"ถ้าก้าวเข้ามาอีกก้าวเดียว ฉันจะเทน้ำยาเร่งรากสูตรพิเศษราดหัวคุณจริงๆ ด้วยนะคะ ป้าวิไล!"
รินรดาส่งเสียงเตือนด้วยน้ำพักน้ำแรงที่อัดแน่นด้วยความระอา พร้อมกับกระชับถังพ่นปุ๋ยในมือแน่น ดวงตากลมโตฉายแวววาวแข็งกร้าวไม่ยอมคน ป้าวิไล หรือป้าสะใภ้จอมเขมือบผู้ขึ้นชื่อเรื่องการหน้าด้านหน้าทน กำลังยืนเท้าสะเอวอยู่หน้าแปลงผักออร์แกนิกของเธอ ใบหน้าอดยากปากแห้งแต่แววตากลับโลภโมelกธรรมกวาดมองพืชผักเขียวขจีที่เติบโตอย่างงดงามราวกับต้องมนต์
"นังเด็กนี่! แกกล้าดียังไงมาขู่ฉัน ป้าเป็นผู้หลักผู้ใหญ่ในตระกูลนะ ผักพวกนี้แกได้ที่ดินมรดกของตระกูลเราไปปลูก ถึงผลผลิตมันจะงามผิดชาวบ้านชาวเมืองจนน่าสงสัยว่าแกแอบใช้สารเคมีอะไรแปลกปลอมหรือเปล่า แต่ในฐานะญาติ ฉันมีสิทธิ์ที่จะมาตรวจสอบความปลอดภัยแทนชาวบ้าน!" ป้าวิไลแสร้งทำเป็นห่วงSใย แต่สายตาจ้องเขม็งไปที่มะเขือเทศสีแดงสดในแปลงราวกับอยากจะมือยาวสอดคว้าใส่ตะกร้าของตัวเอง
รินรดายกยิ้มมุมปากอย่างเย้ยหยัน สตรีทสมองเพชรผู้ผ่านสมรภูมิการแข่งขันในวงการอาหารระดับประเทศมาแล้วอย่างเธอ มีหรือจะยอมให้คนไร้ยางอายมาไถเอาผลผลิตหยาดเหงื่อแรงกายไปฟรีๆ
"ตรวจสอบความปลอดภัยหรือคะ? หรือว่ากลัวชาวบ้านเขาจะรู้ว่าผลผลิตของป้าที่เอาไปขายตลาดสดเมื่อวานเหี่ยวเฉาจนโดนแม่ค้าไล่ตะเพิด เลยต้องมาเดินกวาดสายตาหาของฟรีแถวนี้กันแน่คะ" น้ำเสียงหวานใสแต่เชือดเฉือนทำเอาป้าวิไลหน้าชาดล สำลักความจริงจนพูดไม่ออก
"แก... นังสารเลว!"
"มีปัญหาอะไรรึเปล่าครับ"
เสียงทุ้มต่ำทรงพลังดังขึ้นจากด้านหลัง พร้อมกับร่างสูงใหญ่ในชุดเสื้อยืดรัดรูปเผยให้เห็นมัดกล้ามสมชายชาตรีของผู้กองศิลา นายหนุ่มนายทหารผู้ลาพักร้อนมาดูแลแปลงเกษตรเดินถือจอบเข้ามาสมทบ รังสีความกดดันที่แผ่ออกมาจากตัวเขาทำเอาป้าวิไลถอยกรูดโดยอัตโนมัติ แม้ชายหนุ่มจะไม่ได้พูดจาข่มขู่รุนแรง แต่สายตาคมกริบที่มองมานั้นราวกับกำลังมองแมลงตัวจ้อยที่พร้อมจะถูกบี้ให้แบนได้ทุกเมื่อ
ป้าวิไลกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ส่งเสียงฮึดฮัดขัดใจก่อนจะสะบัดก้นหนีไปพร้อมกับคำอาฆาตมาดร้ายที่ทิ้งไว้ตามลม "ฝากไว้ก่อนเถอะนะ แกสองคนผัวเมีย ระวังตัวไว้ให้ดีเถอะ!"
