กับดักหัวใจในกระท่อมไผ่กับยายตัวแสบสายเกษตร•ตอนที่ 3

เจอกันครั้งแรกที่ลำธาร

ผลงานโดย กระท่อมไผ่ริมธาร
"ถอยไปค่ะ ผู้กอง..." น้ำเสียงของรินรดาราบเรียบแต่เฉียบคมราคมมีดโกน ร่างระหงในชุดเสื้อยืดลุยสวนกับกางเกงผ้าฝ้ายทะมัดทะแมงไม่ได้ถอยร่นแม้แต่เซนติเมตรเดียว เธอยืนปักหลักอยู่ริมลำธารใสแจ๋วที่สะท้อนเงาแมกไม้ สายน้ำเย็นฉ่ำไหลเอื่อยกระทบโขดหินเกิดเสียงเซาะซ่า ทว่าบรรยากาศรอบกายพวกเขากลับไร้ซึ่งความรื่นรมย์ ศิลาหรี่ตาลงเล็กน้อย นัยน์ตาคมกริบดั่งพญาอินทรีสำรวจสตรีตรงหน้าตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า ชุดที่เธอใส่ไม่ได้มีคราบสกปรกจากการทำไร่ทำนาอย่างที่ควรจะเป็น ผิวพรรณผุดผ่องเปล่งปลั่งราวกับคุณหนูในห้องหอ ทว่าแววตานั้น... เด็ดเดี่ยว ทระนง และไม่มีความหวาดกลัวต่อเครื่องแบบทหารยศนายร้อยที่เขาสวมใส่อยู่เลยแม้แต่น้อย ที่ดินแปลงนี้เป็นมรดกตกทอดที่ถูกทิ้งร้างมานานหลายปี จู่ๆ ก็มีหญิงสาวลึกลับโผล่เข้ามาบุกเบิก ขุดแปลงผัก สร้างกระท่อมไผ่ริมธารอย่างรวดเร็วราวกับมีเวทมนตร์ ยิ่งคิด ศิลากยิ่งรู้สึกว่าเธอคือตัวอันตรายที่อาจพัวพันกับกลุ่มนายทุนที่จ้องฮุบที่ดินทำกินของชาวบ้าน "ที่ดินตรงนี้อยู่ในเขตรับผิดชอบการสำรวจความมั่นคงของชุมชน และคุณ... เข้ามาครอบครองโดยไม่แสดงเอกสารสิทธิ์ที่ชัดเจน แถมยังสร้างสิ่งปลูกสร้างรุกล้ำพื้นที่สาธารณะริมลำธาร" ศิลาเอ่ยเสียงทุ้มต่ำ ทรงพลัง และกดดันจนคนใจไม่ถึงคงเข่าอ่อนทรุดลงไปกองกับพื้น รินรดาแค่นหัวเราะเบาๆ ในลำคอ ดวงตากลมโตฉายประกายเย้ยหยัน "รุกล้ำ? คุณผู้กองตาไม่ถึงหรือว่าแกล้งตาบอดคะ ที่ดินตรงนี้มีโฉนดถูกต้องตามกฎหมายทุกประการ ส่วนกระท่อมไผ่หลังนี้... ฉันสร้างอยู่บนเขตกรรมสิทธิ์ส่วนบุคคล ไม่ได้ล้ำเส้นลำธารสาธารณะแม้แต่มิลลิเมตรเดียว อยากดูเอกสารไหมคะ เดี๋ยวฉันจะหยิบมาให้ดูจนตาแฉะเลยดีไหม" พูดจบ รินรดาก็ทำท่าจะควานมือเข้าไปในกระเป๋าเสื้อสะพาย ทว่าแท้จริงแล้วจิตสำนึกของเธอกำลังเชื่อมต่อกับ 'มิติเก็บของ' ในห้วงความคิด นิ้วเรียวแตะเบาๆ เตรียมดึงม้วนโฉนดของปลอมที่แนบเนียนไร้ที่ติออกมาฟาดหน้าทหารหนุ่มผู้หยิ่งยโสคนนี้ ทว่า ศิลาคาดไม่ถึงว่าเธอจะกล้าต่อปากต่อคำ เขาขยับตัวก้าวเข้ามาประชิดด้วยความเร็วระดับนายทหารหน่วยรบพิเศษ มือหนาคว้าหมับเข้าที่ข้อมือเรียวของเธอเพื่อป้องกันการหยิบอาวุธหรือหลักฐานบางอย่าง "ระวังปากหน่อยครับคุณ... เอ, จะว่าไป เราเคยเจอกันมาก่อนหรือเปล่า ทำไมคุณถึงดูระแวดระวังผมราวกับผมเป็นโจรผู้ร้าย" ศิลาโน้มตัวลงมา กระซิบด้วยน้ำเสียงใกล้ชิดจนลมหายใจอุ่นๆ ปะทะเข้ากับข้างแก้มเนียน กลิ่นอายบุรุษเพศและกลิ่นจางๆ ของป่าไม้ลอยเข้าแตะจมูก รินรดาชะงักไปชั่ววินาที หัวใจดวงน้อยเต้นกระหน่ำผิดจังหวะ ไม่ใช่เพราะความกลัว แต่เป็นเพราะความใกล้ชิดที่อันตรายเกินไป ร่างสูงใหญ่ของเขาให้ความรู้สึกเหมือนกำแพงหินผาที่ทั้งแข็งแกร่งและดุดัน "ปล่อยมือค่ะ! ผู้กองกำลังใช้อำนาจบาทใหญ่รังแกประชาชนมือเปล่านะคะ" รินรดาตวัดสายตาคมกริบมองมือหนาที่กุมข้อมือเธอไว้แน่น ก่อนจะใช้ทักษะการป้องกันตัวที่เคยเรียนรู้มาบิดข้อมือพลิกหลุดจากการจับกุมอย่างคล่องแคล่วว่องไว ถอยหลังทิ้งระยะห่างสามก้าวด้วยความรวดเร็ว ศิลาเลิกคิ้วขึ้นด้วยความประหลาดใจอย่างปิดไม่มิด ผู้หญิงธรรมดาคนหนึ่งเหตุใดจึงมีปฏิกิริยาตอบสนองรวดเร็วและแม่นยำปานนี้ ทักษะการต่อสู้เมื่อครู่... ไม่ใช่สิ่งที่ชาวบ้านร้านตลาดทั่วไปจะทำได้ "คุณไม่ใช่แค่คนปลูกผักธรรมดาแน่ๆ" ศิลาหรี่ตาลงอย่างใช้ความคิด ความสนใจในตัวหญิงสาวพุ่งสูงขึ้นจนกลายเป็นความท้าทาย "ถ้าฉันเป็นแค่คนปลูกผักธรรมดา แล้วมันหนักส่วนไหนของคุณไม่ทราบคะ? หรือว่าคุณว่างมากจนไม่มีงานทำ ถึงได้มาเดินตรวจตราจับผิดชาวบ้านตาดำๆ ที่กำลังก้มหน้าก้มตาทำมาหากิน" รินรดาลอยหน้าลอยตาเถียงกลับอย่างไม่เกรงกลัว มุมปากอิ่มยกยิ้มท้าทาย บรรยากาศรอบตัวเริ่มระอุขึ้นด้วยแรงปะทะทางคารมและสายตาที่ฟาดฟันกันราวกับมีประกายไฟแลบแปล๊บ ทว่า ในจังหวะที่สงครามประสาทกำลังดำเนินไปถึงจุดเข้มข้นที่สุดนั้นเอง... *จ๊อก...* เสียงท้องร้องโครกครากดังขึ้นอย่างไม่รู้จักกาลเทศะ ทว่าเสียงนั้นไม่ได้มาจากรินรดา แต่มาจากชายหนุ่มผู้เคร่งขรึมและทรงอำนาจอย่างผู้กองศิลา! รินรดากะพริบตาปริบๆ ก่อนจะหลุดหัวเราะออกมาเบาๆ อย่างกลั้นไม่อยู่ เสียงหัวเราะใสราวกระดิ่งเงินทำให้ใบหน้าคมคายของนายทหารหนุ่มขึ้นสีแดงเรื่อด้วยความเก้อเขินเป็นครั้งแรกในชีวิต เขาออกปฏิบัติภารกิจตั้งแต่รุ่งอรุณโดยยังไม่ได้ตกถึงท้องเลยสักคำเดียว "อ๋อ... ที่แท้ท่านผู้กองผู้ทรงเกียรติ ก็แค่นายทหารหิวโซที่เดินตรวจพื้นที่จนไส้กิ่วสินะคะ" รินรดาเอ่ยแซwพร้อมกับกอดอกมองอย่างนึกสนุก