เสียงโลหะกระทบกันในความมืดดังสนั่นก้องโสตประสาท ก่อนที่ความเย็นยะเยือกของคมมีดจะเฉียดผ่านผิวแก้มเนียนไปเพียงไม่กี่มิลลิเมตร พิมพ์มาดากลั้นหายใจ หัวใจเต้นรัวระรัวราวกับกลองศึกที่ถูกตีด้วยความบ้าคลั่ง สัญชาตญาณการเอาตัวรอดกรีดร้องลั่นในอก ขณะที่ร่างของเธอถูกเหวี่ยงกระแทกเข้ากับผนังปูนเปลือยอับชื้นของลานจอดรถใต้ดินอย่างไร้ความปรานี
กลิ่นอับของน้ำมันเครื่องและฝุ่นละอองคละคลุ้งปะปนกับกลิ่นสนิมเหล็ก เงาสะท้อนจากเสาคอนกรีตเผยให้เห็นร่างสันทัดของชายชุดดำผู้สวมหมวกแก๊ปอำพรางใบหน้า มันง้างอาวุธในมือขึ้นหมายจะปลิดชีททนายความสาวผู้ล่วงรู้ความลับดำมืดเกินกว่าจะปล่อยให้มีชีวิตรอด
"ลาขาดเสียที แม่ทนายคนเก่ง" เสียงแหบพร่าลอดไรฟันพร้อมกับแรงกดทับที่พุ่งตรงเข้ามา
ดวงตากลมโตฉายแววตื่นตระหนกแต่ไม่ยอมแพ้ สมองอันปราดเปรื่องของเธอกำลังประมวลผลหาทางหนีทีไล่ ทว่าระยะประชิดเช่นนี้ยากจะหลีกเลี่ยง พิมพ์มาดาหลับตาลงเตรียมรับความเจ็บปวดที่กำลังจะมาถึง
*ปัง! เสียงกระจกแตกกระจายดังสนั่น*
ก่อนที่คมมีดจะฝังลงบนร่าง ร่างของเธอกลับถูกกระชากด้วยแรงมหาศาลจนเซถลาล้มลงไปกองกับพื้นด้านข้าง พร้อมๆ กับเสียงคำรามต่ำในลำคอของบุรุษผู้มาใหม่ รณพีร์ในชุดสูททำงานที่หลุดลุ่ยเนคไทคลายออกเล็กน้อย พุ่งเข้าประชิดตัวคนร้ายด้วยความเร็วราวกับเสือชีตาร์ที่ตะครุบเหยื่อ
ความโกรธเกรี้ยวแผ่ซ่านออกจากแววตาคมกริบของอัยการหนุ่มสมองเพชร เขามีสติและทักษะการต่ออัดที่เหนือกว่าคาด ชายชุดดำพยายามเงื้อมือแทงสวน แต่รณพีร์ไวกว่า เขาบิดข้อมือของคนร้ายอย่างแรงจนเสียงกระดูกลั่นกรอบพร้อมเสียงร้องโหยหวน ก่อนจะซัดหมัดหนักหน่วงเข้าที่ปลายคางจนร่างนั้นทรุดฮวบล้มลงหมดสติคาเท้า
ความเงียบสงัดกลับคืนสู่ลานจอดรถอีกครั้ง มีเพียงเสียงหอบหายใจถี่กระชั้นของคนทั้งคู่ที่สะท้อนก้อง
รณพีร์ยืนค้ำร่างของคนร้ายชั่วครู่ ก่อนจะหันขวับกลับมามองหญิงสาวที่นั่งตัวสั่นอยู่บนพื้นคอนกรีตเย็นเยียบ แววตาที่มักจะเยชาและเคลือบด้วยความคมคายทางกฎหมาย บัดนี้กลับไหววับด้วยระลอกคลื่นแห่งความตื่นตระหนกที่ถูกซ่อนไว้อย่างแนบเนียน
"คุณพิมพ์... เป็นอะไรไหมครับ" น้ำเสียงทุ้มต่ำเอ่ยถาม แม้จะพยายามควบคุมให้ราบเรียบ แต่มันกลับสั่นพร่าเล็กน้อยอย่างปิดไม่มิด
พิมพ์มาดายันกายลุกขึ้นด้วยมืออันสั่นเทา เธอปัดฝุ่นตามเนื้อตัว พยายามรักษามาดทนายความมือหนึ่งที่ตระหนักดีว่าความอ่อนแอคือจุดจบ แต่รอยขีดข่วนสีแดงระเรื่อบริเวณข้างแก้มที่ซึมด้วยหยาดเลือดจางๆ ทำให้รณพีร์ขมวดคิ้วมุ่น หัวใจของอัยการหนุ่มกระตุกวูบอย่างประหลาด
"ฉันไม่เป็นไรค่ะ... เอ๊ย... ฉันไม่เป็นไรครับ ขอบคุณค่ะ... ขอบคุณครับคุณพีร์" พิมพ์มาดาเผลอหลุดคำพูดที่เคยชินออกมาก่อนจะแก้เก้อด้วยความประหม่า ความที่สมองสับสนทำให้เธอเกือบหลุดท่าทีเปราะบางที่เธอไม่เคยแสดงให้ใครเห็น
รณพีร์ถอนหายใจยาว ดวงตาคมกวาดมองสำรวจทั่วร่างเธอบนความมืดสลัว เขาถอดเสื้อสูทเนื้อดีของตนออกอย่างไร้ความลังเล แล้วคลุมไหล่บางที่ยังคงสั่นระริกไว้ ความอบอุ่นจากเนื้อผ้าและไอร้อนจากร่างกายของชายหนุ่มแผ่ซ่านทะลุผ่านผิวสัมผัสจนพิมพ์มาดาต้องชะงักเงยหน้าขึ้นสบตา
"อย่าทำเป็นเก่งในเวลาแบบนี้เลยครับ คุณกำลังเล่นกับไฟกองใหญ่ และดูเหมือนไฟกองนั้นเกือบจะแผดเผาคุณจนไม่เหลือซากแล้ว" รณพีร์เอ่ยด้วยน้ำเสียงตำหนิแกmeความห่วงใยที่ล้นปรี่อย่างห้ามไม่อยู่
"ฉันต้องทำ... ถ้าฉันไม่ขุดคุ้ยเรื่องนี้ ความตายของลูกความฉันก็จะเป็นโมฆะ เช่นเดียวกับความจริงที่กันตภณพยายามปกปิด" พิมพ์มาดายืนหยัดสบตากลับอย่างไม่เกรงกลัว แม้ขาจะยังคงอ่อนแรง
"แต่ถ้าคุณตาย ความจริงทั้งหมดก็จะตายไปพร้อมกับคุณด้วย!" รณพีร์ขึ้นเสียงเล็กน้อย ความหงุดหงิดปนความหวาดกลัวที่เพิ่งผ่านพ้นไปเมื่อครู่ทำให้เขาเผลอใช้อารมณ์ "คุณคิดว่าตัวเองเป็นใคร? ฮีโร่ผู้ผดุงความยุติธรรมที่ไร้เทียมทานอย่างนั้นหรือครับ ทนายพิมพ์มาดา!"
