รอยอาคมซ่อนเงาตาคุณชาย•ตอนที่ 30

ปลดล็อกขีดจำกัด

ผลงานโดย ขวัญเนตรทายใจ
"ทำไมต้องเป็นท่าน... ทำไมต้องเป็นคนที่ข้าเคารพที่สุด" เสียงของศิลาแหบพร่า ดวงตาที่เคยนิ่งสงบดั่งผิวน้ำยามไร้ลม บัดนี้สั่นไหวรุนแรง เขาถอยหลังกรูดจนแผ่นหลังปะทะเข้ากับกำแพงศิลาเย็นเฉียบของห้องลับใต้ดิน เงาร่างที่คุ้นเคยในชุดผ้าไหมสีนิลพริ้วไหวอยู่เบื้องหน้า กลิ่นกำยานจันทน์หอมที่ลอยแตะจมูกกลับให้ความรู้สึกสะอิดสะเอียนอย่างบอกไม่ถูก อาจารย์เพทายยืนนิ่ง สายตาคู่คมกริบดุจมีดโกนจ้องมองมายังศิลา ความเย็นชาที่เคยเป็นเกราะป้องกันตัวดูเหมือนจะแปรเปลี่ยนเป็นความสมเพชเวทนาที่ปิดไม่มิด "ความไว้ใจคือจุดอ่อนที่งดงามที่สุดของเจ้าเสมอ ศิลา" ชายหนุ่มเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย ราวกับกำลังวิจารณ์งานเขียนชิ้นหนึ่ง "ข้าสอนให้เจ้าดูคนให้ทะลุปรุโปร่ง แต่เจ้ากลับลืมมองเงาของตัวเอง... เงาที่ข้าเป็นคนประทับตราไว้ตั้งแต่วันแรกที่พบกัน" ศิลากัดฟันแน่นจนกรามขึ้นสันนูน ความเจ็บปวดแล่นพล่านไปทั่วสรรพางค์กาย ไม่ใช่เพราะคำพูดทิ่มแทง แต่เพราะความรู้สึกถึง 'อาคมรอยแยก' ที่กำลังกัดกินแก่นชีวิตเขาอยู่จากภายใน ระบบที่เขาคิดว่าช่วยพัฒนาร่างกาย กลับกลายเป็นกรงขังที่อาจารย์เพทายจงใจออกแบบมาเพื่อ ‘เพาะบ่ม’ ภาชนะชิ้นเอก *ติ๊ง!* เสียงแจ้งเตือนจากระบบที่เขาหลงเชื่อมาตลอดดังขึ้นในโสตประสาท แต่มันไม่ใช่เสียงทุ้มนุ่มนวลอย่างที่เคยเป็น มันคือเสียงกระดิ่งโลหะที่ฟังดูแหลมสูงจนน่าหวาดหวั่น **[ระบบแจ้งเตือน: สถานะ 'ศิลาอาคม' ถึงขีดจำกัดสูงสุด 99.99%]** **[การวิวัฒนาการร่างกายเข้าสู่ขั้น 'อมตะนิรันดร์กาล' กำลังเริ่มขึ้น... โปรดเตรียมใจรับการแตกสลายของตัวตน]** "หยุดเดี๋ยวนี้!" ศิลาร้องตะโกน ร่างกายของเขาร้อนผ่าวราวกับถูกเปลวเพลิงนรกเผาผลาญ เส้นเลือดตามแขนและลำคอปูดโปนขึ้นเป็นลวดลายอักขระสีทองที่บิดเบี้ยว เขาพยายามรวบรวมลมปราณทั้งหมดที่มีเพื่อต้านทานแรงดึงดูดจากศิลาอาคมในร่างกาย แต่ยิ่งดิ้นรน อักขระเหล่านั้นก็ยิ่งฝังลึกเข้าไปในกระดูก อาจารย์เพทายก้าวเข้ามาใกล้ แสงไฟสลัวจากคบเพลิงสะท้อนเงาของเขาบนผนังจนดูเหมือนอสุรกายขนาดยักษ์ "เจ้าคิดว่าตัวเองแข็งแกร่งขึ้นเพราะความเพียรพยายามงั้นหรือ? ผิดแล้วศิลา... เจ้าเก่งขึ้นเพราะข้าป้อนพลังงานที่เน่าเฟะที่สุดให้เจ้าดื่มกินมาตลอดสามปี" "ท่าน... ท่านต้องการอะไรกันแน่!" ศิลากระอักเลือดคำโต สีเลือดนั้นไม่ใช่สีแดงฉาน แต่กลับเป็นสีดำสนิทราวกับน้ำหมึกที่ผสมอาคมลี้ลับ "ข้าต้องการร่างที่ไร้ซึ่งหัวใจและไร้ซึ่งความทรงจำ" เพทายโน้มตัวลงมา กระซิบข้างหูด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาแต่ก้องกังวานในความว่างเปล่า "เพื่อที่ข้าจะใช้เจ้าเป็นสะพาน เชื่อมต่อมิติไสยเวทเข้ากับโลกมนุษย์... เริ่มต้นยุคสมัยที่กฎเกณฑ์เดิมต้องพินาศลง" ศิลาหลับตาลงแน่น