กลิ่นอายความตายอันเก่าแก่ที่โชยมากับเงาร่างสูงโปร่งในชุดคลุมโบราณ ไม่เพียงทำให้บรรยากาศภายในห้องโถงใต้ดินอึมครึมลงในพริบตา หากแต่ยังกระชากสัญชาตญาณการเอาตัวรอดของศิลาให้ตื่นตัวถึงขีดสุด ดวงตาคู่คมกวาดมองแผ่นหลังกว้างของอาจารย์เพทายที่ยืนขวางกั้นอยู่เบื้องหน้าอย่างระแวดระวัง ทว่าในยามที่ความตึงเครียดแผ่ซ่านจนแทบได้ยินเสียงหัวใจเต้นโครมคราม ความสงสัยสายหนึ่งกลับผุดวาบขึ้นมาในใจของเด็กหนุ่มอย่างไม่อาจห้าม
นั่นไม่ใช่ความตกใจกลัวต่อผู้มาเยือนปริศนา... แต่เป็นความเคลือบแคลงใจที่เขามีต่อผู้เป็นอาจารย์ต่างหาก
"อาจารย์เพทาย..." ศิลาเอ่ยเรียกเสียงแผ่วเบa ขณะที่สายตายังคงไม่ละไปจากเงาดำทะมึนที่ก้าวเข้ามาใกล้ทุกขณะ "ท่านดู... ไม่แปลกใจเลยสักนิด"
คำพูดนั้นแม้จะเบาราวกับเสียงกระซิบ แต่กลับทรงพลังพอที่จะทำให้แผ่นหลังที่ตั้งตรงของอาจารย์เพทายชะงักไปชั่วเสี้ยววินาที ร่างสูงในชุดคลุมยาวสีเข้มไม่ได้หันกลับมามองในทันที ดวงตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นโลหะยังคงจดจ้องไปยังผู้มาใหม่ด้วยความนิ่งสงบผิดมนุษย์ มันเป็นความนิ่งที่ไร้ซึ่งร่องรอยของความตื่นตระหนก ราวกับว่าการปรากฏตัวของแขกไม่ได้รับเชิญผู้นี้ เป็นสิ่ง—หรือคนที่—ถูกคาดการณ์ไว้อยู่แล้วในแผนการที่เขาไม่เคยเอ่ยปากบอกศิลาเลยแม้แต่น้อย
"ตั้งสมาธิเสีย ศิลา" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นเรียบๆ ไร้ซึ่งความระส่ำระสาย "ไสยเวทสายดำที่แฝงมากับกลิ่นอายนี้ไม่ใช่เรื่องล้อเล่น หากเจ้ายังมัวแต่สงสัยในตัวข้า เกรงว่าวิญญาณของเจ้าคงจะได้ไปเดินเล่นในปรโลกก่อนที่เราจะไขปริศนาคดีนี้เสียอีก"
น้ำเสียงนั้นเย็นชาและจริงจังตามแบบฉบับของอาจารย์เพทายที่ศิลาคุ้นเคย ทว่าในยามนี้ มันกลับเจือไปด้วยความรู้สึกบางอย่างที่เด็กหนุ่มผู้ช่างสังเกตจับพิรุธได้—ความลับ... อาจารย์กำลังปิดบังอะไรบางอย่างเกี่ยวกับที่มาของไสยเวทบทนี้ และที่สำคัญกว่านั้นคือความสัมพันธ์ระหว่างเขากับผู้มาเยือน
เงาร่างในชุดคลุมโบราณหยุดยืนห่างออกไปเพียงไม่กี่ก้าว แสงไฟจากคบเพลิงข้างผนังสะท้อนให้เห็นใบหน้าที่ซีกหนึ่งถูกบดบังด้วยรอยสักอักขระโบราณสีดำสนิท ดวงตาคู่นั้นลึกล้ำและว่างเปล่า ราวกับผ่านกาลเวลามานับร้อยปีโดยไร้ซึ่งจิตวิญญาณแห่งความเป็นมนุษย์