รินรดามองตามหลังร่างท้วมที่เดินพับเพียบหนีไปอย่างสะใจ เธอหัวเราะเบาๆ ในลำคอ ก่อนจะหันมาสบตากับสามีหนุ่มที่ตอนนี้ขยับเข้ามาประชิดตัว ใช้มือหนาปัดเศษดินออกจากเปื้อนข้างแก้มให้อย่างเบามือ
"จัดการคนพวกนี้ทีไร เสียเวลาทำมาหากินหมดเลยนะคะคุณผู้กอง" รินรดาแกล้งบ่นอุบอิบ แต่ดวงตากลับพราวระยับด้วยความขบขัน
"ถ้าเหนื่อยนัก ก็หยุดพักแล้วไปเข้าป่ากับผมดีกว่าครับ" ศิลาเอ่ยชวนด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลที่เก็บซ่อนความคลั่งรักเอาไว้ไม่มิด "ผมได้ยินพรานท้องถิ่นเขาคุยกันว่า ช่วงนี้แถบเชิงเขาด้านหลังมีเห็ดโคนป่าชุดแรกออกดอกสะพรั่ง และอาจจะมีสมุนไพรหายากที่เธอตามหาอยู่ด้วย"
ดวงตาของรินรดาลุกวาวขึ้นมาทันที คำว่า "เห็ดโคนป่า" และ "สมุนไพรหายาก" สำหรับเชฟและนักปรุงยาอย่างเธอมันมีค่าดั่งทองคำแท้! มิติลับในตัวเธอกำลังสั่นระริกราวกับส่งสัญญาณตอบรับว่าของล้ำค่ากำลังรออยู่
"จริงหรือคะ? ถ้าอย่างนั้นเราต้องรีบไปกันแล้วค่ะ ก่อนที่ชาวบ้านคนอื่นจะรู้ข่าวแล้วไปเก็บตัดหน้าเราเสียก่อน!"
ช่วงบ่ายแก่ๆ สองสามีภรรยาจึงเตรียมอุปกรณ์เข้าป่า ทั้งมีดพก ตะกร้าสะพายหลัง และขวดน้ำ บรรยากาศของป่าดิบชื้นยามบ่ายอบอวลไปด้วยกลิ่นไอของดินชื้นๆ และเสียงนกป่าร้องประสานเสียง รินรดาสวมรองเท้าบู๊ทยางเดินนำหน้าอย่างคล่องแคล่ว แม้เธอจะดูบอบบางแต่ความตื่นตัวและสัญชาตญาณความเอาตัวรอดนั้นเฉียบคมไม่แพ้พรานมืออาชีพ
ศิลาก้าวเดินตามประกบไม่ห่าง สายตาคมกริบคอยกวาดมองรอบด้านเพื่อระวังอันตรายจากสัตว์มีพิษ แม้ในใจจะอดอมยิ้มไม่ได้ยามที่เห็นภรรยาตัวน้อยตื่นเต้นดีใจกับการเจอเห็ดป่าดอกแรกที่โผล่พ้นดินขึ้นมา
"ศิลาคะ! ทางนี้ค่ะ! เห็ดโคนดอกใหญ่มาก แถมยังสดมากๆ ด้วย!" รินรดาร้องเรียกเสียงใส นั่งยองๆ ลงใช้มือปัดเศษใบไม้ออกอย่างทะนุถนอม เพื่อไม่ให้ดอกเห็ดบอบช้ำ
ศิลาก้าวเข้าไปใกล้ นั่งลงข้างๆ เพื่อช่วยเก็บ แต่จังหวะนั้นเอง ปลายเท้าของรินรดากลับไปสะดุดเข้ากับรากไม้โบราณที่โผล่ขึ้นมาเหนתพื้นดิน ร่างเพรียวเสียหลักหงายหลังลงไป แต่ด้วยสัญชาตญาณ ศิลาคว้าเอวบางเอาไว้ได้ทัน ร่างของทั้งคู่จึงล้มกลิ้งลงไปนอนราบกับพื้นหญ้านุ่มโดยมีร่างหนาคร่อมทับอยู่ด้านบน
ลมหายใจอุ่นร้อนปะทะกันในระยะประชิด กลิ่นกายสะอาดเจือกลิ่นดินป่าเฉพาะตัวของผู้กองศิลาทำเอารินรดาหัวใจเต้นรำไม่เป็นจังหวะ ดวงตากลมโตช้อนขึ้นมองใบหน้าคมคายที่อยู่เหนือเธอเพียงคืบ แววตาของสามีหนุ่มในยามนี้ไม่ได้มีความเย็นชาหลงเหลืออยู่เลย มีเพียงประกายความปรารถนาและหยาดหยดความรักที่ล้นปรี่
"ซุ่มซ่ามแบบนี้... ต้องโดนทำโทษนะคะภรรยา" เสียงกระซิบพร่าต่ำชวนสยิวเอ่ยชิดริมฝีปาก
รินรดายังไม่ทันได้เอ่ยปากเถียง ศิลาก็โน้มใบหน้าลงมาประทับจูบแผ่วเบาที่ริมฝีปากอิ่ม ความหวานละมุนที่ผสมผสานความเร่าร้อนทำให้สติของเธอเตลิดเปิดเปิงไปชั่วขณะ มือเรียวเผลอขยุ้มเสื้อยืดของเขาแน่นเพื่อยึดเหนี่ยว
กรอบแกรบ... เสียงกิ่งไม้หักดังขึ้นไม่ไกลจากพุ่มไม้หนาทึบเบื้องหน้า!
