กลิ่นอายจางๆ ของธูปหอมโบราณผสมผสานกับกลิ่นอับชื้นของตำราไสยเวทเล่มหนา ทำให้บรรยากาศภายในห้องลับใต้ถุนเรือนไทยโบราณแห่งนี้ดูขมุกขมัวเกินกว่าจะเรียกว่าเป็นสถานที่พักผ่อน ศิลา กัดริมฝีปากแน่นจนได้กลิ่นคาวเลือดจางๆ ดวงตาคู่คมจ้องมองไปยังแผ่นยันต์โบราณที่กำลังสั่นระริกด้วยแรงปะทะของพลังงานลึกลับที่ยากจะหยั่งถึง เบื้องหน้าของเขาคือ อ่างน้ำมนต์โบราณผิวศิลา ที่ตอนนี้ผิวน้ำนิ่งสงบผิดปรกติ ราวกับมันกำลังกลืนกินแสงสว่างทั้งหมดภายในห้องให้มืดสนิทลงไปทีละนิด
"ถ้าคุณยังลังเลอยู่แบบนี้ พลังอาคมสายนั้นจะย้อนกลับมากลืนกินสติสัมปชัญญะของคุณเสียเองนะ ศิลา"
เสียงทุ้มต่ำและเรียบนิ่งของอาจารย์เพทายดังขึ้นจากมุมมืดของห้อง ร่างสูงสง่าในชุดผ้าไหมสีเข้มก้าวเท้าเข้ามาใกล้ชิดขึ้น แววตาคมกริบภายใต้กรอบหน้าคมคายฉายแววเป็นห่วงอย่างแนบเนียน แม้เจ้าตัวจะพยายามซ่อนมันไว้ภายใต้ท่าทีเยชาชาและเยือกเย็นก็ตาม
"ผมไม่ได้ลังเลครับ... เอ๊ย ไม่ได้ลังเลค่ะอาจารย์" ศิลาเผลอหลุดปากแก้คำพูดของตัวเองแทบไม่ทัน เมื่อนึกถึงกฎเหล็กที่อาจารย์เพทายเคยกำชับไว้ว่ายามเมื่อฝึกฝนวิชาสายญาณทิพย์ จิตใจและวาจาต้องมีความเป็นหนึ่งเดียวกันเพื่อรักษาคลื่นพลังงานภายในให้เสถียร "ฉันแค่กำลังประเมินความเสี่ยง หากฉันเปิดเนตรพยากรณ์ระดับก้าวหน้าในตอนนี้ แรงสะท้อนจากอาคมตระกูลเก่าแก่อาจทำลายเส้นประสาทตาของฉันได้"
อาจารย์เพทายทอดถอนหายใจเบาๆ มือหนายื่นเข้ามาแตะที่หัวไหล่ของศิลาอย่างแผ่วเบา สัมผัสอุ่นร้อนนั้นช่วยดึงสติที่กระเจิดกระเจิงให้กลับเข้ารูปเข้ารอย "ความรอบคอบเป็นเรื่องดี ศิลา แต่บางครั้ง... ปัญญาญาณที่แท้จริงก็ไม่ได้เกิดจากการคำนวณด้วยเหตุผลเพียงอย่างเดียว หลับตาลง แล้วปล่อยให้สัญชาตญาณนำทางคุณไป"
ศิลานิ่งงูดไปชั่วขณะ ก่อนจะสูดลมหายใจเข้าลึกๆ เพื่อปรับจังหวะการเต้นของหัวใจที่รัวเร็วให้ช้าลง เปลือกตาบางค่อยๆ ปิดลงอย่างช้าๆ ความมืดมิดเข้าโอบล้อม แต่โสตประสาทกลับเฉียบคมขึ้นเป็นร้อยเท่า เขาสัมผัสได้ถึงเสียงกระซิบของสายลม เสียงหยดน้ำจากผนังถ้ำใต้ดิน และที่สำคัญที่สุด... แรงสั่นสะเทือนของอาคมที่กำลังเคลื่อนตัวอยู่ใต้พื้นดิน
ทันใดนั้นเอง ศิลาก็รวบรวมสมาธิทั้งหมด กำหนดจิตเข้าสู่ "เนตรพยากรณ์ระดับก้าวหน้า" ศาสตร์ลับที่บรรพบุรุษผู้ล่วงลับทิ้งไว้ในบันทึกโบราณ
วูบ!
