รอยอาคมซ่อนเงาตาคุณชาย•ตอนที่ 11

ความลับใต้ฐานหิน

ผลงานโดย ขวัญเนตรทายใจ
กลิ่นอับชื้นของดินเก่าและคราบไคลสนิมเหล็กคละคลุ้งจนน่าเวียนหัว หยดน้ำที่ซึมผ่านรอยแตกของหินศิลาแลงด้านบนตกลงมากระทบกับแผ่นหลังของศิลาเป็นจังหวะจะโคน ทว่าเขากลับไม่มีสิทธิ์แม้แต่จะเบี่ยงกายหลบ เพราะปลายนิ้วที่สั่นเทาเล็กน้อยกำลังไล่สัมผัสร่องรอยการสลักลึกบนฐานหินรูปทรงประหลาดเบื้องหน้า "อย่าเพิ่งแตะต้องมันด้วยมือเปล่า ศิลา" น้ำเสียงเรียบเรื่อยทว่ากึ่งคำสั่งของอาจารย์เพทายดังแว่วมาจากความมืดเบื้องหลัง แสงจากคบเพลิงในมือของชายหนุ่มสาดส่องกระทบใบหน้าคมคายที่ฉาบไว้ด้วยความระแวดระวัง ดวงตาคู่คมของอาจารย์เพทายกวาดมองไปรอบห้องใต้ดินแห่งนี้อย่างพินิจพิเคราะห์ ราวกับกำลังประเมินว่าอักขระอาคมโบราณที่สลักไว้บนผนังศิลาจะเกิดพลิกผันเล่นงานพวกเขากลับมาเมื่อใด ศิลากลืนน้ำลายลงคอที่แห้งผาก ชายหนุ่มชักมือกลับเล็กน้อยก่อนจะใช้ปลายนิ้วที่สวมถุงมือหนังอย่างดีแตะลงไปบนร่องรอยสลักอีกครั้ง ความเย็นเยียบราวน้ำแข็งพุ่งทะลุผ่านเนื้อหนังเข้าสู่กระดูกสันหลัง แต่นั่นไม่ใช่สิ่งที่น่าตกใจที่สุด... สิ่งที่ทำให้ลมหายใจของศิลาสะดุดกึก คือการที่เส้นสายของร่องหินเหล่านั้นเริ่มเปล่งแสงสีทองเรืองรองขึ้นมาทีละนิด ราวกับมันกำลังตอบสนองต่อบางสิ่งบางอย่างที่ซ่อนอยู่ภายในร่างกายของเขา "ผมไม่ได้แตะ... แต่มันกำลังตอบรับผมต่างหากครับ... เอ๊ย ค่ะ" ศิลารีบแก้คำพูดของตนเองอย่างลนลานเมื่อเผลอพลั้งปากใช้สรรพนามชายออกไปในวินาทีแรก แม้ในสถานการณ์หน้าสิ่วหน้าขวานเช่นนี้ เขาก็ยังต้องระวังไม่ให้อาจารย์เพทายจับพิรุธเรื่องตัวตนเดิมของเขาได้ อาจารย์เพทายหรี่ตาลงเล็กน้อย รอยยิ้มบางเบาที่ยากจะคาดเดาปรากฏขึ้นที่มุมปากหนา "เธอคิดว่าเจ้าสิ่งนี้คืออะไรล่ะ ศิลา? อาวุธโบราณ? แท่นบูชา? หรือว่า... หน้าต่างบานแรกของสิ่งที่เธอเรียกว่า 'ระบบ' กันแน่" คำถามนั้นทำให้หัวใจของศิลากระตุกวูบ ตลอดหลายเดือนที่ผ่านมานับตั้งแต่เขาข้ามมิติเข้ามาอยู่ในร่างของคุณชายตระกูลใหญ่ผู้ตกอับและพัวพันกับคดีไสยเวท "ระบบ" ปริศนาคอยทำหน้าที่เป็นทั้งเครื่องมือเอาตัวรอดและแผนที่นำทางให้เขาเสมอ แต่มันเป็นเพียงเสียงในหัวและหน้าต่างโฮโลแกรมโปร่งแสงที่ไม่มีตัวตน แล้วไฉนเลยจารึกโบราณตรงหน้าถึงมีรูปแบบโครงสร้างการเขียน คำสั่ง และเงื่อนไขที่ถอดแบบมาจากระบบที่เขามีอยู่ราวกับแกะเล่า? ศิลาสูดหายใจเข้าลึกเพื่อเรียกสติ สายตาคมกริบกวาดมองอักขระนับร้อยตัวบนฐานหิน มันไม่ใช่ภาษาขอมโบราณทั่วไป และไม่ใช่ภาษาบาลีสันสกฤตที่ใช้ในตำราไสยเวทสายขาวหรือสายดำ หากแต่มันคือ "โค้ดอักขระ" ที่ถูกถักทอด้วยพลังงานธาตุและกลไกภาษาโปรแกรมมิ่งบางอย่างที่ถูกแปลงให้อยู่ในรูปของอาคม! [ตรวจพบร่องรอยพลังงานต้นกำเนิดระบบเวอร์ชัน 0.01] [เงื่อนไขการซิงโครไนซ์: 1/3 สำเร็จ] [คำเตือน: โครงสร้างฐานข้อมูลนี้เชื่อมโยงกับจิตวิญญาณของผู้ถือครอง หากฝืนเปิดโดยไม่มีตัวตนสำรอง จิตวิญญาณอาจถูกดึงเข้าสู่ห้วงเวลาอดีต] เสียงแจ้งเตือนที่คุ้นเคยดังขึ้นในโสตประสาทของศิลาโดยไม่ต้องรอให้เขาเรียกใช้หน้าต่างระบบ ภาพตรงหน้าพร่ามัวไปชั่วขณะเมื่อข้อมูลจำนวนมหาศาลไหลทะลักเข้าสู่สมองราวกับเขื่อนแตก