ร้อยเล่ห์ทนายร้ายพ่ายรัก•ตอนที่ 13

กับดักที่วางไว้

ผลงานโดย สายลมแผ่วเบา
กลิ่นอายของกระดาษเอกสารคดีเก่าและฝุ่นละอองที่ลอยวนในแสงไฟนีออนสลัว ยิ่งขับเน้นความอึดอัดภายในห้องทำงานส่วนตัวของอัยการหนุ่มให้หนาแน่นขึ้นไปอีก รณพีร์ยังคงยืนนิ่งอยู่หลังโต๊ะทำงาน สายตาคมกริบราวกับใบมีดโกนจดจ้องไปยังหน้าจอโทรศัพท์มือถือที่วางอยู่บนโต๊ะ หน้าจอที่เพิ่งดับลงหลังจากแสดงชื่อบริษัทของกันตภณโฮลดิ้ง—ชื่อที่ทรงอิทธิพลเกินกว่าที่ทนายความสาวตัวเล็ก ๆ หรืออัยการไร้เส้นสายอย่างเขาจะแตะต้องได้โดยไร้รอยขีดข่วน พิมพ์มาดายืนอยู่ห่างออกไปเพียงไม่กี่ก้าว ลมหายใจของเธอสะดุดไปชั่วขณะเมื่อสมองประมวลผลข้อมูลชุดล่าสุดที่เพิ่งได้รับ ความเงียบงันภายในห้องช่างน่ากลัว มันไม่ใช่ความเงียบที่เกิดจากความว่างเปล่า หากแต่เป็นความกดดันมหาศาลก่อนที่พายุใหญ่จะโหมกระหน่ำ "คุณกำลังบอกว่า... หลักฐานทั้งหมดที่พวกเราพยายามหามาตลอดสามเดือนถูกส่งตรงไปยังสำนักงานอัยการสูงสุดแล้ว ในฐานะ 'หลักฐานเท็จ' ที่ถูกจัดฉากโดยพวกเราเองอย่างนั้นหรือครับ?" พิมพ์มาดาเอ่ยทำลายความเงียบ เสียงของเธอเรียบสนทนา แต่สั่นเครือเล็กน้อยที่ปลายประโยค สะท้อนความตระหนักรู้ถึงอันตรายที่กำลังคืบคลานเข้ามา รณพีร์เงยหน้าขึ้น ดวงตาคู่นั้นไม่ได้ฉายแววหวาดกลัว มีเพียงความเยือกเย็นอันน่าพิศวงที่มักจะปรากฏขึ้นยามที่เขาต้องเผชิญหน้ากับหุบเหวแห่งความอยุติธรรม เขายกมือขึ้นปลดกระดุมเสื้อสูทเม็ดบนออกอย่างช้า ๆ ก่อนจะทิ้งตัวลงนั่งบนเก้าอี้หนังสีเข้ม "ไม่ใช่แค่ถูกส่งไปครับพิมพ์มาดา... แต่สำเนาชุดนั้นถูกเผยแพร่ไปยังสื่อมวลชนทุกสำนักเรียบร้อยแล้ว ในฐานะที่อัยการและทนายความผู้รับผิดชอบคดี จงใจสร้างหลักฐานเท็จเพื่อบิดเบือนความจริงและใส่ร้ายนักธุรกิจผู้ทรงเกียรติ" คำพูดนั้นเฉียบคมรา과คมมีดที่กรีดลงบนเนื้อสด ๆ พิมพ์มาดากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก เธอก้าวเข้าไปใกล้โต๊ะทำงานมากขึ้น ใช้สองมือยانขอบโต๊ะไว้เพื่อพยุงร่างที่เกือบจะทรุดลง "มันเป็นไปได้ยังไง? ไฟล์ข้อมูลชุดนั้นมีแค่เราสองคนที่รู้รหัสผ่าน และระบบรักษาความปลอดภัยของห้องนี้..." "ไม่มีระบบไหนปลอดภัยที่สุด... ถ้าหนอนไม่ใช่แค่เจาะเข้ามาจากข้างนอก แต่เป็นคนที่นั่งกินข้าวร่วมโต๊ะกับเรามาตลอด" รณพีร์สวนขึ้นทันควัน