"ถ้าก้าวเข้ามาอีกก้าวเดียว ฉันจะถือว่าพวกคุณบุกรุกเคหสถาน และแจ้งความข้อหาลักทรัพย์ได้ทันทีนะคะ ป้าสะใภ้"
รินรดากล่าวด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทว่าเย็นเยียบจนคนฟังถึงกับสะดุ้งโหยง ใบหน้าของป้าสะใภ้ที่กำลังบิดเบี้ยวด้วยความโลภชะงักกึก ดวงตาคู่เล็กตี่กวาดมองไปที่ร่างสูงใหญ่ของร้อยโทศิลาที่ยืนตระหง่านดั่งกำแพงเหล็กขวางทางอยู่ แรงกดดันจากนายทหารหนุ่มผู้ผ่านสนามรบมาโชกโชนทำเอาผู้บุกรุกถึงกับกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก
"นัง... นังเด็กอกตัญญู! แกกล้าขู่ฉันเหรอ นี่มันบ้านของตระกูลเรานะ!" ป้าสะใภ้แผดเสียงแหลมสูงเพื่อกลบเกลื่อนความกลัว มืออวบอูมสั่นเทาชี้หน้าหลานสาว แต่ไม่กล้าขยับเข้าไปใกล้ร่างของศิลาแม้แต่น้อย
"มรดกแปลงนี้โอนเป็นชื่อฉันอย่างถูกกฎหมายแล้วค่ะ ป้าเองก็รู้ดีไม่ใช่เหรอคะ หรือว่าความจำเริ่มเสื่อมตามอายุ ถ้ายังไม่ยอมกลับไปตอนนี้ ฉันเกรงว่าคงต้องให้ผู้ใหญ่บ้านมาช่วยเคลียร์เรื่องมารยาทในการเข้าบ้านคนอื่นเสียหน่อยแล้วล่ะค่ะ"
รินรดาแย้มยิ้มเย็น เป็นรอยยิ้มที่ไม่ได้ไปถึงดวงตาเลยแม้แต่น้อย มือเรียวบางเอื้อมไปหยิบตะกร้าไม้ไผ่สานขึ้นมาถือไว้ ท่าทีสบายๆ ของเธอยิ่งสร้างความโกรธแค้นให้ป้าสะใภ้จนหน้าดำหน้าแดง แต่เมื่อปะทะเข้ากับสายตาดุคมราวกับเหยี่ยวของศิลาที่มองตรงมา นางจึงทำได้เพียงสะบัดก้นเดินหนี พร้อมกับตะโกนด่าทอไล่หลังอย่างเจ็บใจ
"ฝากไว้ก่อนเถอะนังตัวแสบ!"
เสียงฝีเท้าหนักหน่วงถอยห่างออกไปจนกระทั่งเงียบหาย รินรดาถึงกับถอนหายใจยาวออกมาเบาๆ ไหล่บางที่เกร็งตึงผ่อนคลายลงเล็กน้อย ทว่าก่อนที่เธอจะได้หันไปจัดการกับของในครัว มือหนาอบอุ่นของศิลาก็ยื่นเข้ามาแตะที่ข้อศอกของเธอเบาๆ
"ไหวไหมครับ... เอ๊ย ไหวไหมคะ" ศิลาแก้คำพูดแทบไม่ทันเมื่อนึกขึ้นได้ว่าหญิงสาวชอบให้พูดจาแบบไหน รินรดาถึงกับหลุดหัวเราะออกมาเบาๆ กับท่าทางเก้ๆ กังๆ ของนายทหารหนุ่มผู้เย็นชาต่อคนทั้งโลก แต่กลับอ่อนโยนกับเธอแค่คนเดียว
"ฉันไหวอยู่แล้วค่ะ ผู้กองต่างหากล่ะคะที่ต้องเหนื่อยมาช่วยไล่หมาไล่แมวแถวนี้" รินรดาเงยหน้าขึ้นสบตา เอ่ยเย้าด้วยน้ำเสียงกลั้วหัวเราะ ก่อนจะเปลี่ยนเรื่อง "ไหนๆ ก็วุ่นวายกันมาทั้งวันแล้ว วันนี้ฉันจะแสดงฝีมือให้คุณลองชิมดูนะคะ รับรองว่าวัตถุดิบวันนี้พิเศษสุดๆ แน่นอนค่ะ"
คำว่า 'วัตถุดิบพิเศษ' ไม่ได้เกินจริงเลยแม้แต่น้อย เพราะทันทีที่รินรดาก้าวเข้ามาในครัว เธอแอบดึงหน่อไม้ยักษ์ป่าและเห็ดหอมสดกรอบออกจากมิติเก็บของลับ ซึ่งเป็นผลผลิตที่เติบโตด้วยน้ำค้างวิเศษในมิติ กลิ่นหอมจางๆ ของธรรมชาติลอยอบอวลทันทีที่เธอเริ่มลงมือหั่นมัน
เสียงมีดกระทบเขียงไม้ดังสม่ำเสมอเป็นจังหวะ รินรดามีความคล่องแคล่วว่องไวราวกับเชฟมืออาชีพที่ผ่านการฝึกฝนมานับแรมปี ทุกการเคลื่อนไหวเต็มไปด้วยความมั่นใจและสง่างาม เนื้อหมูสามชั้นติดมันสวยที่เธอแล่ไว้ถูกผัดลงในกระทะเหล็กโบราณ เสียงน้ำมันเดือดปุดๆ ส่งกลิ่นหอมฟุ้งกระจายไปทั่วห้องครัว