โลกทั้งใบไม่ได้มืดสนิทอีกต่อไป แต่กลับถูกย้อมด้วยเฉดสีเทาหม่นและเส้นสายพลังงานสีแดงฉานที่โยงใยไปทั่วเมือง ศิลาลืมตาขึ้นอีกครั้ง ทว่าดวงตาคู่นั้นกลับสะท้อนประกายแสงสีเงินยวดยวงวับวามราวกับดวงดาวในยามราตรี ภาพตรงหน้าเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง เขาไม่ได้มองเห็นแค่ห้องใต้ดินแคաբๆ อีกแล้ว แต่จิตสำนึกของเขากำลังพุ่งทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้า มองเห็นมหานครเบื้องล่างในมุมมองแบบมุมสูงราวกับนกพิราบเหล็ก
"นั่นมัน..." ศิลาอุทานออกมาเบาๆ ด้วยความตกตะลึง
ภาพนิมิตอันน่าสะพรึงกลัวกำลังฉายชัดขึ้นในห้วงความคิด อาคมมืดนับพันสายที่ถูกฝังรากลึกไว้ตามจุดสำคัญของเมือง ตั้งแต่เสาหลักเมืองจนถึงรากฐานของตึกระฟ้า กำลังเริ่มขยับตัวราวกับอสรพิษยักษ์ที่ตื่นจากการจำศีล เส้นสายสีดำทมิฬเหล่านั้นแผ่ขยายตัวออกเป็นวงกว้าง กลืนกินแสงสว่างและชีวิตชีวาของสรรพสิ่งในพริบตา
กลางใจเมืองในนิมิต... ปรากฏเงาร่างมหึมาของสิ่งมีชีวิตโบราณที่ไม่มีใครรู้จัก มันไม่ใช่ภูตผีปีศาจธรรมดา แต่เป็นอสูรกายที่ถือกำเนิดจากความโลภ ความอาฆาตมาดร้าย และคำสาปแช่งของคนตระกูลใหญ่ที่ถูกกักขังไว้หลายร้อยปี ปากกว้างของมันอ้าออก ปลดปล่อยคลื่นพลังงานสีม่วงเข้มพุ่งทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้า ฉีกกระชากชั้นบรรยากาศจนเกิดเป็นรอยแยกสีดำมืดมان ท้องฟ้าที่เคยสดใสกลับถูกแทนที่ด้วยเมฆฝนสีเลือดและเสียงกรีดร้องโหยหวนที่ดังสะท้อนก้องกบาล
"มหันตภัยครั้งนี้... ไม่ใช่แค่เรื่องของการแก้แค้นส่วนตัว" ศิลาพึมพำด้วยน้ำเสียงสั่นเทา เหงื่อกาฬผุดพรายเต็มกรอบหน้า "แต่มันคือพิธีกรรม 'กลืนวิญญาณนคร' หากปล่อยให้มันสมบูรณ์แบบ ผู้คนนับล้านในเมืองนี้จะกลายเป็นศพเดินได้ และพลังชีวิตทั้งหมดจะถูกส่งตรงไปยัง... ใครบางคน"
"คุณเห็นอะไร ศิลา?" อาจารย์เพทายขยับเข้ามาใกล้ขึ้น แววตาคมปลาบจับจ้องใบหน้าที่ซีดเผือดของลูกศิษย์คนเก่งอย่างพิจารณา "บอกฉันมาทุกรายละเอียด อย่าให้ตกหล่นแม้แต่นิดเดียว"
ศิลาหันมามองหน้าอาจารย์เพทาย ดวงตาคู่สวยยังคงมีประกายแสงสีเงินเรืองรองจางๆ บ่งบอกว่าพิธีกรรมการพยากรณ์ยังคงทำงานอยู่ "ฉันเห็นเงาของคนผู้หนึ่ง... คนที่ยืนอยู่เหนือพิธีกรรมนั้น เขาสวมหน้ากากเงินลายจิ้งจอก และในมือถือคัมภีร์หนังมนุษย์ที่กำลังส่งเสียงคำราม... อาจารย์คะ คนคนนั้นคือใคร ทำไมพลังของเขาถึงคุ้นเคยนัก... ราวกับว่าเขามีสายเลือดเดียวกับ..."
ยังไม่ทันที่ศิลาจะเอ่ยจบประโยค ภาพนิมิตทั้งหมดก็กระชากกลับมาอย่างรุนแรง ราวกับมีใครบางคนตัดขาดเส้นใยพลังงานนั้นด้วยกรรไกรคมกริบ!
เปรี๊ยะ!
