กลิ่นอายของกำยานจันทน์หอมที่ผสมผสานกับกลิ่นอับชื้นของคัมภีร์โบราณในห้องใต้ดิน ลอยอบอวลจนเกือบทำให้ลมหายใจสะดุด ศิลานั่งนิ่งอยู่หลังโต๊ะไม้สักเก่าคร่ำคร่า แสงไฟจากตะเกียงน้ำมันสะท้อนเงาใบหน้าของเขาให้ดูคมชัดและเคร่งขรึมขึ้นเป็นเท่าตัว นิ้วเรียวยาวเคาะโต๊ะเป็นจังหวะเชื่องช้า แต่มั่นคง—สามครั้ง... สองครั้ง... แล้วหยุดลง
บนโต๊ะตรงหน้าคือสมุดบันทึกหนังแกะที่เปิดกางไว้ หน้ากระดาษเต็มไปด้วยรอยหมึกและแผนผังโยงใยของเครือข่ายไสยเวทมืดที่พวกเขากำลังไล่ล่า มันคือตาข่ายใยแมงมุมที่แผ่ขยายรากเหง้าฝังลึกอยู่ในโครงสร้างอำนาจของเมืองนี้มานานแรมปี และในคืนนี้... ตาข่ายผืนนั้นกำลังจะถูกกระชากให้ขาดสะบั้นด้วยมือของเขาเอง
"คุณมั่นใจแค่ไหนว่าพวกมันจะติดกับ?"
เสียงทุ้มต่ำแต่เจือไปด้วยความกังวลระคนชื่นชมดังขึ้นจากมุมมืดของห้อง อาจารย์เพทายก้าวเท้าออกมาจากเงาสลัว ร่างสูงสง่าในชุดคลุมสีเข้มทิ้งน้ำหนักฝีเท้าแทบไร้เสียง ดวงตาคมกริบภายใต้กรอบหน้าเรียบนิ่งคู่นั้นมองตรงมาที่ศิลาด้วยแววตาที่อ่านยาก คู่นี้ผ่านความเป็นความตายมาด้วยกันนักต่อนัก ความสัมพันธ์ที่เริ่มต้นจากการเป็นผู้คุกคามและผู้ถูกล่า บัดนี้ได้แปรเปลี่ยนเป็นความไว้วางใจที่แน่นแฟ้นราวกับเงากับร่าง
ศิลาเงยหน้าขึ้นสบตา รอยยิ้มบางเบาแต่เปี่ยมด้วยความมั่นใจปรากฏขึ้นที่มุมปาก
"ถ้าพวกมันเป็นพวกกระหายอำนาจและระแวงระวังตัวอย่างที่ผมวิเคราะห์ไว้... พวกมันไม่มีทางปล่อยเหยื่อล่อชิ้นนี้ให้หลุดมือหรอกค่ะ" ศิลาตอบด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลแต่หนักแน่น "แผนซ้อนแผนที่ผมวางไว้ ไม่ได้มีไว้เพื่อทำลายฐานที่มั่นของพวกมัน แต่มีไว้เพื่อให้พวกมันทำลายกันเองจากข้างในต่างหาก"
อาจารย์เพทายหรี่ตาลงเล็กน้อย มุมปากหยักลึกยกยิ้มขึ้นอย่างนึกสนุก
"เด็กน้อย... บางครั้งความเจ้าเล่ห์ของคุณก็ทำให้ฉันแปลกใจเสียจริง หมากตานี้ถ้าพลาดแม้แต่น้าวเดียว กระดานทั้งกระดานจะพลิกกลับมาบดขยี้คุณทันทีนะ"
"เพราะฉันรู้ว่ามีอาจารย์คอยระวังหลังให้อยู่ต่างหากคะ ถึงกล้าเดินหมากตานี้" ศิลาตอบกลับทันควัน นัยน์ตาคู่สวยระยิบระยับด้วยประกายความท้าทาย ทำให้อาจารย์เพทายถึงกับชะงักไปชั่วครู่ ก่อนที่ชายหนุ่มจะหลบสายตาแล้วแสร้งกระแอมเบาๆ เพื่อกลบเกลื่อนรอยยิ้มที่เผลอหลุดออกมา
ย้อนกลับไปเมื่อสามวันก่อน ศิลาค้นพบเบาะแสสำคัญจากคัมภีร์อาคมโบราณที่ตกทอดมาจากตระกูลของเขาเอง ร่องรอยพลังไสยเวทมืดที่เชื่อมโยงกับการหายตัวไปของคนในครอบครัว ชี้เป้ามาที่ 'สมาคมเงาอัคคี' องค์กรใต้ดินที่ใช้มนต์ดำควบคุมผู้มีอิทธิพลในเมือง ศิลาไม่ได้เลือกที่จะบุกเข้าไปตรงๆ ตามสัญชาตญาณของการแก้แค้น แต่เขาเลือกใช้ "กลยุทธ์เหนือชั้น" — ยืมมือศัตรู กำจัดศัตรู
เขาสร้างข่าวลือปลอมๆ ขึ้นมาว่า "ศิลาได้ครอบครองศิลาอาคมปฐพี" วัตถุโบราณที่มีอำนาจลบล้างอาคมทุกชนิด และนำมันไปเก็บไว้ที่คลังสินค้าเก่าริมแม่น้ำ ซึ่งเป็นอาณาเขตทับซ้อนระหว่างแก๊งอิทธิพลสองกลุ่มใหญ่ที่กำลังแย่งชิงอำนาจกันอยู่
และในตอนนี้... แผนการขั้นแรกกำลังเริ่มต้นขึ้นแล้ว
เสียงฝีเท้าหนักหน่วงหลายคู่ดังแว่วมาจากด้านนอกอาคาร เสียงกระซิบกระซาบและเงาดำที่เคลื่อนไหวผ่านช่องหน้าต่างกระจกสีหม่น บ่งบอกว่าแขกที่ไม่ได้รับเชิญได้มาถึงตามนัดหมายแล้ว ศิลายกมือขึ้นส่งสัญญาณให้อาจารย์เพทายเงียบเสียงลง ทั้งสองคนเคลื่อนย้ายตัวเองไปหลบอยู่หลังเสาหินขนาดใหญ่ที่มีม่านกำบังอย่างแนบเนียน
ปัง!