ศิลายกมือขึ้นกุมขมับ ร่างกายเซถอยหลังไปสองก้าวเกือบจะล้มลงหากไม่มีอ้อมแขนแข็งแกร่งของอาจารย์เพทายเข้ามารั้งเอวเขาไว้เสียก่อน "ศิลา! ตั้งสติไว้ อย่าปล่อยให้จิตหลุดลอยไปกับพลังงานของมัน" เสียงทุ้มต่ำของอาจารย์เพทายดังอยู่ข้างหู พร้อมกับความอบอุ่นสายหนึ่งที่แผ่ซ่านจากฝ่ามือของอีกฝ่ายเข้ามาช่วยประคับประคองกระแสจิตที่กำลังปั่นป่วนของเขา ศิลาหอบหายใจหนักหน่วง เหงื่อกาฬไหลซึมตามไรผม ดวงตาคู่สวยมองสบกับนัยน์ตาคู่คมที่ฉายแววเป็นห่วงอย่างปิดไม่มิด แม้ภายนอกอาจารย์เพทายจะดูเย็นชาและเคร่งขรึมอยู่เสมอ แต่ในยามวิกฤตเช่นนี้ อีกฝ่ายมักจะเป็นที่พึ่งพาให้เขาได้เสมอมา "ผม... ฉันไม่เป็นไรค่ะอาจารย์" ศิลาฝืนยิ้มบางๆ เพื่อให้อีกฝ่ายคลายความกังวล "ฉันแค่... เห็นบางอย่าง บางอย่างที่อธิบายยากมากค่ะ" "ไม่ต้องรีบอธิบายตอนนี้" อาจารย์เพทายผละออกช้าๆ สายตายังคงจับจ้องไปที่ฐานหินที่ตอนนี้แปรเปลี่ยนเป็นสีทองสว่างจ้า อักขระโบราณเหล่านั้นลอยหลุดออกมาจากพื้นผิวหิน หมุนวนรอบตัวของศิลาราวกับฝูงผีเสื้อเรืองแสง "สิ่งที่เธอตามหามาตลอด... ความลับเรื่องการหายตัวไปของครอบครัวเธอ และที่มาที่ไปของพลังประหลาดในตัวเธอ คงจะถูกไขกระจ่างก็ในห้องใต้ดินนี้แหละนะ" ศิลานิ่งงัน หัวใจเต้นรัวระรัวด้วยความตื่นตระหนกและคาดหวังในเวลาเดียวกัน ครอบครัวที่หายสาบสูญไปอย่างไร้ร่องรอยเมื่อสิบปีก่อน คดีไสยเวทมืดมนที่พัวพันกับตระกูลใหญ่ และระบบที่เลือกเขาเข้ามาอยู่ในโลกใบนี้ ทุกอย่างไม่ได้เกิดขึ้นโดยบังเอิญ... แต่มันมีรากเหง้าที่เชื่อมโยงกันอย่างลึกซึ้งผ่านจารึกแผ่นนี้ มือเรียวยื่นออกไปสัมผัสกับกลุ่มแสงอักขระที่ลอยวนเวียนอยู่ตรงหน้าอีกครั้งอย่างกล้าหาญ ทันทีที่ปลายนิ้วสัมผัส พื้นห้องใต้ดินทั้งหมดก็สั่นสะเทือนเลื่อนลั่น เสียงกลไกโบราณดังขึ้นสนั่นหวั่นไหวราวกับมีมโหระทึกยักษ์กำลังถูกปลุกให้ตื่นจากการหลับใหลนับร้อยปี ผนังศิลาเบื้องหลังฐานหินแยกตัวออกจากกันช้าๆ เผยให้เห็นทางเดินลับที่ทอดยาวลงไปในความมืดมิดที่ลึกยิ่งกว่าเดิม และที่ปลายทางเดินนั้น มีแสงสว่างสีฟ้าครามจางๆ ส่องประกายออกมา พร้อมกับกลิ่นอายของพลังงานไสยเวทโบราณที่ทรงพลังจนทำให้ลมหายใจของทั้งคู่สะดุด ทว่า... ในวินาทีที่ทางเดินลับเปิดออกจนสุด เสียงฝีเท้าหนักหน่วงหลายคู่ก็ดังสะท้อนมาจากบันไดทางขึ้นเบื้องบน ตามมาด้วยเสียงหัวเราะแหบพร่าที่คุ้นเคยอย่างน่าขนลุก ซึ่งไม่ควรจะมาปรากฏตัวอยู่ที่นี่ในเวลานี้เด็ดขาด! "ฮี่ๆๆ... นึกไม่ถึงเลยว่าคุณชายศิลาผู้ปราดเปรื่อง จะอุต่าห์มาช่วยไขประตูห้องเก็บศพบรรพบุรุษของฉันให้ถึงที่แบบนี้..." ศิลาและอาจารย์เพทายหันขวับไปมองทางต้นเสียงพร้อมกันด้วยใบหน้าที่ถอดสี ดวงตาของศิลาเบิกกว้างขึ้นเมื่อเงาร่างของบุคคลที่ควรจะถูกขังไว้ในคุกหลวงเมื่อสามวันก่อน กำลังก้าวเท้าลงมาพร้อมกับรอยยิ้มบิดเบี้ยวและมีดอาคมในมือที่อาบด้วยเลือดสดๆ! ฝากติดตามตอนต่อไปด้วยนะคะ ขอบคุณมากๆ เลยค่ะ
สารจากนักเขียน (ขวัญเนตรทายใจ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง รอยอาคมซ่อนเงาตาคุณชาย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%