ศิลายืนพิงกรอบประตูมองภาพนั้นด้วยแววตาที่ลึกล้ำ เกินกว่าจะบรรยายออกมาเป็นคำพูด แสงไฟสีส้มจากเตาฟืนสะท้อนใบหน้านวลเนียนของหญิงสาว ทำให้บรรยากาศรอบตัวอบอุ่นและเปี่ยมไปด้วยความมีชีวิตชีวา ต่างจากค่ายทหารที่เขาคุ้นเคยโดยสิ้นเชิง ที่นี่... เหมือนคำว่า 'บ้าน' อย่างแท้จริง
"มองอะไรอยู่คะ? น้ำลายจะไหลแล้วมั้งนั่น" รินรดาเอ่ยแซวโดยไม่หันกลับมา เพราะกำลังงละมุนอยู่กับการเคี่ยวซอสสูตรลับที่เธอปรุงขึ้นจากสมุนไพรพื้นบ้านผสมเครื่องเทศชั้นดีในมิติ กลิ่นหอมหวานเค็มกลมกล่อมลอยเตะจมูกจนคนฟังถึงกับต้องกลืนน้ำลาย
"ไม่ได้มองอาหารครับ... หมายถึงไม่ได้มองอาหารค่ะ" ศิลาแก้คำพูดอีกครั้งด้วยใบหน้าที่ขึ้นสีแดงจางๆ จนรินรดาต้องแอบอมยิ้มขบขันในความน่ารักที่ซ่อนอยู่ภายใต้ภาพลักษณ์เคร่งขรึมนั้น
ผ่านไปไม่นาน อาหารพื้นบ้านสามสี่อย่างก็ถูกจัดวางลงบนโต๊ะไม้ไผ่
จานแรกคือ 'แกงฮังเลหมูสามชั้น' ที่เคี่ยวจนเนื้อเปื่อยนุ่มละลายในปาก สีสันเข้มข้นจัดจ้านแต่นุ่มนวลด้วยกลิ่นสมุนไพร ต่อด้วย 'ผัดหน่อไม้ป่าใส่ไข่เค็ม' ที่มีความกรุบกรอบและเค็มมันกำลังดี และต้มยำปลาคาร์พแม่น้ำรสชาติจัดจ้านซดคล่องคอ ข้าวสวยร้อนๆ ที่หุงจากข้าวไร่เม็ดอ้วนหอมกรุ่นถูกตักใส่จานควันโขมง
ศิลานิ่งง้ำไปชั่วขณะเมื่อตักชิ้นหมูสามชั้นเข้าปาก รสสัมผัสแรกคือความนุ่มละมุนที่แทบไม่ต้องเคี้ยว ตามด้วยรสชาติกลมกล่อมที่ซึมลึกถึงเนื้อใน ความเผ็ดร้อนและหอมเครื่องเทศกระจายไปทั่วโพรงปาก มันไม่ใช่แค่อาหารอร่อยธรรมดา แต่มันคือรสชาติที่เยียวยาจิตใจและร่างกายที่เหนื่อยล้ามาทั้งวันให้หายเป็นปลิดทิ้ง
"อร่อยไหมคะ?" รินรดาถามด้วยดวงตาเป็นประกายคาดหวังเล็กๆ
ศิลาไม่ตอบด้วยคำพูด แต่เขาตักข้าวเข้าปากเพิ่มอีกคำอย่างเงียบๆ ท่าทางที่สะท้อนความประทับใจออกมาอย่างชัดเจนทำให้รินรดาหัวเราะคิกคักด้วยความพึงพอใจ
ค่ำคืนในกระท่อมไผ่ริมธารดำเนินไปอย่างเงียบสงบ ท่าเสียงหริ่งเรไรขับกล่อมและสายลมเย็นยะเยือกพัดผ่านหน้าต่าง ทว่าภายในบ้านกลับอบอุ่นเสียจนหัวใจของทั้งสองคนเต้นเป็นจังหวะเดียวกัน...
ทว่า ความสงบสุขมักอยู่ได้ไม่นานนัก...
ปัง! ปัง! ปัง!
เสียงทุบประตูด้านนอกดังสนั่นหวั่นไหวราวกับคนจะพังบ้าน พร้อมกับเสียงตะโกนโวยวายด้วยความตกใจกลัวของชาวบ้านคนหนึ่งในหมู่บ้านที่ดังแทรกเข้ามา
"ผู้กองศิลา! คุณริน!แย่แล้วครับ! เกิดเรื่องใหญ่ที่แปลงนาท้ายหมู่บ้านแล้ว! มี... มีบางอย่างกำลังกินพืชผลของชาวบ้านจนหมดเกลี้ยงในพริบตาเดียว แถมรอยเท้ามัน... มันไม่ใช่รอยเท้าสัตว์ธรรมดาครับ!"
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาเติมกำลังใจให้ "กระท่อมไผ่ริมธาร" เสมอนะคะ
กับดักหัวใจในกระท่อมไผ่กับยายตัวแสบสายเกษตร•ตอนที่ 4
กับข้าวฝีมือเธอ
ผลงานโดย กระท่อมไผ่ริมธาร
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กระท่อมไผ่ริมธาร)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กับดักหัวใจในกระท่อมไผ่กับยายตัวแสบสายเกษตร นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!