กลิ่นอายของแชมเปญราคาแพงผสมผสานกับกลิ่นไอของอำนาจและเงินตรา ลอยอวลอยู่ในห้องโถงกว้างของโรงแรมหรูระดับเจ็ดดาว เบื้องหลังฉากหน้าของการกุศลและงานสังคมสงเคราะห์ คือตลาดมืดขนาดย่อมที่กฎหมายเอื้อมไม่ถึง—งานประมูลลับที่กันตภณใช้เป็นสถานที่ถ่ายโอนสินทรัพย์สีเทาและฟอกเงินจากคดีที่รณพีร์กำลังไล่ล่า
"อย่ามองซ้ายบ่อยเกินไป นักสืบสมัครเล่น"
เสียงกระซิบแผ่วเบาดังขึ้นข้างใบหู พร้อมกับปลายนิ้วเรียวเย็นเฉียบที่เอื้อมมาจัดปมเนกไทให้ผมอย่างแนบเนียน ทว่าสายตาของเธอยังคงทอดมองตรงไปยังกลุ่มนักธุรกิจแถวหน้า
พิมพ์มาดาในชุดราตรีสีดำสนิทผ่าข้างสูงเผยให้เห็นเรียวขาเรียบเนียน เธอยืนเคียงข้างผมในฐานะคู่ควงคงแก่เรียนผู้เร้นกายภายใต้หน้ากากขนนกสีเงิน เช่นเดียวกับผมที่สวมสูทสั่งตัดพิเศษและหน้ากากเข้าชุดกัน เพื่อกลืนหายไปกับฝูงชนกระเป๋าหนักที่พร้อมจะจ่ายไม่อั้นเพื่อแลกกับความลับ
"ผมไม่ได้มองซ้าย ผมกำลังประเมินความเสี่ยง" ผมตอบเสียงเรียบ สายตาไม่ละไปจากจอแท็บเล็ตขนาดเล็กในมือที่ซ่อนอยู่ใต้ถาดเสิร์ฟค็อกเทล "ทางหนีทีไล่ด้านหลังถูกปิดตายด้วยบอดี้การ์ดของกันตภณไม่ต่ำกว่าหคน ถ้าเกิดเรื่องขึ้น... คุณจะวิ่งเร็วกว่าส้นสูงสี่นิ้วคู่นั้นไหวหรือเปล่า ทนายพิมพ์มาดา"
เธอยกแก้วแชมเปญขึ้นจิบ รอยยิ้มเยาะหยันแต้มอยู่ที่มุมปากอย่างท้าทาย
"ห่วงตัวเองก่อนเถอะครับ ท่านอัยการ... คนที่พกหลักฐานมัดตัวคนทั้งงานไว้ในแฟลชได्रฟ์ตัวจิ๋วในกระเป๋าเสื้อ คือคุณ ไม่ใช่ฉัน" พิมพ์มาดาหันมาสบตาผ่านรอยแยกของหน้ากาก แววตาคมกริบฉายประกายความท้าทายที่ทำให้หัวใจของผมกระตุกวูบอย่างแปลกประหลาด "ถ้าเราพลาดคืนนี้ คุณจะไม่ได้แค่ตกงาน แต่เราอาจจะกลายเป็นปุ๋ยใต้รากต้นไม้สักต้นในรีสอร์ตของกันตภณ"
ความตึงเครียดระหว่างเราไม่ใช่เรื่องใหม่ แต่มันถูกบีบอัดให้เข้มข้นขึ้นภายใต้แสงนีออนสีม่วงอมฟ้าที่สาดส่องลงมาจากเพดานกระจกโค้ง เราต่างยืนอยู่บนเส้นแบ่งบางๆ ระหว่างหน้าที่กับความตาย อุดมการณ์ที่แตกต่างกันของเธอกับผมถูกหลอมรวมเข้าด้วยกันด้วยเป้าหมายเดียว—การกระชากหน้ากากฆาตกรที่ลอยนวล
บนเวทีประมูล เสียงเคาะค้อนไม้ดังขึ้นพร้อมกับภาพถ่ายสลักลายโบราณชิ้นหนึ่งถูกฉายขึ้นบนจอโปรเจกต์เตอร์
"ลำดับต่อไป... สิ่งของชิ้นพิเศษที่ไม่ได้อยู่ในสูจิบัตรงานประมูล" เสียงพิธีกรชายฉายแววตื่นเต้นระคนหวาดระแวง ดังผ่านไมโครโฟนไร้สาย "สมุดบัญชีลับของบริษัททรัสต์เครือข่ายออฟชัวร์... บันทึกธุรกรรมทางการเงินทั้งหมดที่เชื่อมโยงกับโครงการก่อสร้างท่าเรือทางใต้ เปิดประมูลเริ่มต้นที่สิบล้านบาทครับ"
บรรยากาศในห้องโถงพลันเงียบกริบลงทันที ราวกับอากาศถูกสูบออกไปจนหมดสิ้น
นั่นคือสิ่งที่เราตามหา หลักฐานชิ้นเอกที่รณพีร์เฝ้ารอมาตลอดสามปี สมุดบัญชีที่ระบุเส้นทางการเงินของกันตภณและเครือข่ายผู้พิพากษาบางคนที่รับสินบน
"ตาคุณแล้ว" พิมพ์มาดากระซิบ น้ำเสียงของเธอลดต่ำลงจนแทบกลืนไปกับเสียงดนตรีแจ๊สคลอเบาๆ "กันตภณกำลังมองมาทางเรา... เขาเริ่มสงสัยแล้วว่าทำไมทนายความไม่มีชื่ออย่างเราถึงมายืนอยู่ตรงนี้ได้"