ศิลาเม้มปากแน่นอย่างเสียฟอร์ม แต่ด้วยความที่เป็นคนหน้ามึนพอตัว เขาจึงปรับสีหน้าให้กลับมาเรียบเฉยดังเดิมอย่างรวดเร็ว ก่อนจะก้าวเข้าไปใกล้เธออีกครั้งด้วยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ที่หาดูได้ยาก "ผมยอมรับว่าหิว... แต่ไม่ได้หิวข้าวอย่างเดียวนะครับ" ศิลากระซิบเสียงพร่าทุ้มชวนใจสั่น "ว่าแต่... กลิ่นหอมอะไรลอยมาแตะจมูกตั้งแต่เมื่อครู่นี้แล้ว เหมือนกลิ่นไก่ย่างสมุนไพรราดซอสสูตรพิเศษ... หรือว่าคุณแอบซ่อนของอร่อยไว้ในกระท่อม?" รินรดาหน้าตื่นขึ้นมาเล็กน้อยโดยไม่รู้ตัว ใช่... เธอกำลังเคี่ยวซอสหมักไก่ย่างขมิ้นสูตรโบราณผสมเครื่องเทศจากมิติพิเศษทิ้งไว้บนเตาถ่านในกระท่อม กลิ่นหอมฟุ้งตลบอบอวลไปทั่วทั้งลำธารตั้งนานแล้ว แต่เพราะมัวแต่ต่อปากต่อคำกับนายทหารคนนี้ เธอเกือบลืมไปเลยว่าไก่ในหม้ออาจจะไหม้! รินรดารemember ถึงแผนการที่จะใช้ของอร่อยมัดใจและปิดปากคนตรงหน้า เธอยิ้มหวานหยดย้อยที่เคลือบยาพิษในใจทันที "อยากรู้เหรอคะว่าหอมอะไร... ตามมาสิคะ ถ้าคุณกล้าพอนะ" รินรดาหมุนตัวเดินนำลิ่วกลับไปยังกระท่อมไผ่ริมธารทันที โดยมีสายตาร้อนผ่าวของศิลาก้าวตามติดกระชั้นชิดไม่ห่าง ทว่า ทันทีที่ทั้งสองก้าวมาถึงหน้าประตูกระท่อม กลิ่นหอมฉุยของไก่ย่างสมุนไพรหนังกรอบสีทองอร่ามที่ส่งกลิ่นเย้ายวนใจจนต่อ10กิโลเมตรก็ต้องน้ำลายสอ ลอยกระแทกจมูกเข้าอย่างจังจนศิลาถึงกับกลืนน้ำลายลงคออึกใหญ่ แต่สิ่งที่ทำให้รินรดาต้องเบิกตากว้างด้วยความตกใจจนแทบสิ้นสติ คือร่างของใครบางคนที่กำลังยืนแอบด้ๆ มองๆ แง้มประตูตักอาหารจากหม้อในกระท่อมของเธออย่างไร้มารยาท! "ยัยตัวแสบ! แกซ่อนของกินอร่อยๆ แบบนี้ไว้กินคนเดียวเรอะ นังเด็กอกตัญญู ส่งสูตรอาหารมาให้ฉันเดี๋ยวนี้เลยนะ!" เสียงแหลมปรี๊ดของป้าสะใภ้จอมโลภที่บุกรุกเข้ามาขโมยของกินดังแว่วขึ้น พร้อมกับที่นางหันขวับมาสบตากับรินรดาและผู้กองศิลาที่ยืนขวางประตูอยู่พอดี! ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่อยู่เคียงข้างและสนับสนุน "กระท่อมไผ่ริมธาร" เสมอมานะคะ
สารจากนักเขียน (กระท่อมไผ่ริมธาร)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กับดักหัวใจในกระท่อมไผ่กับยายตัวแสบสายเกษตร นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%