เสียงกระแทกแฟ้มเอกสารบนโต๊ะพยานลงน้ำหนักจนกระดาษปึกใหญ่สะเทือน
ในห้องพิจารณาคดีที่ระบบปรับอากาศทำงานอย่างเงียบเชียบจนน่าอึดอัด เม็ดเหงื่อกาฬกลับผุดพรายขึ้นตามขมับของชายวัยกลางคนในชุดสูทเนื้อดี นัยน์ตาของเขาหลบเลี่ยงการสบประสานกับสายตาคมกริบราวใบมีดโกนของอัยการหนุ่มที่ยืนตระหง่านอยู่เบื้องหน้า
"ทบทวนคำให้การของคุณอีกครั้งครับ นายประจักษ์"
เสียงของรณพีร์เรียบสนิท แต่มันกลับทรงพลังพอที่จะทำให้ความเงียบงันภายในห้องพิจารณาคดีกลายเป็นกรงขังอันบีบคั้น ร่างสูงโปร่งในชุดสูทสีเข้มก้าวเข้าไปใกล้แท่นพยานทีละก้าวอย่างเชื่องช้า ท่วงท่าเยือกเย็นแต่มั่นคงราวกับเสือโคร่งที่กำลังต้อนเหยื่อให้จนมุม
พยานปากเอก... บุคคลสำคัญที่สุดที่จะพลิกกระดานคดีฉ้อโกงและฟอกเงินมูลค่าหลายร้อยล้านของกันตภณ กลับกลrนน้ำลายเหนียวหนืดลงคอ ก่อนจะเอ่ยประโยคที่ทำลายความพยายามตลอดสามเดือนที่ผ่านมาลงในพริบตา
"ผม... ผมขอถอนคำให้การครับ สิ่งที่ผมเคยเซ็นชื่อไปก่อนหน้านี้... มันไม่เป็นความจริงทั้งหมด"
ความโกลาหลขนาดย่อมเกิดขึ้นทันที เสียงซุบซิบดังระงมจากที่นั่งผู้สังเกตการณ์ รณพีร์ไม่ได้แสดงอาการตกใจให้เห็นแม้แต่น้อย มีเพียงมุมปากข้างขวาที่กระตุกขึ้นเล็กน้อย—รอยยิ้มเย้ยหยันที่ถูกซ่อนไว้ภายใต้หน้ากากความสุขุม
ผิดกับพิมพ์มาดา ทนายความสาวฝีมือฉกาจที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้าม เธอชะงักไปชั่วเสี้ยววินาที แววตาสั่นไหวด้วยความไม่คาดคิด เล่ห์เหลี่ยมทางกฎหมายที่เธอเตรียมรับมือถูกพังทลายลงด้วยการหักดิบกลางอากาศเช่นนี้
เมื่อการไต่สวนชั่วคราวถูกผู้พิพากษาสั่งพักเพื่อความสงบเรียบร้อย รณพีร์เดินเลี่ยงมายังมุมอับสายตาใกล้หน้าต่างกระจกบานใหญ่ มองออกไปเบื้องล่างที่สายฝนเริ่มโปรยปรายลงมาทัศนียภาพของเมืองหลวงเบลอเลือน หัวใจของคดีนี้พังทลายลงแล้ว พยานถูกซื้อตัวอย่างไม่ต้องสงสัย และคนเดียวที่จะได้ประโยชน์สูงสุดจากความพินาศครั้งนี้ก็หนีไม่พ้น... กันตภณ
"คุณดูไม่แปลกใจเลยนะครับ อัยการรณพีร์"
เสียงทุ้มต่ำและกังวานดังขึ้นจากด้านหลัง ร่างบางแต่สง่างามของพิมพ์มาดาก้าวเข้ามาหยุดยืนเคียงข้าง กลิ่นน้ำหอมจางๆ เจือกลิ่นอายความเครียดลอยแตะจมูก เธอปรายตามองชายหนุ่มด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยคำถามและความระแวงระวัง
รณพีร์หันกลับมาเผชิญหน้ากับเธอ ระยะห่างระหว่างทั้งคู่ใกล้เสียจนสัมผัสได้ถึงลมหายใจที่เจือความร้อนรุ่ม
"ความประหลาดใจเป็นของสำหรับมือสมัครเล่นครับ ทนายพิมพ์" รณพีร์เอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลแต่เชือดเฉือน "ในโลกของกฎหมายและความยุติธรรมที่คุณบูชาด้วยเล่ห์เหลี่ยม ความจริงมักมีราคาที่จ่ายไหวเสมอ... และดูเหมือนฝั่งของคุณ หรือจะพูดให้ถูกคือ 'ลูกค้า' ของคุณ คงทุ่มเงินไม่อั้นเพื่อซื้อความเงียบของพยานคนนั้น"
พิมพ์มาดาขมวดคิ้วเรียวสวยเข้าหากันทันที ดวงตาคู่คมจ้องลึกเข้าไปในดวงตาสีนิลของเขาเพื่อค้นหาความหมายแฝงเร้น "คุณกำลังกล่าวหาว่าฉันมีส่วนรู้เห็นกับการกลับคำให้การครั้งนี้?"