เสียงคล้ายกระจกแตกดังสนั่นในโสตประสาท แรงสะท้อนย้อนกลับรุนแรงเกินกว่าที่ร่างกายจะรับไหว ศิลากระอักเลือดออกมาคำโต หยดเลือดสีแดงสดหยดลงกระทบพื้นศิลาเย็นเฉียบ ร่างบางเซถลาเกือบจะล้มพับลงไปกับพื้น หากไม่มีอ้อมแขนแข็งแกร่งของอาจารย์เพทายคว้าตัวเข้ามารับไว้ได้ทันท่วงที
"ศิลา!" อาจารย์เพทายร้องเรียกด้วยน้ำเสียงที่หลุดจากความเยือกเย็นเป็นครั้งแรก ดวงตาคู่นั้นฉายแววร้อนรนอย่างชัดเจน มือหนารีบถ่ายถ่ายทอดลมปราณอุ่นเข้าสู่แผ่นหลังของศิลาเพื่อกดผนึกอาการบาดเจ็บภายใน "อย่าฝืนใช้พลังเกินขีดจำกัดสิ ตั้งสติไว้!"
ศิลาหายใจหอบถี่ ใบหน้าขาวซีดราวกับกระดาษ แต่นัยน์ตายังคงจ้องมองตรงไปเบื้องหน้าด้วยความหวาดกลัวระคนมุ่งมั่น มือเรียวเล็กเอื้อมไปจับแขนเสื้อของอาจารย์เพทายไว้แน่น ราวกับกลัวว่าหากปล่อยมือ ร่างกายของเธออาจจะสลายหายไปในความมืด
"อาจารย์คะ... เราไม่มีเวลาแล้ว" ศิลาเอ่ยด้วยเสียงกระซิบแหบพร่า แต่ทุกคำพูดกลับหนักแน่นและจริงจังจนน่าตกใจ "พิธีกรรมนั้น... มันจะสมบูรณ์ในคืนวันเพ็ญอีกสามวันข้างหน้า และเป้าหมายที่แท้จริงของมัน... ไม่ใช่การทำลายล้างเมืองนี้..."
ศิลาหยุดหายใจไปชั่วขณะ ปล่อยให้ความเงียบงันและบรรยากาศอันกดดันเข้าปกคลุมทั่วบริเวณ ก่อนจะเอ่ยประโยคต่อมาที่ทำให้หัวใจของอาจารย์เพทายกระตุกวูบ
"แต่มันคือการเปิดประตูเชื่อมต่อกับขุมนรก เพื่อปลดปล่อย 'บรรพบุรุษ' ของตระกูลเราเองออกมา!"
ติ๊ง!
เสียงแจ้งเตือนประหลาดดังขึ้นก้องในห้วงความคิดของศิลา ราวกับเสียงระฆังจากมิติเร้นลับ หน้าต่างโปร่งแสงสีทองอร่ามปรากฏขึ้นกลางอากาศ พร้อมกับข้อความตัวอักษรที่ส่องประกายระยิบระยับ:
[ภารกิจระดับ SSS: "มหันตภัยเงาจิ้งจอก" ถูกปลดล็อก!]
[เงื่อนไข: ขัดขวางพิธีกรรมกลืนวิญญาณนครภายใน 72 ชั่วโมง]
[บทลงโทษหากล้มเหลว: การสูญเสียความทรงจำทั้งหมดและจุดจบของโลกปัจจุบัน]
[สิทธิพิเศษของเนตรพยากรณ์ระดับก้าวหน้า: ปลดล็อกเส้นทางลับสู่รังบอส... แต่ระวังตัวให้ดี เพราะ "ผู้เฝ้ามอง" รู้ตัวแล้วว่าคุณกำลังแอบมองเขาอยู่!]
ฉับพลันนั้นเอง เปลวไฟสีดำสนิทที่จุดอยู่ตามเชิงเทียนรอบห้องก็พลันดับวูบลงพร้อมกันอย่างไร้สาเหตุ ความมืดมิดสนิทเข้าปกคลุมพื้นที่ทั้งหมด และท่ามกลางความเงียบงันนั้น... เสียงฝีเท้าหนักหน่วงของใครบางคนกำลังก้าวเดินเข้ามาใกล้ประตูลับใต้ถุนเรือนทีละก้าว... ทีละก้าว... อย่างเชื่องช้า ทว่าทรงพลังจนทำให้แผ่นดินใต้ฝ่าเท้าสั่นสะเทือน!
ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาลุ้นระทึกในบทนี้ และเตรียมตัวพบกับความจริงที่กำลังจะสั่นคลอนทุกความเชื่อในตอนถัดไปนะคะ!
รอยอาคมซ่อนเงาตาคุณชาย•ตอนที่ 20
เนตรพยากรณ์ระดับก้าวหน้า
ผลงานโดย ขวัญเนตรทายใจ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ขวัญเนตรทายใจ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง รอยอาคมซ่อนเงาตาคุณชาย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!