ผมเหลือบตามองไปยังระเบียงชั้นลอย ฝั่งตรงข้าม กันตภณยืนกอดอกพิงระเบียงกระจก สายตาคมปลาบจับจ้องมาที่เราอย่างพิจารณา รอยยิ้มเย็นเยียบที่มุมปากของเขาทำให้บรรยากาศรอบตัวหนาวเยือกขึ้นมาทันตาเห็น เขารู้จักผม และเขาคงไม่คาดคิดว่าอัยการผู้เคร่งครัดในกฎหมาย จะกล้าปลอมตัวเข้ามาสืบราชการลับในดงเสือเช่นนี้
"สิบห้าล้าน!" เสียงทุ้มต่ำจากมุมมืดดังขึ้น
กันตภณยกมือขึ้นเสนอราคาด้วยท่าทีสบายๆ แต่ดวงตากลับไม่บ่งบอกถึงความสนุกสนานเลยแม้แต่น้อย เขากวาดสายตามองมาที่ผมโดยตรง ราวกับจะท้าทายว่าใครหน้าไหนจะกล้าแย่งชิงของชิ้นนี้ไปจากมือเขา
ผมสูดหายใจเข้าลึก กลิ่นน้ำหอมราคาแพงและกลิ่นอายอันตรายแผ่ซ่านอยู่ในบรรยากาศ นิ้วมือที่กำขอบถาดเสิร์ฟแน่นจนข้อต่อขึ้นสีขาวโพลน
"ยี่สิบล้านครับ"
ผมก้าวออกไปข้างหน้าหนึ่งก้าว ปลดหน้ากากขนนกออกครึ่งหนึ่ง เผยให้เห็นรอยยิ้มเย้ยหยันที่เป็นเอกลักษณ์ของอัยการรณพีร์ สายตาทั้งห้องโถงหันมามองผมเป็นตาเดียว ความตกใจฉายชัดบนใบหน้าของแขกเหรื่อหลายคน โดยเฉพาะกันตภณที่หุบยิ้มฉับพลัน ดวงตาของเขาเบิกกว้างขึ้นด้วยความโกรธเกรี้ยวที่ถูกลูบคมถึงถิ่น
พิมพ์มาดาขยับเข้ามาประชิดตัวผมโดยอัตโนมัติ ไหล่ของเราแนบชิดกัน กลิ่นกายหอมกรุ่นของเธอผสมผสานกับความตึงเครียดของสถานการณ์ได้อย่างลงตัว มือเรียวของเธอสอดเข้ามาใต้แขนเสื้อสูตรของผม แสร้งทำเป็นคู่รักที่กำลังกระซิบกระซาบ แต่ปลายนิ้วกลับกดลงที่ข้อมือผมเบาๆ เป็นสัญญาณเตือนสติ
"คุณเล่นเกมใหญ่เกินไปแล้ว รณพีร์" เธอพึมพำลอดไรฟัน
"เกมเล็กๆ แบบนี้ไม่เหมาะกับเราหรอก พิมพ์มาดา" ผมกระซิบตอบ รอยยิ้มปรากฏบนริมฝีปากแต่นัยน์ตากลับว่างเปล่าและคมกริบ "ถ้าจะล้มช้าง ก็ต้องล้มให้ถึงตายในคราเดียว"
เสียงเคาะค้อนครั้งสุดท้ายดังขึ้นพร้อมกับประกาศว่าสมุดบัญชีลับตกเป็นของผม ทว่าเสียงปรบมือยังไม่ทันจางหาย ไฟฟ้าในห้องโถงทั้งหมดก็ดับวูบลงพร้อมกัน ความมืดมิดเข้าปกคลุมชั่วขณะ ตามมาด้วยเสียงล็อกประตูเหล็กหนาทึบจากทุกด้าน และเสียงฝีเท้าหนักหน่วงนับสิบคู่ที่กำลังก้าวเข้ามาปิดล้อมพวกเราจากความมืด
ก่อนที่แสงไฟฉุกเฉินสีแดงจะสว่างวาบขึ้นเผยให้เห็นร่างของกันตภณที่ยืนขวางทางออก พร้อมกับปืนพกเก็บเสียงในมือ—และแฟลชได्रฟ์อีกอันที่ถูกโยนลงแทบเท้าผม พร้อมเสียงหัวเราะเยือกเย็นที่กรีดแทงโสตประสาท
"ยินดีต้อนรับสู่การประมูลรอบสุดท้าย... ท่านอัยการ" เสียงกันตภณดังก้องในความเงียบ "ของที่คุณถืออยู่... เป็นของปลอม"
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาลุ้นระทึกกับผมในตอนนี้ด้วยนะครับ
ร้อยเล่ห์ทนายร้ายพ่ายรัก•ตอนที่ 7
ใต้แสงนีออน
ผลงานโดย สายลมแผ่วเบา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (สายลมแผ่วเบา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ร้อยเล่ห์ทนายร้ายพ่ายรัก นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!