กลิ่นคาวสนิมเหล็กเจือจางลอยอวลอยู่ในโพรงจมูก ทว่าสิ่งที่บาดลึกยิ่งกว่ากลิ่นเลือด คือความเงียบงันที่กดทับลงมาในห้องสอบสวนลับชั้นใต้ดินของสำนักงานอัยการ
ซองเอกสารสีน้ำตาลผูกเชือกฟางซึ่งเปรอะเปื้อนคราบสีชาเข้มข้น ถูกวางนิ่งสนิทอยู่บนโต๊ะเหล็กไร้เงา รณพีร์ (พีร์) ไม่ได้แตะต้องมันทันที ปลายนิ้วเรียวยาวเคาะโต๊ะเป็นจังหวะเนิบนาบ ทว่าหนักหน่วงดุจเสียงเข็มนาฬิกาที่กำลังนับถอยหลังสู่ความพินาศของใครบางคน สายตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นสายตาไร้กรอบมองลอดผ่านไปยังชายวัยกลางคนฝั่งตรงข้าม—พยานปากสำคัญที่กุมชะตากรรมของคดีกันตภณ
"คุณกำลังเล่นเกมที่ไม่มีทางชนะนะครับ, คุณประวิทย์"
เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้น ทำลายความเงียบแสนอึดอัด รณพีร์ไม่ได้ใช้เสียงดัง ไม่มีการข่มขู่คุกคาม แต่น้ำเสียงนั้นกลับเต็มไปด้วยอำนาจทางจิตวิทยาที่บีบให้ลมหายใจของอีกฝ่ายติดขัด
ประวิทย์กลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก เหงื่อกาฬผุดซึมเต็มกรอบหน้า ผิวหนังเหี่ยวย่นตามวัยสั่นเทาเล็กน้อยเมื่อสายตาคมปลาบของอัยการหนุ่มจ้องมองทะลุทะลวงเข้ามาในม่านตา "ผม... ผมไม่รู้เรื่องซองเอกสารนั่น ผมแค่มารับคำสั่ง..."
"คำสั่งจากใครครับ?" รณพีร์สวนกลับทันควันโดยเว้นจังหวะหายใจเพียงเสี้ยววินาที "กันตภณ หรือเงาหัวของคุณเองที่กำลังจะหลุดจากบ่าถ้ายังเลือกจะปกป้องคนผิด?"
พิมพ์มาดา (พิมพ์) ซึ่งยืนกอดอกพิงผนังห้องอยู่เงียบๆ ในมุมมืด ขยับตัวเล็กน้อย ดวงตากลมโตฉายแววครุ่นคิด เธอมองแผ่นหลังกว้างของรณพีร์ด้วยความรู้สึกที่ซับซ้อน ผู้ชายคนนี้ไม่ใช่แค่อัยการผู้เคร่งครัดในตัวบทกฎหมาย แต่เขามีสัญชาตญาณของนักล่าที่อ่านเกมขาดลอย การหยิบเอา "ซองเอกสารเปื้อนเลือด" ชิ้นนั้นมาวางตรงหน้า ไม่ใช่เพียงแค่การใช้หลักฐานเชิงประจักษ์ แต่มันคือการ "สร้างภาพลอน" ทางจิตวิทยาให้พยานจินตนาการไปไกลกว่าความเป็นจริง
"ในทางกฎหมาย..." พิมพ์มาดาเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบเฉยแต่เฉียบคม เธอเดินเข้ามาใกล้โต๊ะสอบสวน ทอดสายตามองพยานด้วยความเวทนาที่เจือด้วยความเยียบเย็น "การปกปิดความผิดในคดีอาญาร้ายแรง มีโทษจำคุกเท่ากับผู้ลงมือปฏิบัติการด้วยตัวเอง คุณประวิทย์... ลูกเมียของคุณที่เพิ่งย้ายไปอยู่ต่างจังหวัด คงไม่อยากเห็นคุณใช้บั้นปลายชีวิตในเรือนจำความมั่นคงสูงสุดหรอกจริงไหมครับ?"
*(หมายเหตุ: พิมพ์มาดายังคงรักษามาดทนายความสาวผู้เยือกเย็น ทว่าการใช้คำลงท้ายของเธอกลมกลืนไปกับบรรยากาศการทำงานร่วมกับรณพีร์)*
ประวิทย์สะดุ้งสุดตัว ดวงตาเบิกโพลงด้วยความตื่นตระหนก "คุณ... คุณรู้เรื่องครอบครัวผมได้ยังไง!"
