาชนตรงหน้าอย่างเหมาะเจาะ เมื่อป้าสะใภ้จอมเขมือบอย่าง 'นางกมลา' ก้าวเท้าเข้ามาในเขตบ้านพร้อมกับทนายความท้องถิ่นหน้าเลือด ใบหน้าอิบอิ่มด้วยความโลภฉาบไว้ด้วยรอยยิ้มจอมปลอม
"รินรดา! หลานอกตัญญู คิดจะฮุบที่ดินมรดกแปลงนี้ไว้คนเดียวหรือไงยะ!" เสียงแหลมสูงบาดแก้วหูของนางกมลาดังขึ้นทันทีที่ก้าวพ้นแนวรั้วไม้ไผ่ มือข้างหนึ่งถือกระดาษแผ่นหนึ่งสะบัดไปมาด้วยความฮึกเหิม "นี่คือสัญญาจำนองและพินัยกรรมฉบับดั้งเดิมที่พ่อแม่หลานเซ็นไว้ก่อนตาย หลานไม่มีสิทธิ์มาพลิกแผ่นดินทำกินในที่ดินผืนนี้หรอกนะ ถ้าไม่อยากให้ฉันแจ้งความข้อหาบุกรุก ก็รีบไสมือออกไปจากที่นี่ซะ!"
บรรยากาศรอบตัวอึมครึมลงในพริบตา ชาวบ้านที่มามุงดูเหตุการณ์ต่างส่งเสียงฮือฮาด้วยความตกใจ ผู้กองศิลาที่ยืนอยู่ข้างกายรินรดาขยับตัวเล็กน้อย ร่างสูงใหญ่ในชุดลำลองทะมัดทะแมงแผ่ไอสังหารเย็นเยียบออกมาโดยไม่รู้ตัว มือหนากำหมัดแน่นจนเส้นเลือดปูดโปน เตรียมจะก้าวออกไปจัดการป้าสะใภ้จอมแสบให้ราบคาบด้วยกฎหมายขั้นเด็ดขาด
ทว่ารินรดากลับยกมือขึ้นแตะแขนแกร่งของชายหนุ่มเบาๆ เป็นเชิงห้ามปราม มุมปากของหญิงสาวผุดรอยยิ้มเยັນชาที่ทำให้นางกมลาถึงกับชะงักไปชั่วขณะ
"ใจร้อนเสียจริงนะคะ ป้าสะใภ้..." รินรดาก้าวเท้าเดินช้าๆ ออกมาจากชายคา แสงแดดยามสายสาดกระทบใบหน้างملحة ฉายแววความมั่นใจที่เปี่ยมล้น "เอกสารในมือท่านน่ะ ของจริง... หรือเพิ่งจ้างร้านถ่ายเอกสารหลังอำเภอทำขึ้นมาเมื่อวานซืนกันแน่คะ?"
"นัง... นังเด็กปากดี!" นางกมลาหน้าถอดสี ร้องกรี๊ดลั่นด้วยความโกรธจัดเมื่อถูกจี้ใจดำ "ทนายสมชาย! จัดการมันเลย ฟ้องมันให้หมดตัวข้อหาหมิ่นประมาท!"
ทนายสมชายผู้มีพุงพลุ้ยขยับแว่นสายตาอย่างวางมาด ก้าวเท้าออกมาข้างหน้าแล้วกล่าวด้วยน้ำเสียงน่ารังเกียจ "คุณรินรดาครับ หลักฐานทางกฎหมายชัดเจนขนาดนี้ ต่อให้คุณมีฝีมือทำอาหารเก่งแค่ไหน หรือมีผู้กองหนุ่มรูปหล่อมาคอยหนุนหลัง ก็ไม่อาจเปลี่ยนความจริงที่ว่าที่ดินผืนนี้เป็นของตระกูลโดยชอบธรรมได้หรอกครับ เซ็นชื่อสละสิทธิ์เสียแต่โดยดีเถอะครับ จะได้ไม่ต้องอับอายขายหน้าในโรงพัก"
รินรดาหัวเราะในลำคอเบาๆ เสียงหัวเราะที่ไร้ซึ่งความเกรงกลัวใดๆ กลับสร้างความหนาว 14 องศาให้แผ่นหลังของทนายความหน้าเลือดได้อย่างประหลาด หล่อนไม่รอช้า พลิกฝ่ามือเรียกความลับจากมิติพิเศษในพริบตา แสงสีฟ้าจางๆ ที่มองเห็นเพียงเสี้ยววินาทีปรากฏขึ้นที่ปลายนิ้ว ก่อนที่เอกสารฉบับจริงประทับตราพระราชทานและลายเซ็นรับรองจากกรมที่ดินยุคโบราณจะถูกดึงออกมาถือไว้ในมืออย่างสง่างาม
"ท่านทนายสมชายคะ..." รินรดายกเอกสารในมือขึ้นสูงทีละน้อย ดวงตาสุกสกาวจ้องมองตรงไปยังคู่กรณีทั้งสองด้วยความเหนือชั้น "ก่อนที่ท่านจะรับงานใคร ตรวจสอบทะเบียนราษฎร์และประวัติโฉนดหลวงฉบับแท้เสียก่อนดีไหมคะ? ว่าที่ดินแปลงนี้ รัฐบาลพระราชทานให้ 'ปู่ทวด' ของฉันโดยตรง และถูกคัดชื่อออกจากการเป็นทรัพย์สินกองกลางของตระกูลมานานกว่าสี่สิบปีแล้ว... การที่ป้าสะใภ้พยายามเอาเอกสารปลอมมาอ้างสิทธิ์ในวันนี้ เข้าข่ายความผิดฐานปลอมแปลงเอกสารราชการและใช้เอกสารปลอม มีโทษจำคุกสูงสุดกี่ปีนะคะ ผู้กองศิลา?"
