"ต่อให้พวกมันเอาโฉนดปลอมมาอ้างสิทธิ์ร้อยฉบับ ที่ดินแปลงนี้ก็ไม่มีวันหลุดมือคุณไปได้แม้แต่ตารางวาเดียวค่ะ รินรดา"
เสียงทุ้มต่ำแต่มั่นคงดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงันภายในห้องครัวกลิ่นหอมกรุ่น ผู้กองศิลายืนพิงเคาน์เตอร์ไม้สักด้วยท่าทางผ่อนคลาย ดวงตาคมกริบราวกับพญาอินทรีย์กวาดมองเอกสารในมือสลับกับใบหน้าของหญิงสาวที่กำลังงละมุนอยู่กับการนวดแป้งพายข้าวโพดโฮมเมด
รินรดาหยุดมือที่กำลังรีดแป้งบางเฉียบ เธอยกหลังมือขึ้นปัดปอยผมที่หลุดลุ่ยข้างแก้มเล็กน้อย ก่อนจะถอนหายใจออกมาเบาๆ ความเย็นยะเยือกของแอร์ธรรมชาติจากขุนเขาภายนอกไม่อาจลดทอนความร้อนรุ่มในใจของเธอได้เลย เมื่อนึกถึงท่าทางระรื่นหูของญาติจอมปลอมฝั่งตระกูลเดิมที่เพิ่งจะยกพวกมาป้วนเปี้ยนแถวรั้วกระท่อมไผ่เมื่อช่วงบ่าย
"ฉันไม่ได้กลัวพวกมันเอาโฉนดปลอมมาหรอกค่ะผู้กอง..." รินรดาเอ่ยเสียงเรียบ แต่แววตาส่องประกายความเฉียบคมดุดันราวกับเชฟใหญ่ที่กำลังควบคุมไฟในครัว "แต่ฉันสังหรณ์ใจว่า... เบื้องหลังของพวกมัน น่าจะมีปลาตัวใหญ่กว่านั้นคอยชักใยอยู่ ไม่อย่างนั้นคนไร้น้ำยาอย่างลุงกับป้าฉัน คงไม่กล้าฮฮมทำเรื่องใหญ่โตถึงขั้นจ้างคนมาขุดคุ้ยประวัติที่ดินมรดกแปลงนี้หรอกค่ะ"
ศิลาหรี่ตาลงเล็กน้อย รอยยิ้มมุมปากปรากฏขึ้นจางๆ ความฉลาดทันคนและสัญชาตญาณอันเฉียบคมของหญิงสาวตรงหน้า ยิ่งทำให้เขาหลงใหลและนึกอยากกางปีกปกป้องเธอให้พ้นจากพายุร้ายมากยิ่งขึ้น ชายหนุ่มก้าวเท้าเข้ามาประชิดร่างบางอย่างเงียบเชียบ สองมือหนาวางลงบนขอบเคาน์เตอร์ กักตัวเธอไว้ในอ้อมแขนอย่างหลวมๆ กลิ่นกายสะอาดอบอุ่นเจือกลิ่นไอดินและพัสนากลางป่าลอยเข้าแตะจมูกจนรินรดาต้องแอบกลั้นหายใจ
"คุณคิดถูกครึ่งหนึ่งค่ะ" ศิลาโน้มใบหน้าลงมาใกล้จนกระซิบข้างใบหู น้ำเสียงของเขาจริงจังขึ้นจนบรรยากาศรอบตัวเปลี่ยนเป็นตึงเครียด "คนที่อยู่เบื้องหลังไม่ใช่แค่พวกนักลงทุนท้องถิ่นกระจอกๆ แต่เป็น 'เสี่ยธนัตถ์' เจ้าของโครงการรีสอร์ตภู F ดูดเลือดที่กำลังกว้านซื้อที่ดินรอบแนวเขตป่าสงวนเพื่อฟอกเงิน... และที่ดินแปลงกระท่อมไผ่ริมธารของคุณ คือจิ๊กซอว์ชิ้นสุดท้ายที่เชื่อมต่อทางหลวงสายหลักเข้ากับโครงการของมัน"
ดวงตากลมโตของรินรดาเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย ความตระหนักรู้แล่นปรา้วขึ้นในหัวสมอง มิติลับในตัวเธอสั่นไหวเล็กน้อยราวกับรับรู้ถึงคลื่นพลังงานความโลภจากภายนอก ที่แท้เป้าหมายที่แท้จริงไม่ใช่แค่การฮุบมรดกเพื่อแก้แค้นความหมั่นไส้ แต่มันคือผลประโยชน์มหาศาลจากนายทุนสีเทา!
