แฟ้มเอกสารปกหนังสีน้ำตาลเข้มถูกกระแทกลงบนพื้นโต๊ะกระจกนิรภัยจนเกิดเสียงทึบหนักหน่วง แรงสะเทือนนั้นมากพอจะทำให้กาแฟดำในแก้วเซรามิกราคาแพงกระฉอกออกมาเล็กน้อย หยดสีดำสนิทไหลซึมลงบนรายงานการเงินรอบไตรมาส เปรียบเสมือนรอยด่างพร้อยที่ไม่มีวันเช็ดให้สะอาดได้เหมือนเดิม
"นายกำลังเล่นเกมที่อันตรายเกินไป กันตภณ"
น้ำเสียงของชายวัยกลางคนผู้ดำรงตำแหน่งกรรมการบริหารอาวุโสแห่งกลุ่มบริษัทในเครือเอ็กซ์ซีรีส์เอ่ยขึ้น มันไม่ใช่การตะคอก แต่มันคือการกดเสียงต่ำด้วยความเคียดแค้นที่ถูกบีบให้จนมุม ดวงตาของเขาแดงก่ำจากการอดนอนมาหลายคืนติดต่อกันและความหวาดกลัวที่เริ่มกัดกินจิตวิญญาณ
กันตภณหัวเราะในลำคอ รอยยิ้มของเขาไม่ได้ไปถึงดวงตาคู่คมที่ทอประกายเย็นชา เขานั่งไขว่ห้างอยู่บนเก้าอี้หนังแท้ราคาแพง หมุนแหวนเพชรที่นิ้วก้อยไปมาอย่างใจเย็น ราวกับเหตุการณ์ตรงหน้าเป็นเพียงละครฉากหนึ่งที่เขากำลังชมด้วยความเพลิดเพลิน
"ผมไม่ได้เล่นเกมครับ คุณธนา... ผมกำลังทำธุรกิจ" กันตภณตอบกลับด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทว่าเฉียบคมราวกับใบมีดที่เคลือบด้วยน้ำยาชา "และในโลกธุรกิจ กฎข้อเดียวที่มีค่าคือใครกุมข้อมูลคนนั้นคือผู้ชนะ... น่าเสียดายที่คุณดันเป็นฝ่ายถือข้อมูลที่ล้าสมัยเกินไป"
ธนาผุดลุกขึ้นจนเก้าอี้ไถลครูดไปกับพื้นห้องทำงานหรูบนชั้นสี่สิบ ใบหน้าของเขาบิดเบี้ยวด้วยความโกรธเกรี้ยว "ข้อมูลล้าสมัยอย่างงั้นหรือ! ที่นายสั่งให้เก็บกวาดพยานปากเอกเมื่อสัปดาห์ก่อน มันไม่ได้อยู่ในแผนที่เราตกลงกันไว้ตั้งแต่แรก! ตำรวจกองปราบเริ่มเข้าใกล้เส้นทางการเงินของเราทุกที รณพีร์ไม่ใช่ศาลเตี้ยที่นายจะลูบคมได้ตลอดหรอกนะ!"
ชื่อของอัยการหนุ่มสมองเพชรถูกเอ่ยขึ้นราวกับคำสาปในห้องประชุมที่เงียบงัน บรรยากาศรอบตัวลดฮวบลงจนแทบหายใจไม่ออก กันตภณชะงักมือที่หมุนแหวน ดวงตาคมกริบหันมาสบตากับผู้ร่วมหุ้นรุ่นพี่ที่กำลังสติแตก ความหวาดระแวงในหมู่พันธมิตรสีเทากำลังกัดกินรากฐานที่พวกเขาช่วยกันสร้างขึ้นมาด้วยเงินสกปรกและอำนาจมืด
เมื่อผลประโยชน์เริ่มสั่นคลอน ความภักดีก็เป็นเพียงแค่เศษกระดาษที่พร้อมจะถูกเผาทิ้ง
ในเวลาเดียวกัน ห่างออกไปไม่กี่กิโลเมตรภายในห้องทำงานสว่างสลัวของสำนักงานกฎหมายพิมพ์มาดา เอกสารทางคดีกองโตถูกเปิดสลับไปมาจนกระดาษยับยู่ยี่ ทนายความสาวมือหนึ่งถอนหายใจยาวนาน มือบางนวดขมับเบาๆ เพื่อขับไล่ความอ่อนล้า แต่สมองของเธอยังคงทำงานอย่างเฉียบคมราวกับเครื่องจักร
ประตูห้องทำงานถูกผลักเปิดออกโดยไม่ต้องเคาะ ร่างสูงโปรดของรณพีร์ก้าวเข้ามาในห้องโดยมีแฟ้มคดีในมือ แววตาของอัยการหนุ่มเต็มไปด้วยความเคร่งเครียดที่ซ่อนไว้ภายใต้ท่าทีนิ่งขรึม
"คุณดูไม่ค่อยดีเลยนะครับ ท่านอัยการ" พิมพ์มาดาเอ่ยทักขึ้นก่อน โดยไม่เงยหน้าขึ้นจากกองกระดาษ
"คุณเองก็ดูหมกมุ่นเกินไปเหมือนกัน ทนายพิมพ์" รณพีร์เดินเข้ามาหยุดยืนอยู่หน้าโต๊ะทำงานของเธอ เขาวางแฟ้มเอกสารสีน้ำตาลลงข้างๆ กองกระดาษของเธอ เสียงกระดาษกระทบกันเบาๆ ดึงดูดสายตาของหญิงสาวให้เงยขึ้นสบตาเขา "เราได้เบาะแสใหม่... จากฝั่งของกันตภณเอง"
พิมพ์มาดาลุกขึ้นยืนโดยอัตโนมัติ ดวงตากลมโตเป็นประกายขึ้นมาวับหนึ่ง "หมายความว่ายังไงคะ? หรือว่า..."