ผู้กองศิลาตอบรับเสียงทุ้มต่ำทรงพลังทันที "จำคุกตั้งแต่หอมถึงสิบปี และปรับไม่เกินสองแสนบาทครับ... และบังเอิญเหลือเกินที่กรมการอำเภอโทรศัพท์แจ้งผมเมื่อเช้าว่า มีมิจฉาชีพตระเวนปลอมแปลงโฉนดในพื้นที่พอดี"
สีหน้าของนางกมลาและทนายสมชายเปลี่ยนเป็นซีดเผือกในทันที เหงื่อกาฬผุดพรายเต็มใบหน้าจนเครื่องสำอางหลุดร่อน ทนายสมชายรีบหันไปมองหน้าป้าสะใภ้ด้วยความตระหนก มือที่ถือกระดาษเริ่มสั่นเทาจนแทบถือไม่อยู่
"แก... แกมันนังปีศาจ!" นางกมลาชี้หน้ากรี๊ดลั่นด้วยความจนมุม หมายจะพุ่งเข้ามาตบตีรินรดาให้หายแค้น
แต่ทว่า... ยังไม่ทันที่ร่างอิบอิ่มนั้นจะก้าวถึงตัวรินรดา เสียงคำรามต่ำแปลกประหลาดดังสนั่นหวั่นไหวมาจากทิศทางแปลงนาท้ายหมู่บ้าน พร้อมกับฝุ่นตลบอบอวลที่พวยพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้า ทุกคนในบริเวณนั้นต่างผวาจนต้องหยุดชะงัก หันขวับไปมองต้นตอของเสียงนั้นด้วยความตื่นตระหนก
รินรดากวาดสายตาไปยังทิศทางดังกล่าว หัวใจเต้นแรงขึ้นเล็กน้อย ไม่ใช่เพราะความกลัว แต่เป็นเพราะสัญชาตญาณนักล่าในตัวเธอกำลังบอกว่า... สิ่งที่กำลังสร้างความปั่นป่วนในหมู่บ้าน ไม่ใช่สัตว์ธรรมดาอย่างแน่นอน และมันกำลังมุ่งหน้าตรงมายังกระท่อมไผ่ริมธารแห่งนี้!
ทว่า ในวินาทีที่ทุกคนกำลังตกตะลึงกับเงาดำมหึมาที่กำลังพุ่งทะยานผ่านพุ่มไม้ รินรดากลับเหลือบไปเห็นควันสีขาวพวยพุ่งขึ้นจากเตาถ่านหลังครัว กลิ่นหอมกรุ่นของ 'แกงฮังเลหมูสามชั้นสูตรโบราณ' ที่เธอเคี่ยวทิ้งไว้ข้ามคืนผสมผสานกับเครื่องเทศสมุนไพรป่าลอยฟุ้งกระจายไปทั่วบริเวณ กลบกลิ่นอายความตึงเครียดรอบตัวจนหมดสิ้น...
และในวินาทีนั้นเอง เสียงคำรามของสัตว์ประหลาดก็เงียบกริบลง พร้อมกับร่างสูงใหญ่ในชุดเฉพาะกิจของหน่วยสำรวจป่าไม้ที่ก้าวออกมาจากม่านหมอกควัน พร้อมกับรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ที่ส่งตรงมาให้รินรดา... และบุคคลที่สามที่ก้าวตามหลังเขาออกมา ทำให้ดวงตาของนางกมลาเบิกกว้างด้วยความตกตะลึงจนแทบสิ้นสติ!
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสนับสนุน "กระท่อมไผ่ริมธาร" เสมอมานะคะ
กับดักหัวใจในกระท่อมไผ่กับยายตัวแสบสายเกษตร•ตอนที่ 5
ประกาศศึกกับป้าสะใภ้
ผลงานโดย กระท่อมไผ่ริมธาร
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กระท่อมไผ่ริมธาร)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กับดักหัวใจในกระท่อมไผ่กับยายตัวแสบสายเกษตร นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!