"เสี่ยธนัตถ์งั้นเหรอคะ..." รินรดาทวนชื่อนี้ด้วยน้ำเสียงเย็นเยียบ รอยยิ้มมุมปากผุดขึ้นเป็นริ้วความท้าทาย "คิดจะเอาที่ดินทำมาหากินของฉันไปทำธุรกิจสกปรก ฝันไปเถอะค่ะ ต่อให้มันเอาเงินมาถมจนภูเขาลูกนี้กลายเป็นทองคำ ฉันก็ไม่ขาย!"
"ผมชอบเวลาที่คุณดื้อตาใสแบบนี้จังเลยนะคะ" ศิลาหัวเราะในลำคอเบาๆ แววตาพราวระยับด้วยความเอ็นดู ก่อนจะเปลี่ยนเป็นจริงจังในวินาทีต่อมา "แต่วิธีของพวกมันสกปรกกว่าที่คุณคิดค่ะ ช่วงนี้คุณห้ามออกไปเก็บสมุนไพรในป่าคนเดียวนะคะ มีอะไรให้เรียกผม... หรือถ้าจำเป็นจริงๆ ต้องพกไอ้นี่ติดตัวไว้ด้วย"
ชายหนุ่มหยิบบางสิ่งออกจากกระเป๋าเสื้อแจ็คเก็ตทหาร มันคืออุปกรณ์สื่อสารขนาดจิ๋วเข้ารหัสพิเศษที่เชื่อมตรงกับกองร้อยของเขา รินรดามองอุปกรณ์ชิ้นนั้นด้วยความรู้สึกซับซ้อน หัวใจดวงน้อยเต้นระรัวไม่ใช่เพราะความกลัว แต่เป็นเพราะความอุ่นวาบที่แผ่ซ่านเข้ามาในอกอย่างห้ามไม่อยู่
"ดูแลตัวเองยังไม่ค่อยจะรอด ยังมีหน้ามาห่วงฉันอีกนะคะผู้กอง" รินรดาเอ่ยปากแซوกลบเกลื่อนความเขินอาย แต่ริมฝีปากกลับยกยิ้มกว้างอย่างห้ามไม่อยู่ มือเรียวยื่นไปรับอุปกรณ์ชิ้นนั้นมาเก็บไว้ในกระเป๋าผ้ากันเปื้อนอย่างดี
"เพื่อความปลอดภัยของภรรยาในอนาคต ต่อให้ต้องเอาชีวิตเข้าแลก ผมก็ยินดีค่ะ"
คำพูดหน้าตายแต่จริงจังขั้นสุดทำเอารินรดาหน้าแดงซ่านจนต้องรีบหันไปสนใจแป้งพายในถาดเพื่อซ่อนอาการเขินอาย "ใครเป็นภรรยาคุณกันคะ พูดมากระวังฉันจะใส่เกลือลงไปในพายข้าวโพดของคุณแทนน้ำตาลนะคะ!"
"ใส่เกลือสักสิบช้อนผมก็กินหมดค่ะ ขอแค่ฝีมือคุณทำ..."
ในจังหวะที่บรรยากาศกำลังอบอวลไปด้วยความหวานละมุนจนน่าอิจฉา ทันใดนั้นเอง... เสียงเคาะประตูกระท่อมดังขึ้นสามครั้งอย่างหนักแน่นและไร้มารยาท ตามด้วยเสียงตะโกนโหวตเหวกโวยวายของหญิงวัยกลางคนที่รินรดาคุ้นเคยเป็นอย่างดีดังทะลุกำแพงไม้ไผ่เข้ามา
"รินรดา! นังหลานอกตัญญู! เปิดประตูเดี๋ยวนี้! แกคิดว่าจะหลบหัวซุกหัวซุนอยู่ในกระท่อมโทรมๆ นี่แล้วจะหนีพ้นความจริงเหรอ โฉนดที่ดินผืนนี้มันเป็นของตระกูลเรา แกไม่มีสิทธิ์มาฮุบไว้คนเดียว!"