พยายามนึกถึงใบหน้าของครอบครัวที่หายไป ความอบอุ่นเพียงอย่างเดียวที่เหลืออยู่ในความทรงจำ เขารู้ดีว่าหากปล่อยให้ตัวเองถูกกลืนกิน ทุกอย่างจะจบสิ้น แต่ในจังหวะที่ความสิ้นหวังเกาะกุมใจ พลังงานมหาศาลบางอย่างที่ถูกปิดตายมาตลอดก็เริ่มสั่นสะเทือนจากส่วนลึกที่สุดของจิตวิญญาณ มันไม่ใช่พลังที่ระบบมอบให้ แต่มันคือพลังที่เขา ‘ขโมย’ มาจากเศษเสี้ยวของรอยอาคมที่เพทายเผลอทิ้งไว้ในแต่ละภารกิจ 'ถ้ามันเป็นกรงขัง... ข้าก็จะเป็นคนที่ทำลายกรงนี้จากข้างในเอง' ความคิดนั้นวาบขึ้นมาในหัว ศิลาเริ่มเปลี่ยนทิศทางการหมุนเวียนลมปราณ เขาไม่ได้ฝืนต้านทาน แต่เขา ‘โอบรับ’ ความเจ็บปวดนั้นไว้ แล้วบีบอัดมันเข้าสู่แก่นกลางร่างกายด้วยความเร็วที่เหนือขีดจำกัดจนเกิดเป็นสุญญากาศ พลังงานที่เคยปั่นป่วนกลับนิ่งสงบดั่งมหาสมุทรที่รอคอยพายุใหญ่ อาจารย์เพทายขมวดคิ้ว มือที่กำลังจะเอื้อมไปแตะไหล่ของศิลาชะงักค้าง แววตาที่เคยนิ่งเฉยเริ่มสั่นระริกด้วยความตระหนก **[คำเตือนระบบ: ขีดจำกัดถูกทำลาย... พลังงานเกินขีดจำกัด! ผู้ใช้งานกำลังดำเนินการกระบวนการ 'ปฏิเสธคำสั่งระบบ']** "เป็นไปไม่ได้..." เพทายพึมพำ "เจ้าไม่มีทางทำลายรอยผนึกของข้าได้ด้วยระดับพลังแค่นี้!" ศิลาลืมตาขึ้น ดวงตาของเขาไม่ได้เปลี่ยนเป็นสีดำสนิทอย่างที่ควรจะเป็น แต่มันกลับเปล่งประกายด้วยอักขระโบราณที่ไม่มีใครเคยพบเห็น เขาฉีกยิ้มที่ทำให้หัวใจของคนมองต้องสั่นไหว มันไม่ใช่ยิ้มของเด็กหนุ่มผู้อ่อนต่อโลก แต่มันคือยิ้มของผู้ที่ก้าวข้ามผ่านความเป็นและความตายมาแล้ว "อาจารย์ครับ..." ศิลาเอ่ยชื่อนั้นด้วยน้ำเสียงที่ราบเรียบที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ "ขอบพระคุณสำหรับบทเรียนที่ผ่านมานะ แต่ต่อจากนี้... ให้ข้าเป็นคนสอนท่านเองว่า 'จุดจบ' ของคนที่เล่นกับวิญญาณคนอื่นเป็นอย่างไร" ทันใดนั้น ผืนดินใต้ฝ่าเท้าก็สั่นสะเทือนเลื่อนลั่น เสียงกรีดร้องของวิญญาณนับร้อยในห้องลับดังขึ้นพร้อมกัน เพดานห้องแตกสลายเผยให้เห็นท้องฟ้าในยามวิกาลที่บัดนี้เต็มไปด้วยเมฆหมอกสีเลือดที่หมุนวนเป็นวงกว้างเหมือนปากของอสูรกาย และในวินาทีที่ศิลาเงื้อมมือขึ้นเพื่อกระชากโซ่ตรวนแห่งระบบทิ้งไปนั้นเอง ร่างเงาปริศนาอีกร่างหนึ่งก็ก้าวออกมาจากเงามืดหลังหลังอาจารย์เพทาย... ร่างนั้นสวมหน้ากากไม้แกะสลักรูปยักษ์ และเอ่ยคำพูดที่ทำให้ศิลาถึงกับหยุดชะงัก "เจ้าไม่ต้องรีบร้อนขนาดนั้นหรอก... เพราะคนที่เจ้ากำลังไล่ล่าอยู่ตรงหน้าข้าเนี่ย แท้จริงแล้วก็เป็นเพียงแค่ 'หุ่นเชิด' ที่ข้าทิ้งไว้ให้เจ้าฝึกมือเท่านั้นแหละ ศิลา" ขอบคุณที่ร่วมเดินทางและไขปริศนาไปพร้อมกับขวัญเนตรทายใจนะคะ
สารจากนักเขียน (ขวัญเนตรทายใจ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง รอยอาคมซ่อนเงาตาคุณชาย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%