"ผมเป็นอัยการนะครับ การตรวจสอบเส้นทางการเงินและการโยกย้ายถิ่นฐานของคนใกล้ชิดพยาน ไม่ใช่เรื่องยากเกินกว่าจะทำความเข้าใจ" รณพีร์โน้มตัวไปข้างหน้าเล็กน้อย แววตาคมกริบสะท้อนภาพของชายผู้จนตรอก "แต่สิ่งที่ยากคือ... คุณจะเลือกปกป้องคนที่พร้อมจะเขี่ยคุณทิ้งเหมือนเศษกระดาษ หรือจะเลือกเดินออกจากห้องนี้ในฐานะพลเมืองผู้บริสุทธิ์"
ห้องสอบสวนลับแห่งนี้ไม่มีหน้าต่าง อากาศภายในถูกหล่อเลี้ยงด้วยระบบปรับอากาศที่เย็นเยียบจนผิวหนังชาหนึบ ทว่าความกดดันกลับทำให้ทัศนียภาพรอบตัวร้อนระอุขึ้นมาได้อย่างน่าประหลาด
ประวิทย์หลับตาลงแน่น ริมฝีปากแห้งผากสั่นเทา เขาใช้เวลาชั่วชีวิตสั่งสมความปลอดภัยให้ครอบครัว แต่บัดนี้ ความปลอดภัยนั้นกลับถูกใช้เป็นเครื่องมือต่อรองที่เฉียบคมที่สุด
"เขา... เขาสั่งให้ผมทำลายหลักฐานบัญชีลับของบริษัทเครือข่าย..." เสียงของพยานดังลอดไรฟันออกมาอย่างแผ่วเบา ราวกับคนหมดแรง "เอกสารต้นฉบับไม่ได้อยู่ในซองนั้น... ซองนั้นมันคือ 'คำเตือน' ที่กันตภณส่งมาให้ผม หากผมกล้าปริปาก"
รณพีร์เลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย ปรายตามองซองเอกสารสีน้ำตาลที่เปรอะคราบเลือดสดๆ กลิ่นคาวเลือดที่ลอยแตะจมูกเมื่อครู่ ไม่ใช่เลือดของพยาน... แต่มันคือสาส์นเตือนจากฆาตกรตัวจริงที่ส่งตรงมาถึงหน้าห้องของเขาเมื่อคืนนี้!
"กันตภณรู้ความเคลื่อนไหวของเราทุกฝีก้าว..." พิมพ์มาดาพึมพำ สีหน้าเคร่งเครียดขึ้นมาทันที "ถ้าอย่างนั้น ซองนี่มาอยู่หน้าห้องคุณได้ยังไง พีร์? ในเมื่อตึกนี้มีระบบรักษาความปลอดภัยหนาแน่นที่สุดในย่านธุรกิจ"
รณพีร์ยังไม่ทันได้เอ่ยคำตอบใดเพื่อคลายความสงสัย เสียงสัญญาณเตือนภัยฉุกเฉินระดับสีแดงก็ดังสนั่นหวั่นไหวไปทั่วทั้งอาคารสำนักงานอัยการ! แสงไฟสีส้มกะพริบวูบวาบสลับกับความมืดมิดในทันที ระบบระบายอากาศหยุดทำงานอย่างกะทันหัน ตามมาด้วยเสียงฝีเท้าหนักหน่วงนับสิบชีวิตที่กำลังเร่งรีบวิ่งกรูขึ้นมาจากบันไดหนีไฟด้านล่าง!
ประวิทย์กรีดร้องด้วยความตกใจและทรุดฮวบลงไปกองกับพื้นห้องสอบสวน
รณพีร์คว้าข้อมือพิมพ์มาดาไว้แน่น สัญชาตญาณนักกฎหมายผู้ผ่านคดีใหญ่มาโชกโชนบอกเขาว่า นี่ไม่ใช่การซ้อมหนีไฟ แต่เป็นการ "กวาดล้างพยาน" ครั้งใหญ่
ประตูกระจกนิรภัยของห้องสอบสวนลับถูกกระแทกจากด้านนอกอย่างแรงจนร้าวเป็นรอยข่ายใย ร่างเงาสูงใหญ่ในชุดสูทสีดำสนิทสามคนยืนเรียงรายอยู่เบื้องหลังกระจก พร้อมกับปลายกระบอกปืนเก็บเสียงที่ยกขึ้นเล็งตรงมายังจุดที่พวกเขายืนอยู่!
ดวงตาสสีนิลของรณพีร์หรี่แคบลงอย่างอันตราย ในขณะที่มืออีกข้างเอื้อมไปหยิบปืนพกประจำตัวออกจากซองพกซ่อนด้านหลังอย่างรวดเร็ว พร้อมกับดึงร่างของพิมพ์มาดาให้เข้ามาหลบหลังเสาปูนเปลือย
ก่อนที่เสียงกระสุนนัดแรกจะเจาะทะลุกระจกเข้ามา ไฟฟ้าทั้งตึกก็ดับสนิทลงอย่างไร้สัญญาณเตือน ทิ้งให้พวกเขาทั้งสามคนจมดิ่งอยู่ในความมืดมิดที่เต็มไปด้วยกลิ่นอายแห่งความตาย... และเสียงฝีเท้าที่กำลังใกล้เข้ามาทุกขณะ
---
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและลุ้นระทึกไปกับตัวละครทุกตัวในตอนนี้นะครับ
ร้อยเล่ห์ทนายร้ายพ่ายรัก•ตอนที่ 30
ห้องสอบสวนลับ
ผลงานโดย สายลมแผ่วเบา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (สายลมแผ่วเบา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ร้อยเล่ห์ทนายร้ายพ่ายรัก นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!