"ผมยังไม่ได้พูดชื่อใครเลยนะครับ" รณพีร์ยิ้มเยือกเย็น "แต่ถ้าคุณร้อนตัว... นั่นอาจเป็นเพราะคุณรู้ดีว่าหลักฐานชิ้นสุดท้ายที่จะมัดตัวกันตภณได้ กำลังจะกลายเป็นเศษกระดาษไร้ค่า"
บรรยากาศระหว่างทั้งสองคนตึงเครียดจนประจุไฟฟ้าแทบสถิต แม้เบื้องหน้าพวกเขาจะเป็นคู่กรณีที่ยืนอยู่คนละฝั่งของกฎหมาย แต่อุดมการณ์ที่ขัดแย้งกันกลับสร้างแรงดึงดูดทางจิตวิญญาณอย่างประหลาด รณพีร์มองหญิงสาวตรงหน้า—ผู้หญิงที่ซ่อนปมร้าวรานในอดีตไว้ใต้รอยยิ้มมั่นใจ เขารู้ดีว่าเธอไม่ได้ร่วมมือกับกันตภณในเกมสกปรกนี้ แต่เธอกำลังเล่นกับไฟที่ใหญ่เกินกว่าที่เธอจะควบคุม
"ฉันปกป้องลูกความตามหน้าที่ครับ อัยการพีร์" พิมพ์มาดาเชิดหน้าขึ้นเล็กน้อยเพื่อซ่อนความหวั่นไหวในแววตา "ในขณะที่คุณเอาแต่ยึดมั่นในความถูกต้อง จนมองไม่เห็นว่าหมากบนกระดานนี้... กำลังจะถูกเขี่ยทิ้งทั้งกระดาน"
"ถ้ากระดานมันเน่าเฟะจนเล่นต่อไม่ได้..." รณพีร์ก้าวเข้าไปใกล้เธออีกก้าว จนพิมพ์มาดาต้องเผลอถอยหลังไปชนกับผนังกระจกเย็นเฉียบ มือหนาวางทราบลงบนกระจกข้างตัวเธอ กักขังเธอไว้ในวงแขนอย่างไม่ทันตั้งตัว "ผมก็พร้อมจะคว่ำมันทิ้ง แล้วสร้างกฎเกณฑ์ใหม่ขึ้นมาด้วยมือตัวเอง... เหมือนอย่างที่คุณเองก็กำลังทำอยู่ไม่ใช่หรือครับ พิมพ์มาดา"
ลมหายใจของทั้งคู่ปะปนกันในระยะประชิด แววตาดื้อรั้นของทนายสาวไหววูบไปชั่วขณะ เธอสัมผัสได้ถึงความเจ็บปวดและแรงขับเคลื่อนอันดุเดือดที่ซ่อนอยู่ภายใต้ภาพลักษณ์อัยการผู้เคร่งครัด มันเป็นความรู้สึกเทาๆ ที่ซับซ้อนเกินกว่าจะอธิบายด้วยตัวบทกฎหมาย
ก่อนที่บทสนทนาอันตึงเครียดจะลึกซึ้งไปมากกว่านั้น เสียงฝีเท้าเร่งรีบพร้อมกับเสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นขัดจังหวะ
"ท่านอัยการครับ! ด่วนครับ!"
เจ้าหน้าที่สืบสวนรุ่นน้องเปิดประตูเข้ามาด้วยใบหน้าซีดเผือด หอบหายใจโยนแฟ้มเอกสารสีน้ำตาลลงบนโต๊ะทำงานใกล้ๆ ร่างกายสั่นเทาเล็กน้อยราวกับเพิ่งไปพบเจอเรื่องเหลือเชื่อมา
รณพีร์ถอนสายตาออกจากหญิงสาวช้าๆ เขาผละตัวออกแล้วหยิบแฟ้มนั้นขึ้นมาเปิดดูอย่างใจเย็น แต่เพียงแค่กวาดสายตาผ่านบรรทัดแรก นัยน์ตาสีนิลที่เคยเยือกเย็นมาตลอดก็เบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย—ปฏิกิริยาที่หาได้ยากยิ่งจากอัยการสมองเพชร
พิมพ์มาดามองตามด้วยความสงสัย "เกิดอะไรขึ้น?"
รณพีร์เงยหน้าขึ้น สบตากับเธอด้วยแววตาที่เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง ความนิ่งสงบถูกแทนที่ด้วยประกายความตื่นตัวระดับสูงสุด
"พยานคนนั้นไม่ได้กลับคำให้การเพราะถูกซื้อตัว..." รณพีร์เอ่ยเสียงกระซิบ น้ำเสียงแฝงไปด้วยความเย็นเยียบที่แล่นริ้วไปถึงสันหลัง "แต่เขาเพิ่งถูกพบเป็นศพในรถยนต์ส่วนตัวเมื่อสิบนาทีที่แล้ว... สภาพศพถูกจัดฉากให้เป็นการฆ่าตัวตาย"
พิมพ์มาดาหน้าถอดสีทันที เลือดในกายเย็นเฉียบลงฉับพลัน
รณพีร์หยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมา สายตาคมกริบมองตรงไปยังทนายสาวราวกับจะทะลุผ่านความคิดของเธอ "และภาพกล้องวงจรปิดตัวสุดท้าย... ก่อนที่สัญญาณชีพของพยานจะหายไป รถคันที่ขับตามประกบรถของเขา เป็นรถหรูรุ่นหายาก... ที่จดทะเบียนในชื่อของบริษัทในเครือกันตภณโฮลดิ้ง"
ขอขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางและดื่มด่ำไปกับเกมแห่งจิตวิทยาและการหักเหลี่ยมเฉือนคมในบทนี้ด้วยกันนะครับ
ร้อยเล่ห์ทนายร้ายพ่ายรัก•ตอนที่ 12
ภาพลวงตา
ผลงานโดย สายลมแผ่วเบา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (สายลมแผ่วเบา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ร้อยเล่ห์ทนายร้ายพ่ายรัก นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!