น้ำเสียงราบเรียบแต่แฝงไปด้วยแรงกระแทกทางจิตวิทยาที่ทำให้พิมพ์มาดาต้องชะงัก เธอมองหน้าเขาอย่างไม่เชื่อสายตา "คุณกำลังสงสัยฉัน?" "ผมไม่ได้สงสัยคุณ พิมพ์มาดา" รณพีร์ปรายตามองเธอ แววตาอ่อนลงชั่วเสี้ยววินาที—ชั่วเสี้ยววินาทีที่บางเบาดุจสายลม ก่อนจะกลับมาแข็งกร้าวตามเดิม "แต่ระบบยุติธรรมที่เราศรัทธา กำลังเล่นเกมที่สกปรกยิ่งกว่าที่เราจินตนาการไว้... และตอนนี้ หมากทุกตัวบนกระดานถูกเดินไว้หมดแล้ว รอดักรอเราตกลงไปในหลุมพราง" ก๊อก ๆ ๆ! เสียงเคาะประตูดังขึ้นสามครั้งสั้น ๆ แต่มันกลับฟังดูคล้ายเสียงฆ้อนพิพากษา ก่อนที่ประจะถูกผลักเปิดออกโดยไม่ต้องรออนุญาต ร่างของหัวหน้าสำนักงานอัยการพิเศษฝ่ายคดีอาญาเดินนำหน้าเจ้าหน้าที่ฝ่ายวินัยและตำรวจศาลอีกสองนายสีหน้าเคร่งเครียดจนเห็นรอยย่นบนหน้าผากชัดเจน "รณพีร์... และคุณพิมพ์มาดา" เสียงของหัวหน้าสำนักงานเอ่ยขึ้นด้วยความรู้สึกที่ยากจะคาดเดา มีทั้งความผิดหวังและความจำเป็นที่ต้องปฏิบัติหน้าที่ "ผมได้รับคำสั่งด่วนจากเบื้องบน... มีคำสั่งให้พักงานพวกคุณทั้งสองคนเป็นการชั่วคราว ระหว่างรอการสอบสวนวินัยร้ายแรง ฐานประพฤติมิชอบและปลอมแปลงพยานหลักฐานในคดีฆาตกรรมตระกูลศิริวัฒน์" บรรยากาศในห้องราวกับถูกแช่แข็ง พิมพ์มาดาอ้าปากจะเอ่ยแย้ง แต่รณพีร์กลับยกมือขึ้นห้ามไว้เสียก่อน อัยการหนุ่มลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ท่าทีของเขาสงบนิ่งอย่างน่าประหลาด ราวกับคาดการณ์สถานการณ์นี้ไว้อยู่แล้ว "เข้าใจแล้วครับท่าน" รณพีร์เอ่ยตอบรับด้วยน้ำเสียงสุภาพราบเรียบ ผิดวิสัยคนหัวรั้นอย่างเขา "บัตรประจำตัวและอาวุธประจำตำแหน่งของผม... อยู่ในลิ้นชักนี้ เชิญตรวจสอบได้ตามสบายครับ" หัวหน้าสำนักงานพยักหน้ารับอย่างจำใจ ก่อนส่งสัญญาณให้เจ้าหน้าที่เข้าปฏิบัติการ ท่ามกลางความเงียบงันที่กดดัน พิมพ์มาดารู้สึกเหมือนอากาศในห้องกำลังถูกสูบออกไปจนหมด เธอมองรณพีร์ที่กำลังถอดบัตรประจำตัวทนายความของตนเองวางลงบนโต๊ะข้าง ๆ กัน ชายหนุ่มหันมาสบตาเธอนิ่ง ๆ สัญญาณบางอย่างในแววตานั้นบอกให้เธอเงียบและอดทน เมื่อเจ้าหน้าที่ทั้งหมดถอยร่นออกไปจากห้อง ทิ้งให้ทั้งสองยืนอยู่ท่ามกลางซากปรักหักพังทางอาชีพที่ถูกจัดฉากขึ้นอย่างสมบูรณ์แบบ พิมพ์มาดาก็สูดหายใจเข้าลึกเพื่อสะกดกลั้นความรู้สึกอัดอั้นที่จุกอยู่ในอก "เราแพ้แล้วใช่ไหมครับ... อัยการรณพีร์" น้ำเสียงของทนายสาวสั่นระริกเล็กน้อย ความพยายามตลอดหลายเดือนพังทลายลงในพริบตาเดียว รณพีร์ก้าวเข้ามาประชิดตัวเธอในระยะที่ใกล้กว่าเดิม กลิ่นอายเฉพาะตัวและไอความอบอุ่นที่เจือจางท่ามกลางความเย็นชาของเขาลอยเข้าจมูก สายตาดุดันเมื่อครู่แปรเปลี่ยนเป็นความลุ่มลึกและจริงจัง "การพักงาน... ไม่ได้หมายความว่าเราไม่มีสิทธิสู้ พิมพ์มาดา" เขากระซิบเบา ๆ พอให้ได้ยินกันแค่สองคน "เกมนี้เพิ่งเริ่มต้นต่างหาก เมื่อพวกเขาคิดว่าเราถูกตัดมือตัดเท้าและไร้พิษสง... นั่นแหละคือช่วงเวลาที่เราจะเคลื่อนไหวในเงามืดได้ง่ายที่สุด" พิมพ์มาดาเงยหน้าขึ้นสบตากับเขา หัวใจดวงน้อยเต้นระรัวอย่างไม่เป็นจังหวะ ไม่ใช่ด้วยความกลัว แต่เป็นเพราะประกายไฟแห่งความท้าทายที่ลุกโชนขึ้นในดวงตาของอัยการหนุ่มผู้ไม่เคยยอมจำนนต่ออำนาจมืด แต่ทว่า... ก่อนที่ทั้งคู่จะได้เอื้อnวาจาใดเพิ่มเติมเพื่อวางแผนก้าวต่อไป เสียงฝีเท้าหนักแน่นคู่หนึ่งก็ดังขึ้นจากโถงทางเดินด้านนอก—มันไม่ใช่เสียงฝีเท้าของเจ้าหน้าที่ที่เพิ่งเดินออกไป แต่มันเป็นจังหวะก้าวที่มั่นคง เย่อหยิ่ง และจงใจให้พวกเขารับรู้ ก๊อก... ก๊อก... ก๊อก... เสียงเคาะประตูดังขึ้นอีกครั้ง คราวนี้ช้า ทรงพลัง และเยือกเย็นยิ่งกว่าเดิม ประตูห้องค่อย ๆ ถูกผลักเปิดออกเผยให้เห็นร่างสูงโปรดของกันตภณ ในชุดสูทสั่งตัดเข้ารูปชั้นดี เขากวาดสายตามองทั้งสองคนด้วยรอยยิ้มมุมปากที่เปี่ยมไปด้วยชัยชนะ ก่อนจะเอ่ยทักทายด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลแต่เชือดเฉือนถึงกระดูก "ขอโทษที่รบกวนเวลาพักผ่อนอันน้อยนิดของอัยการคนเก่งกับทนายสาวมือหนึ่งนะครับ... พอดีผมได้ยินข่าวว่าพวกคุณกำลังว่างงาน ผมเลยแวะมา 'ยื่นข้อเสนอ' ที่พวกคุณไม่มีทางปฏิเสธได้... ก่อนที่หลักฐานชิ้นสุดท้าย จะหายไปจากโลกนี้ตลอดกาล" — ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาถึงปลายองค์ที่ 1 ด้วยกันนะครับ พรุ่งนี้เรามาลุ้นระทึกกับข้อเสนอจากปากปีศาจตัวจริงกันต่อครับ —
สารจากนักเขียน (สายลมแผ่วเบา)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ร้อยเล่ห์ทนายร้ายพ่ายรัก นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%