ทั้งคู่ชะงัก รินรดารีบยกมือขึ้นดันแผงอกสามีให้ออกห่าง ศิลาหรี่ตาลง ปรับโหมดกลับมาเป็นนายทหารผู้ระแวดระวังภัยในเสี้ยววินาที ร่างสูงขยับลุกขึ้นยืนบังร่างภรรยาไว้ครึ่งหนึ่ง มือหนากุมด้ามมีดพกที่เหน็บอยู่ข้างเอวแน่น สายตาดุดันจ้องเขม็งไปยังพุ่มไม้ไหว
"ใครอยู่ตรงนั้น ออกมา!" ศิลาตวาดก้องด้วยน้ำเสียงทรงพลังที่สะท้อนก้องไปทั่วป่า
เงาร่างหนึ่งค่อยๆ ก้าวถอยหลังออกมาจากความมืดทึบของแมกไม้ เป็นชายชราท่าทางแปลกประหลาด สวมชุดมอมแมมคล้ายคนเร่รอน แต่ที่น่าตกใจยิ่งกว่าคือ ในมือของชายคนนั้นกำลังถือวัตถุชิ้นหนึ่งที่รินรดารู้จักดี... มันคือ "ห่อกระดาษไขโบราณ" ที่มีตราสัญลักษณ์ลึกลับแบบเดียวกับที่เคยซ่อนอยู่ก้นบึ้งในมิติลับของเธอ!
"ระวังตัวไว้เถอะ... เจ้าของที่แท้จริงกำลังจะกลับมาทวงทุกอย่างคืน!" ชายแปลกหน้าส่งเสียงหัวเราะแหบพร่า ก่อนจะโยนวัตถุบางอย่างลงกับพื้น แล้ววิ่งหายเข้าสู่ความมืดของผืนป่าด้วยความเร็วที่ผิดมนุษย์มนา!
รินรดารีบพุ่งเข้าไปหยิบวัตถุดังกล่าวขึ้นมาดู หัวใจของเธอดิ่งวูบลงไปถึงตาตุ่ม เมื่อคลี่ห่อกระดาษไขออก สิ่งที่ปรากฏอยู่เบื้องหน้าคือ "แผนที่หนังมนุษย์" ที่ระบุพิกัดของ "กระท่อมไผ่ริมธาร" แห่งนี้ พร้อมกับตัวเลขปริศนาที่ตรงกับวันเวลาเกิดอุบัติเหตุข้ามมิติของเธอพอดิบพอดี!
**หมายเหตุจากผู้เขียน (กระท่อมไผ่ริมธาร):** ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสนับสนุน "กระท่อมไผ่ริมธาร" เสมอมานะคะ
กับดักหัวใจในกระท่อมไผ่กับยายตัวแสบสายเกษตร•ตอนที่ 15
ทริปเก็บของป่าสุดตื่นเต้น
ผลงานโดย กระท่อมไผ่ริมธาร
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กระท่อมไผ่ริมธาร)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กับดักหัวใจในกระท่อมไผ่กับยายตัวแสบสายเกษตร นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!