"ข้อเสนอของผมไม่ได้มีไว้ให้คุณเลือก... พิมพ์มาดา แต่มันเป็นทางรอดเดียวที่คุณมีในเกมนี้"
เสียงทุ้มต่ำของรณพีร์ดังขึ้น ท่ามกลางความเงียบงันของห้องประชุมชั้นสิบสองที่ปิดทึบ แสงไฟนีออนสีขาวนวลสะท้อนลงบนสันแฟ้มเอกสารสีน้ำตาลหนาเตอะที่ถูกผลักมาหยุดตรงหน้าทนายความสาว ใบหน้าของอัยการหนุ่มไร้รอยยิ้ม ดวงตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นสายตาคู่นั้นมองลอดผ่านมันมาอย่างประเมินสถานการณ์ ราวกับพญาอินทรีที่กำลังมองเหยื่อในกรงขัง
พิมพ์มาดานิ่งงัน ปลายนิ้วเรียวยาวที่กำลังถือปากกาหมึกซึมราคาแพงชะงักค้างกลางอากาศ เธอมองเอกสารตรงหน้าสลับกับใบหน้าเรียบเฉยแต่ทว่าเด็ดเดี่ยวของชายหนุ่ม สมองอันปราดเปรื่องของทนายมือหนึ่งกำลังประมวลผลอย่างรวดเร็วถึงความเสี่ยงมหาศาล
ความเงียบราวกำลังบีบอัดออกซิเจนในห้องให้เบาบางลง เธอสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อสะกดกลั้นความสั่นไหวในอก ปมในอดีตที่เคยสูญเสียครอบครัวไปเพราะความอยุติธรรมทางกฎหมายพุ่งย้อนกลับมาหลอน ยิ่งตอกย้ำว่าบางครั้ง "ความถูกต้อง" ก็เป็นเพียงสินค้าประมูลของผู้มีอำนาจ
"คุณกำลังใช้กฎหมายเป็นเครื่องมือต่อรอง... ท่านอัยการ" พิมพ์มาดาเอ่ยขึ้น น้ำเสียงราบเรียบแต่แฝงด้วยความเย้ยหยันเล็กน้อย เธอยกมุมปากขึ้นเป็นรอยยิ้มบางเบาที่ไปไม่ถึงดวงตา "มันผิดจรรยาบรรณวิชาชีพนะ หรือว่าเก้าอี้อัยการสมองเพชรจะเริ่มสั่นคลอนจนต้องใช้วิธีสกปรกแบบนี้แล้ว"
รณพีร์ไม่โกรธ เขาเพียงแต่โน้มตัวไปข้างหน้าเล็กน้อย ศอกทั้งสองข้างท้าวลงบนโต๊ะทำงาน กลิ่นอายความเป็นผู้นำและอำนาจบางอย่างแผ่ซ่านออกมาจากตัวเขาจนพิมพ์มาดาต้องเผลอถอยหลังในใจ
"อย่าใช้คำว่าสกปรกกับสิ่งที่เป็นทางออกเดียวในการผดุงความยุติธรรมเลยครับ คุณพิมพ์" รณพีร์เอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลทว่าเฉียบคมดั่งใบมีดโกนที่อาบยาพิษ "ลูกความของคุณ... กันตภณ กำลังเล่นเกมที่ใหญ่เกินกว่าที่ทนายความตัวเล็กๆ อย่างคุณจะแบกรับไหว หลักฐานการทุจริตและเส้นทางการเงินที่ผมมีในมือตอนนี้ มากพอที่จะทำให้เขาติดคุกหัวโตไปตลอดชีวิต และถ้าเขาCorporateซวย คุณคิดเหรอว่าเขาจะยอมรับผิดคนเดียว? เขาพร้อมจะลากคุณลงเหวไปด้วยในฐานะผู้ร่วมสมคบคิด"
คำพูดนั้นพุ่งเป้าเข้ากลางใจดำ พิมพ์มาดารู้ดีว่ากันตภณไม่ใช่แค่นักธุรกิจธรรมดา เบื้องหลังอาณาจักรหมื่นล้านคือความมืดมนที่เธอพยายามหลับตาข้างหนึ่งมาตลอดเพื่อแลกกับค่าตอบแทนมหาศาล การทำงานร่วมกับคนแบบกันตภณก็ไม่ต่างอะไรกับการเดินบนลวดสลิงเหนือปากเหยื่ออัคคี
"คุณต้องการอะไรกันแน่ รณพีร์?" พิมพ์มาดาวางปากกาลง เสียงกระทบกับพื้นโต๊ะดังชัดเจน เธอมองลึกเข้าไปในดวงตาของเขา พยายามค้นหาเจตนาที่แท้จริงภายใต้หน้ากากนักกฎหมายผู้เคร่งครัด "ทำไมต้องเป็นฉัน ทำไมไม่ใช้กระบวนการปกติจัดการเขาให้จบๆ ไป"