ประตูไม้สักบานใหญ่ถูกถีบกระเด็นหลุดจากวงกบด้วยพลังไสยเวทอันรุนแรง กลุ่มชายชุดดำสวมหน้ากากอนูบิสพุ่งทะล่วเข้ามาในห้องราวกับฝูงหมาป่ากระหายเลือด ผู้นำกลุ่มซึ่งมีไอพลังสีดำพวยพุ่งออกมาจากฝ่ามือ กวาดสายตามองไปรอบห้องด้วยความระแวง ก่อนจะหยุดสายตาอยู่ที่สมุดบันทึกบนโต๊ะ
"ฮึ! นึกว่าจะมีฝีมือมากกว่านี้ ที่แท้ก็แค่วิ่งหนีหัวซุกหัวซุนจนทิ้งหลักฐานไว้" เสียงแหบพร่าลอดผ่านหน้ากากออกมาด้วยความเย้ยหยัน มันก้าวเข้าไปใกล้โต๊ะทำงาน ชะโงกหน้าสำรวจสมุดบันทึกโดยไม่ทันสังเกตเห็นรอยอักขระจางๆ ที่สลักอยู่บนพื้นไม้รอบโต๊ะ
ศิลาที่แอบมองอยู่หลังเสา ยิ้มเยาะในใจ... *ติดกับแล้วค่ะ*
ทันทีที่มือของหัวหน้ากลุ่มชุดดำเอื้อมไปแตะสันสมุดบันทึก อักขระโบราณสีทองแดงที่ซ่อนอยู่ก็เปล่งแสงเจิดจ้าขึ้นมาทันที เส้นสายของอาคมพุ่งขึ้นจากพื้นราวกับงูมีพิษ รัดตรึงร่างของชายชุดดำเอาไว้กลางอากาศ ร่างนั้นกรีดร้องออกมาด้วยความเจ็บปวดเมื่อพลังไสยเวทสะท้อนกลับเข้าหาตัว
"กับดัก! พวกเราโดนหลอน..." ลูกสมุนที่เหลือตะโกนลั่นด้วยความตื่นตระหนก พวกมันชักอาวุธและเตรียมร่ายคาถาโจมตีสเปะสปะไปทั่วห้อง
แต่นั่นคือจังหวะที่ศิลารอคอย
"อาจารย์คะ... ตอนนี้แหละ!"