"ไม่พบกันนานนะ... เพทาย" เสียงแหบพร่าราวกับเสียงเสียดสีของกระดูกดังขึ้น ท่ามกลางความเงียบงันที่กดดันจนแทบหยุดหายใจ
ศิลาเหลือบมองอาจารย์เพทายอีกครั้ง ในเสี้ยววินาทีที่แสงไฟวูบไหว เขาเห็นมุมปากของชายหนุ่มผู้เป็นอาจารย์ยกยขึ้นเล็กน้อย—เป็นรอยยิ้มที่เย็นเยียบและลึกล้ำเกินกว่าที่เด็กหนุ่มจะคาดเดาความหมายได้ ความไว้วางใจที่ศิลาสั่งสมมาตลอดการเดินทางร่วมกันเริ่มสั่นคลอนอย่างรุนแรง กลไกการป้องกันตัวในจิตใจทำงานอย่างเต็มพิกัด นิ้วเรียวกระชับยันต์คุ้ม ภัยในมือแน่นขึ้นโดยอัตโนมัติ พร้อมที่จะตอบสนองต่อทุกความเปลี่ยนแปลงที่อาจเกิดขึ้นได้ทุกเมื่อ
"ข้าก็นึกว่าเจ้าจะหลบอยู่ในหลุมเร้นลับของตนเองไปตลอดกาลเสียอีก นิลกาฬ" อาจารย์เพทายเอ่ยชื่อของผู้มาเยือนด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย ราวกับกำลังทักทายสหายเก่าที่ไม่ได้พบกันนานในร้านน้ำชา ทว่าบรรยากาศรอบตัวกลับคุกรุ่นไปด้วยแรงกดดันทางไสยเวทที่ปะทะกันจนอากาศบิดเบี้ยว
"หลุมเร้นลับหรือ?" บุคคลที่ถูกเรียกว่านิลกาฬหัวเราะในลำคอ เสียงนั้นแหบแห้งและชวนให้ขนหัวลุก "เทียบกับแผนการใหญ่ที่เจ้ากำลังเล่นสนุกอยู่บนคราบน้ำตาของตระกูลขุนณรงค์แล้ว สถานที่ของข้าช่างดูเด็กไปเลยนะ... เพทาย หรือข้าควรจะเรียกว่า 'ผู้คุมกฎแห่งหอสมุดพยากรณ์' ดีล่ะ?"
คำว่า *ผู้คุมกฎแห่งหอสมุดพยากรณ์* หลุดออกมาจากปากของนิลกาฬราวกับสายฟ้าที่ฟาดผ่าลงกลางใจของศิลา
ร่างของเด็กหนุ่มชาวบ้านผู้มีปมในอดีตชาบวาบตั้งแต่หัวจรดเท้า ดวงเบิกกว้างด้วยความตื่นตะลึงระคนไม่อยากเชื่อ หอสมุดพยากรณ์... สถานที่ต้องห้ามระดับตำนานที่เก็บรักษาคัมภีร์ไสยเวทโบราณและกลไกพยากรณ์ที่สูญหาย สถานที่ที่แม้แต่ขุนนางชั้นผู้ใหญ่ยังไม่มีสิทธิ์แม้แต่จะชายตามอง แล้วเหตุใด... อาจารย์เพทาย ผู้ชายเย็นชาที่อ้างตัวว่าเป็นเพียงนักเดินทางอิสระ จึงมีความเกี่ยวข้องกับสถานที่แห่งนั้น?
ศิลาหันขวับไปมองหน้าอาจารย์เพทายทันที หัวใจเต้นรัวระรัวด้วยความรู้สึกหลากหลาย ทั้งโกรธ หวาดระแวง และผิดหวังที่ถูกปิดบัง
"อาจารย์..." ศิลาเค้นเสียงลอดไรฟัน ดวงตาจับจ้องไปที่ใบหน้าด้านข้างของชายหนุ่มอย่างต้องการคำอธิบาย "เรื่องนี้มันหมายความว่าอย่างไร? ท่านเป็นใครกันแน่... และเป้าหมายที่แท้จริงของท่านในการดึงข้าเข้ามาพัวพันกับคดีตระกูลขุนณรงค์คืออะไรกันแน่?"
อาจารย์เพทายยังคงนิ่งเงียบ ไม่ยอมหันกลับมาสบตาในทันที เขายังคงยืนเผชิญหน้ากับนิลกาฬด้วยท่าทีที่สงบนิ่งราวกับผืนน้ำในยามไร้ลม ทว่าในแววตานั้นกลับมีความไหววูบชั่วขณะที่ยากจะคาดเดา
"เด็กหนุ่มคนนี้ฉลาดไม่เบานี่ เพทาย" นิลกาฬยิ้มเยาะ สายตาคมกริบกวาดมองสำรวจศิลาราวกับกำลังประเมินสินค้าชิ้นหนึ่ง "เจ้ากล้าดึงทายาทของผู้ที่เกี่ยวข้องกับคัมภีร์ต้องห้ามมาอยู่ใกล้ตัว โดยไม่คิดเลยหรือว่า วันหนึ่งความลับที่เจ้าพยายามซ่อนเร้น มันจะย้อนกลับมากลืนกินเจ้าเอง?"
"หุบปากเสีย นิลกาฬ" เพทายเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงที่ทรงอำนาจขึ้นอย่างเห็นได้ชัด พร้อมๆ กับที่รังสีไสยเวทสีทองจางๆ แผ่พุ่งออกมาจากร่างของเขาจนกดทับบรรยากาศรอบตัวให้อยู่ภายใต้การควบคุม "เรื่องของข้า ข้าจัดการเองได้ เจ้ามีหน้าที่ทำตามส่วนของเจ้า อย่าล้ำเส้นเด็ดขาด"
"จัดการเองอย่างนั้นหรือ?" นิลกาฬแค่นหัวเราะในลำคอ ดวงตาสสีดำสนิททอประกายวับวับน่ากลัว "เจ้าคิดว่าเด็กนี่มันเชื่อใจเจ้าสนิทใจแล้วจริงๆ หรือไง ลองหันกลับไปดูสายตาของมันตอนนี้สิ... เพทาย ศิษยรักของเจ้าเขากำลังสงสัยว่า เจ้าคือผู้ให้ความช่วยเหลือ หรือคือ 'ศัตรู' ตัวจริงที่อยู่เบื้องหลังคดีฆาตกรรมไสยเวททั้งหมดกันแน่!"
สิ้นคำพูดนั้น ศิลาก็ไม่ได้ปฏิเสธ ดวงตาคู่คมจ้องมองแผ่นหลังของอาจารย์เพทายด้วยความรู้สึกที่ซับซ้อนเกินกว่าจะบรรยาย มือที่ถือยันต์สั่นน้อยๆ ไม่ใช่เพราะความกลัวต่อศัตรูตรงหน้า แต่เป็นเพราะความหวาดระแวงที่กำลังกัดกินขั้วหัวใจ ระหว่างคำสอนที่เคยได้รับ กับความจริงที่กำลังเปิดเผย—ใครคือคนที่เราควรไว้วางใจในโลกที่เต็มไปด้วยไสยเวทและคำลวงนี้กันแน่?
ในเสี้ยววินาทีที่ความเงียบงันเข้าปกคลุมอีกครั้งจนน่าอึดอัด อาจารย์เพทายก็ค่อยๆ หันกลับมาเผชิญหน้ากับศิลา ดวงตาคู่คมใต้กรอบแว่นโลหะมองลึกเข้ามาในดวงตาของเด็กหนุ่มโดยไม่มีการหลบเลี่ยง ริมฝีปากบางเฉียบขยับช้าๆ เพื่อจะเอ่ยบางสิ่ง...
ทว่าก่อนที่เสียงพูดประโยคแรกจะหลุดออกจากปากของชายหนุ่ม พื้นศิลาใต้ฝ่าเท้าของพวกเขากลับสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง พร้อมกับเสียงคำรามก้องกังวานที่ดังมาจากเบื้องล่าง ราวกับมีบางสิ่งบางอย่างที่น่าสะพรึงกลัวกำลังตื่นขึ้นจากการหลับใหลยาวนาน... และเงาร่างสีดำนับสิบสายก็พุ่งทะยานขึ้นมาจากช่องว่างใต้บันไดเวียน ปิดตายทุกเส้นทางหนีของพวกเขาในพริบตาเดียว!
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางไขปริศนาและลุ้นระทึกไปกับศิลาและอาจารย์เพทายในตอนนี้นะคะ และขอให้อดใจรอติดตามตอนต่อไปที่ความจริงอันน่าตกใจกำลังจะถูกเปิดเผยค่ะ!
รอยอาคมซ่อนเงาตาคุณชาย•ตอนที่ 13
อาจารย์หรือศัตรู?
ผลงานโดย ขวัญเนตรทายใจ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ขวัญเนตรทายใจ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง รอยอาคมซ่อนเงาตาคุณชาย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!