เสียงแหลมปรี๊ดของป้าทิพย์ดังแผดขึ้นทำลายความสงบสุขยามเย็นลงอย่างสิ้นเชิง ตามด้วยเสียงทุบประตูดังปังๆ จนตัวกระท่อมสั่นสะเทือน
รินรดาขมวดคิ้วมุ่น ความหงุดหงิดแล่นพล่านขึ้นมาทันที เธอกำลังจะก้าวเท้าเดินไปเปิดประตูสั่งสอนยายป้าจอมโลภให้หายซ่าสักตั้ง แต่ศิลากลับเอื้อมมือมาแตะแขนเธอไว้เบื้องหน้า ดวงตาคมกริบฉายแววเย็นชาอันตราย
"ใจเย็นก่อนค่ะคนดี..." ศิลาเอ่ยเสียงนุ่มแต่กังวาน ทว่าแฝงไปด้วยอำนาจบางอย่างที่ทำให้รินรดาต้องชะงัก "ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของผมเองค่ะ วันนี้ผมจะทำให้พวกมันรู้ซึ้งเองว่า... การมารบกวนเวลาพักผ่อนของภรรยาเชฟมือหนึ่ง มันมีจุดจบที่ทรมานแค่ไหน"
ชายหนุ่มเดินตรงไปยังประตูไม้ไผ่ด้วยท่าทางองอาจ มือหนากระชากกลอนประตูเปิดผางออกอย่างแรง เผยให้เห็นร่างของป้าทิพย์และชายฉกรรจ์หน้าตาถมึงทึงอีกสามคนที่ยืนล้อมกรอบอยู่หน้าบันได
ป้าทิพย์ที่กำลังจะอ้าปากด่าต่อถึงกับสำลักน้ำลายตัวเองเมื่อสบเข้ากับดวงตาดุราวกระบี่ของนายทหารหนุ่มเครื่องแบบเต็มยศที่ยืนตระหง่านขวางทางอยู่
"พวกคุณเป็นใคร? บุกรุกเคหสถานส่วนบุคคล มีโทษจำคุกและปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท..." ศิลาเอ่ยด้วยน้ำเสียงกดต่ำ ทรงพลังจนฝ่ายตรงข้ามถึงกับก้าวถอยหลังไปคนละก้าว
ทว่า... ในวินาทีที่ทุกคนกำลังจดจ่ออยู่กับการเผชิญหน้าหน้าประตูกระท่อมนั้นเอง เสียงฝีเท้าหนักๆ ของใครอีกคนก็ดังแทรกขึ้นจากพุ่มไม้หลังกระท่อม พร้อมกับเสียงตะโกนลั่นจากบุคคลที่ไม่มีใครคาดคิดว่าจะกล้าโผล่มาเหยียบที่นี่ในเวลานี้!
"พี่รินรดา! พี่ศิลา! แย่แล้วครับ! ที่ดินแปลงติดกัน... อยู่ๆ ก็มีคนเอาเครื่องจักรหนักเข้ามาไถทำลายแปลงเกษตรอินทรีย์ของเราจนพินาศหมดแล้วครับ!"
ร่างของน้องชายต่างมารดาที่ปกติไม่เคยสนใจใยดีสวน กลับวิ่งหน้าตาตื่นเข้ามาด้วยเนื้อตัวมอมแมมและใบหน้าที่ซีดเผือดจนไร้สีเลือด!
รินรดารู้สึกเหมือนมีสายฟ้าฟาดผ่าลงมากลางกระหม่อม มิติลับในตัวเธอสั่นไหวอย่างรุนแรงจนเกิดเสียงหึ่งๆ ในสมอง เธอกวาดสายตามองไปทางแปลงเกษตรอินทรีย์ที่เธอทุ่มเทหยาดเหงื่อแรงกายปลูกมากับมือผ่านหน้าต่าง... ภาพแสงไฟสว่างจ้าจากรถแบ็คโฮขนาดใหญ่กำลังคำรามก้อง และบดขยี้พืชผลสีเขียวขจีจนจมดินไปต่อหน้าต่อตา!
เกมเร็วกว่าที่คิด... และพวกมันเล่นสกปรกเกินกว่าจะให้อภัยแล้วจริงๆ!
---
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสนับสนุน "กระท่อมไผ่ริมธาร" เสมอมานะคะ
กับดักหัวใจในกระท่อมไผ่กับยายตัวแสบสายเกษตร•ตอนที่ 14
คำเตือนจากผู้หวังดี
ผลงานโดย กระท่อมไผ่ริมธาร
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กระท่อมไผ่ริมธาร)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กับดักหัวใจในกระท่อมไผ่กับยายตัวแสบสายเกษตร นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!