บทสนทนาเฉือดเฉือนที่คุ้นเคยกลับมาอีกครั้ง ทว่าครั้งนี้มันไม่ได้เต็มไปด้วยความชิงชังหรือการชิงไหวชิงพริบทางคดีเหมือนทุกที บรรยากาศรอบตัวกลับอัดแน่นไปด้วยแรงดึงดูดทางจิตวิญญาณที่แปลกประหลาด ความใกล้ชิดในระยะประชิดทำให้ทั้งคู่ได้กลิ่นกายเฉพาะตัวและสัมผัสได้ถึงจังหวะการเต้นของหัวใจที่ยังคงตื่นเต้นไม่แพ้กัน
พิมพ์มาดานิ่งเงียบไป ปลายนิ้วเรียวเผลอกำชายเสื้อสูทของรณพีร์ที่คลุมไหล่ไว้แน่น ความเย็นชาที่เธอสร้างขึ้นเป็นเกราะป้องกันตัวมาตลอดชีวิตเริ่มมีรอยร้าว ท่าทีที่ปกป้องเธอด้วยชีวิตเมื่อครู่ของอัยการหนุ่มผู้เคร่งครัดในกฎระเบียบ ทำให้กำแพงในใจของเธอสั่นคลอนอย่างรุนแรง
รณพีร์ก้มมองหญิงสาวในความดูแลชั่วขณะ สายตาของเขอ่อนลงโดยไม่รู้ตัว มือหนายื่นออกไปปัดเศษฝุ่นที่ติดอยู่บริเวณขมับของเธออย่างเบามือสัมผัสแผ่วเบานั้นทำให้พิมพ์มาดากลั้นหายใจ นัยน์ตาทั้งคู่ประสานกันนิ่งนาน ราวกับโลกใบนี้หยุดหมุนเหลือเพียงแค่พวกเขาสองคนในความเงียบงันของลานจอดรถ
"กลับบ้านครับ... ผมจะไปส่งคุณเอง" รณพีร์เอ่ยทำลายความเงียบด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยนลงอย่างผิดหูผิดตา
แต่ก่อนที่พิมพ์มาดาจะได้ตอบรับ เสียงฝีเท้าหนักๆ หลายคู่ก็ดังแว่วมาจากทางทางออกบันไดหนีไฟ พร้อมกับแสงไฟฉายที่สาดส่องกราดยาวเข้ามาในความมืด รณพีร์ดึงร่างของพิมพ์มาดาให้หลบหลังเสาคอนกรีตทันที ดวงตาคมกริบหรี่ลงด้วยความระแวกระวัง
ทว่า... สิ่งที่ปรากฏต่อสายตาภายใต้แสงไฟฉายนั้น ไม่ใช่สมุนของกันตภณอย่างที่คาดคิด
ร่างของชายสูงวัยในชุดสูทภูมิฐานผู้เป็นอัยการอาวุโสและเป็นอาจารย์ที่รณพีร์เคารพรัก ก้าวออกมาพร้อมกับเอกสารซองสีน้ำตาลในมือ ใบหน้าเรียบเฉยแต่แววตากลับเต็มไปด้วยความลับที่ซ่อนเร้นมานานปี
"ไม่คิดเลยนะครับ ว่าลูกศิษย์คนโปรดของผม จะมายืนสวีทกับทนายความคู่กรณีในที่ลับตาแบบนี้... แถมยังเหยียบย่างเข้ามาในเขตหวงห้ามของคดีที่กำลังจะพลิกแผ่นดินด้วยสิ"
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาลุ้นระทึกกับผมในตอนนี้ด้วยนะครับ
---
"สายลมแผ่วเบา"
ร้อยเล่ห์ทนายร้ายพ่ายรัก•ตอนที่ 11
รอยต่อของความไว้วางใจ
ผลงานโดย สายลมแผ่วเบา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (สายลมแผ่วเบา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ร้อยเล่ห์ทนายร้ายพ่ายรัก นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!