ชั่วพริบตาเดียว อาจารย์เพทายพุ่งทะยานออกจากเงาสลัว ร่างสูงเคลื่อนไหวรวดเร็วดุจสายฟ้าฟาด ฝ่ามือทรงพลังซัดเข้าใส่ผนังด้านทิศเหนือซึ่งเป็นจุดเชื่อมต่อกับคลังสินค้าของแก๊งคู่อริที่อยู่ติดกัน พลังไสยเวทระดับสูงระเบิดออกจนผนังปูนหนาทึบพังทลายลงมา เสียงครืนครางดังสนั่นหวั่นไหว ฝุ่นละอองตลบอบอวลไปทั่ว
แรงระเบิดและพลังอาคมที่รั่วไหลออกไป ไม่เพียงแต่ดึงดูดความสนใจของแก๊งคู่อริเท่านั้น แต่มันยังทำให้คนของแก๊งนั้นเข้าใจผิดคิดว่ากลุ่มที่บุกเข้ามาคือหน่วยจู่โจมที่ต้องการฮุบอาณาเขต
"ไอ้พวกเงาอัคคี! บุกมาถึงถิ่นแบบนี้ คิดจะประกาศสงครามหรือไงวะ!" เสียงคำรามด้วยความโกรธเกรี้ยวของหัวหน้าแก๊งคู่อริตะโกนก้องมาจากอีกฝั่งของกำแพงที่พังทลาย ก่อนที่กำลังคนนับสิบจะกรูเข้ามาพร้อมอาวุธครบมือ
ภายในเวลาไม่ถึงห้านาที ห้องที่เคยเงียบสงบก็กลายเป็นสนามรบขนาดย่อม กลุ่มชายชุดดำจากสมาคมเงาอัคคีและแก๊งอิทธิพลท้องถิ่นปะทะกันอย่างดุเดือด ทั้งกระสุนปืนและคาถาอาคมสาดใส่กันไม่ยั้งโดยไม่มีใครสนใจสิ่งรอบตัว แม้แต่สมุดบันทึกบนโต๊ะก็ถูกเหยียบย่ำจนแหลกละเอียดในความชุลมุนนั้น
ศิลาและอาจารย์เพทายยืนมองเหตุการณ์ความวุ่นวายตรงหน้าจากระเบียงชั้นลอยที่ปลอดภัย ร่างระหงของศิลายืนกอดอก สายตาคมกราบกวาดมองความพินาศที่ตนเองเป็นผู้ชักใยอยู่เบื้องหลังด้วยสีหน้าเรียเฉย
"ยอดเยี่ยมมาก..." อาจารย์เพทายเอ่ยขึ้นเบาๆ ข้างหู น้ำเสียงเจือความทึ่ง "ใช้ศัตรูทำลายศัตรู แถมยังทำให้สมาคมเงาอัคคีสูญเสียกำลังพลไปมากกว่าครึ่งโดยที่เราแทบไม่ต้องลงมือเอง สมกับเป็นแผนการของศิลาจริงๆ ค่ะ" (อุ๊ย... เผลอติดสำนวนคุณมาซะแล้วสิคะ) ชายหนุ่มแก้คำพูดเบาๆ พร้อมกับรอยยิ้มเอ็นดู
ศิลาหันไปมองค้อนอาจารย์หนุ่มนิดๆ ก่อนจะหัวเราะในลำคอ "อย่าเพิ่งชมฉันเลยค่ะอาจารย์ เกมนี้เพิ่งจะเริ่มต้นเท่านั้น ดูที่หน้าต่างฝั่งโน้นสิคะ..."
อาจารย์เพทายหันตามปลายนิ้วเรียวไปมอง นัยน์ตาคมกริบหรี่แคบลงทันทีเมื่อเห็นความผิดปกติที่เกิดขึ้นที่ลานกว้างด้านนอกคลังสินค้า
ควันสีดำสนิทที่ลอยคละคลุ้งจากการต่อสู้เริ่มรวมตัวกันเป็นรูปทรงประหลาด อุณหภูมิรอบตัวลดฮวบลงอย่างฉับพลันจนลมหายใจกลายเป็นไอสีขาว เสียงกรีดร้องของเหล่าสมุนที่กำลังต่อสู้กันอยู่เงียบเสียงลงไปทีละคน ร่างของพวกมันล้มฟุกคุกเข่าลงกับพื้น ราวกับถูกสูบพลังชีวิตออกไปจนหมดสิ้น
เงาร่างมหึมาปรากฏขึ้นกลางกลุ่มควัน ดวงตาสสีแดงฉานคู่ใหญ่เปิดขึ้นท่ามกลางความมืดมิด มันไม่ใช่คนของสมาคมเงาอัคคี... และไม่ใช่คนของแก๊งคู่อริ
แต่เป็น "สิ่งอื่น" ที่ถูกปลุกให้ตื่นขึ้นจากก้นบึ้งของอาคมที่พวกเขาเพิ่งทำลายลง!
ศิลาหน้าถอดสีเล็กน้อย หัวใจเต้นระรัวด้วยความตระหนก สมองที่เคยฉลาดเฉลียวและคำนวณทุกอย่างไว้หมดแล้วกลับต้องสะดุดกึกเมื่อเผชิญหน้ากับสิ่งที่อยู่นอกเหนือการคาดการณ์
"นั่น... มันตัวอะไรกันคะอาจารย์?" ศิลาพึมพำเสียงสั่น ขณะที่เงาร่างมหึนานั้นค่อยๆ ก้าวเท้าออกมาจากกลุ่มควัน พร้อมกับส่งเสียงคำรามก้องที่สั่นสะเทือนไปถึงขั้วหัวใจ...
ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาลุ้นระทึกในบทนี้ และเตรียมตัวพบกับความจริงที่กำลังจะสั่นคลอนทุกความเชื่อในตอนถัดไปนะคะ!
รอยอาคมซ่อนเงาตาคุณชาย•ตอนที่ 19
กลยุทธ์เหนือชั้น
ผลงานโดย ขวัญเนตรทายใจ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ขวัญเนตรทายใจ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง รอยอาคมซ่อนเงาตาคุณชาย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!