"ใช่ครับ" รณพีร์ตอบรับด้วยน้ำเสียงนิ่งสนิท ทว่าแฝงร่องรอยความตื่นตัว "ความโลภและความกลัวเป็นสารตั้งต้นที่ดีที่สุดในการทำลายองค์กรอาชญากรรม ตอนนี้พันธมิตรของกันตภณเริ่มหักหลังกันเองเพื่อเอาตัวรอด ธนาติดต่อไปยังชุดสืบสวนนอกรอบเมื่อช่วงบ่ายที่ผ่านมา เขาต้องการเจรจาแลกกับการกันตัวเป็นพยานปากเอก"
พิมพ์มาดากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก เกมนี้กำลังเดินมาถึงจุดเปลี่ยนที่อันตรายที่สุด "ถ้าธนาแปรพักตร์จริง กันตภณต้องรู้ตัวแน่ และเขาจะไม่ยอมปล่อยให้ใครหน้าไหนมาดึงเขาลงจากบัลลังก์เด็ดขาด... เรากำลังเล่นกับระเบิดเวลา"
"ระเบิดเวลาลูกนี้ไม่ได้มีแค่เราที่ยืนอยู่ใกล้" รณพีร์ก้าวเข้าไปใกล้เธออีกนิด ระยะห่างระหว่างคนทั้งสองลดลงจนสัมผัสได้ถึงลมหายใจและแรงกดดันทางอารมณ์ที่พุ่งพล่าน "แต่ผมสงสัยว่า... ทำไมธนาถึงเลือกติดต่อตำรวจนอกรอบ แทนที่จะใช้ทนายความส่วนตัวของเขาเอง?"
พิมพ์มาดานิ่งงัน สมองของเธอลัดวงจรไปชั่วขณะเมื่อประมวลผลคำพูดของชายหนุ่ม "เพราะ... เขากลัวแม้กระทั่งทนายความของตัวเอง หรือไม่ก็..."
เธอยังพูดไม่ทันจบประโยค เสียงโทรศัพท์มือถือบนโต๊ะทำงานของรณพีร์ก็แผדเสียงดังทำลายความเงียบขึ้นมาอย่างกะทันหัน อัยการหนุ่มขมวดคิ้วเล็กน้อยก่อนจะหยิบเครื่องขึ้นมาดูหน้าจอ ปลายนิ้วเรียวกดรับสายด้วยท่าทีเยือกเย็น แต่ไม่ถึงห้าวินาทีต่อมา สีหน้าของเขาก็เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง
ความตึงเครียดฉายชัดเจนในดวงตาคมกริบนั้นจนพิมพ์มาดาต้องกลั้นหายใจ
"เกิดอะไรขึ้นคะ?" เธอถามเสียงแผ่ว
รณพีร์ลดโทรศัพท์ลงช้าๆ สายตาของเขาจ้องมองหญิงสาวตรงหน้าด้วยความรู้สึกที่อ่านไม่ออก ราวกับโลกทั้งใบกำลังเอียงลาดไปในทิศทางที่ไม่มีใครคาดคิด
"เพิ่งได้รับรายงานจากโรงพยาบาล... ธนาถูกพบเป็นศพในรถยนต์ส่วนตัวเมื่อสิบนาทีที่แล้ว สภาพศพคือการยิงตัวตายในห้องโดยสารที่ล็อกสนิทจากด้านใน" รณพีร์เว้นวรรคไปชั่วอึดใจ ก่อนจะกล่าวประโยคที่ทำให้เลือดในกายของพิมพ์มาดาเย็นเฉียบ "แต่ปืนที่ใช้ปลิดชีวะของเขา... เป็นกระบอกเดียวกับที่ใช้ในคดีฆาตกรรมเมื่อสามเดือนก่อนที่กันตภณพยายามปกปิดมาตลอด"
ขอบคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและลุ้นระทึกไปกับความลับที่กำลังถูกเปิดโปงในตอนนี้ด้วยนะครับ
ร้อยเล่ห์ทนายร้ายพ่ายรัก•ตอนที่ 31
รอยร้าวในเครือข่าย
ผลงานโดย สายลมแผ่วเบา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (สายลมแผ่วเบา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ร้อยเล่ห์ทนายร้ายพ่ายรัก นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!