"เพราะกระบวนการปกติมันมีหนอนกระสวนอยู่... และผมต้องการคนวงในที่จะพาผมเข้าไปถึงตัวการใหญ่ที่แท้จริง" รณพีร์ตอบทันควัน สายตาของเขาทอประกายลึกล้ำ "ร่วมมือกับผม ส่งมอบเอกสารลับบัญชีลับของกันตภณที่คุณเก็บไว้ แลกกับการที่ผมจะถอนฟ้องข้อหาร้ายแรงบางข้อหาของลูกความคุณ ย่อหย่อนโทษลงครึ่งหนึ่ง... นี่คือข้อเสนอที่ดีที่สุดที่คุณจะหาได้จากอัยการคนนี้แล้วครับ"
ความลังเลตีรวนขึ้นในอกของหญิงสาว เธอรักศักดิ์ศรีในฐานะทนายความ แต่เธอก็รักอิสรภาพและไม่อยากเอาอนาคตไปทิ้งไว้กับอาชญากรที่พร้อมจะหักหลังได้ทุกเมื่อ การทรยศกันตภณหมายถึงการสร้างศัตรูที่ทรงอิทธิพลที่สุดในประเทศ แต่การปฏิเสธรณพีร์หมายถึงการเดินเข้าคุกพร้อมกับลูกความ
ดวงตากลมโตคู่นั้นไหววับ เธอนิ่งคิดอยู่ชั่วอึดใจ ก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตาอัยการหนุ่มอย่างไม่มีใครยอมใคร
"ถ้าฉันตกลง... ฉันจะได้อะไรนอกจากเศษทานการลดโทษ?" พิมพ์มาดาต่อรอง เสียงของเธอสั่นเล็กน้อยแต่พยายามควบคุมให้มั่นคงที่สุด
รณพีร์ยิ้มมุมปาก เป็นรอยยิ้มที่หาได้ยากยิ่ง ซึ่งทรงเสน่ห์และอันตรายในเวลาเดียวกัน
"คุณจะได้ความปลอดภัย... และผม" เขายื่นมือหนาออกไปข้างหน้า ฝ่ามือแบราบอยู่กลางโต๊ะ "ดีลไหมครับ ทนายพิมพ์มาดา"
พิมพ์มาดามองมือคู่นั้นเนิ่นนาน ความรู้สึกขัดแย้งทางศีลธรรมกรีดกรายในใจ เธอรู้ดีว่านี่คือ "ทางแยกแห่งศีลธรรม" ที่เธอไม่มีวันหวนกลับไปจุดเดิมได้อีกแล้ว สุดท้าย ปล่อยให้ความจำยอมชนะความลังเล เธอยื่นมือออกไปสัมผัสกับฝ่ามืออุ่นของเขาอย่างจำใจ สัมผัสที่ส่งกระแสความร้อนผ่าวผ่านผิวหนังก่อเกิดแรงดึงดูดประหลาดที่ทั้งคู่อาจไม่ทันตั้งตัว
ทว่า... ก่อนที่ปลายนิ้วของทั้งสองจะประสานกันสนิท เสียงเคาะประตูก็จู่โจมดังขึ้นสามครั้งติดๆ กันอย่างไม่มีมารยาท ตามด้วยเสียงเปิดผางของประตูห้องประชุม
ทั้งคู่สะดุ้งผละออกจากกัน รณพีร์หันขวับไปมองผู้มาใหม่ด้วยแววตาตึงเครียด ขณะที่พิมพ์มาดาเบิกตากว้างเมื่อเห็นเงาร่างของเลขาฯ หน้าห้องของกันตภณก้าวพรวดพราดเข้ามาด้วยสีหน้าตื่นตระหนก เม็ดเหงื่อผุดพรายเต็มขมับ
"คุณพิมพ์ครับ! แย่แล้วครับ... เกิดเรื่องใหญ่ที่สำนักงานแล้ว!" เลขาฯ หอบหายใจโยนแท็บเล็ตลงบนโต๊ะ ภาพบนหน้าจอแสดงไลฟ์สดจากสำนักงานกฎหมายของเธอเอง ไฟกำลังโหมกระหน่ำไหม้ห้องเอกสารเก็บคดีสำคัญ และท่ามกลางเปลวเพลิงนั้น มีร่างไร้สติของพยานปากเอกในคดีของกันตภณนอนจมกองเลือดอยู่
รณพีร์ผุดลุกขึ้นยืนทันที สายตาคมกริบกวาดมองหน้าพิมพ์มาดาที่ซีดเผือดลงถนัดตา
"ดูเหมือนว่า... เกมนี้จะมีคนเล่นเร็วกว่าที่เราคิดซะแล้วล่ะครับ" รณพีร์เอyเสียงลอดไรฟัน ขณะที่เสียงไซเรนรถตำรวจและรถดับเพลิงดังสนั่นแว่วมาจากด้านนอกตึก
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาลุ้นระทึกกับผมในตอนนี้ด้วยนะครับ
ร้อยเล่ห์ทนายร้ายพ่ายรัก•ตอนที่ 6
ทางแยกแห่งศีลธรรม
ผลงานโดย สายลมแผ่วเบา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (สายลมแผ่วเบา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ร้อยเล่ห์ทนายร้ายพ่ายรัก นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!