เสียงกระแทกแฟ้มเอกสารบนโต๊ะทำงานกระจกใสในยามวิกาล ดังสะท้อนก้องห้องทำงานส่วนตัวของสำนักงานกฎหมาย ท่ามกลางความเงียบงันที่กดดันจนแทบหายใจไม่ออก
"คุณกำลังบอกผมว่า... เสาหลักที่ค้ำจุนวงการกฎหมายน้ำดีมาตลอดสามสัปดาห์ คือสถาปัตยกรรมแห่งความเน่าเฟะที่กันตภณสร้างขึ้นมาเพื่อฟอกเงินอย่างนั้นหรือครับ คุณพิมพ์มาดา"
รณพีร์เอ่ยขึ้น น้ำเสียงของเขาไม่ได้ดัง แต่มันเต็มไปด้วยแรงกระเพื่อมทางอารมณ์ที่ถูกสะกดกลั้นไว้ภายใต้กรอบของความเป็นมืออาชีพ ดวงตาคมกริบใต้กรอบแว่นสายตาจ้องมองหน้าจอแท็บเล็ตในมือ ซึ่งแสดงผังเส้นทางการเงิน โยงใยชื่อของ "ศาสตราจารย์ ดร.ธนาธร" อดีตอาจารย์ที่ปรึกษาผู้เปรียบเสมือนพ่อคนที่สองของเขา พุ่งตรงไปยังบัญชีลับในต่างประเทศของกันตภณอย่างไม่ทีี่ติ
พิมพ์มาดายืนนิ่งอยู่ริมกระจกบานใหญ่ เธอกอดอกแน่น สายตาคมปลาบมองสะท้อนเงาของอัยการหนุ่มผู้กำลังเผชิญหน้ากับความจริงอันโหดร้าย เธอนิยามความรู้สึกในตอนนี้ไม่ได้เลย ระหว่างความสะใจที่ล่าช้ากับการเห็นใจมนุษย์ร่วมโลกคนหนึ่งที่กำลังแตกสลายจากภายใน
"ความจริงมักน่าเกลียดเสมอค่ะ... เอ้ย... ครับ" พิมพ์มาดาเผลอหลุดคำเดิมพันติดปาก รีบแก้คำพูดทันทีเมื่อเห็นคิ้วเข้มของรณพีร์ขมวดเข้าหากันด้วยความประหลาดใจเล็กน้อย "ผมหมายความว่า ความจริงมักไม่เคยปราณีใคร รณพีร์ คุณรู้ดีกว่าใครว่าอาจารย์ธนาธรคือผู้มีพระคุณ แต่กฎหมายและความถูกต้องไม่ได้ยกเว้นให้กับความกตัญญูในทางที่ผิดนะครับ"
รณพีร์หลับตาลงช้าๆ สูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อดึงสติที่กระเจิดกระเจิงกลับเข้าร่าง ภาพความทรงจำสมัยที่เขายังเป็นเพียงนักศึกษาปริญญาโทกฎหมายผู้ยากไร้ ได้รับทุนการศึกษาและการอบรมสั่งสอนจากศาสตราจารย์ธนาธร ราวกับเทียนไขที่ถูกลมพัดดับวูบลงในพริบตา ความเจ็บปวดจากการถูกหักหลังโดยคนที่เคารพรักยิ่ง ทำให้สันจรามของเขาขยับเกร็งเป็นสันนูน
"อาจารย์... ทำแบบนั้นเพื่ออะไรกัน" รณพีร์พึมพำกับตัวเอง เสียงทุ้มต่ำลอดไรฟัน "ท่านมีชื่อเสียง มีเกียรติยศ มีทุกอย่างที่คนเป็นนักนิติศาสตร์ปรารถนา ทำไมถึงยอมเอาชื่อเสียงทั้งชีวิตไปแลกกับเศษเงินสกปรกของกันตภณ"
"อำนาจและเงินตราไม่เคยเลือกหน้าหรอกครับท่านอัยการ" พิมพ์มาดาก้าวเข้าไปใกล้โต๊ะทำงาน เธ้าวางมือเรียวลงบนแฟ้มเอกสารคดีฆาตกรรมที่ถูกปิดตายอย่างไม่เป็นธรรมในอดีต ซึ่งเชื่อมโยงกับอาจารย์ธนาธรโดยตรง "บางคนเมื่อยืนอยู่บนจุดสูงสุดของศีลธรรมนานเข้า ก็อาจหลงคิดไปว่าตัวเองอยู่เหนือกฎหมาย และนั่นคือจุดอ่อนที่เราจะใช้เล่นงานพวกเขา"
รณพีร์ลืมตาขึ้น แววตาที่เคยมีความลังเลและความเจ็บปวดเมื่อครู่ ได้ถูกแทนที่ด้วยความเด็ดเดี่ยวเยือกเย็นแบบนักล่าที่พร้อมขย้ำเหยื่อ ความเป็นอัยการสมองเพชรตื่นตัวเต็มพิกัด กลไกการวิเคราะห์คดีระดับชาติถูกเปิดใช้งานในสมองของเขา
"ถ้าเราเปิดโปงตรงๆ ตอนนี้ อาจารย์จะใช้เครือข่ายลูกศิษย์และอิทธิพลในกระบวนการยุติธรรมบดขยี้เราเสียก่อนที่เอกสารแผ่นนี้จะถึงมือสื่อ" รณพีร์วิเคราะห์ด้วยน้ำเสียงเฉียบคม พลางดึงเอกสารอีกชุดขึ้นมาเทียบเคียง "เราต้องเล่นเกม 'ล้างบาง' แบบถอนรากถอนโคน ไม่ให้เหลือทางหนีทีไล่"
พิมพ์มาดายิ้มมุมปาก รอยยิ้มที่ไม่ได้มีความสุข แต่มันคือรอยยิ้มของนักกฎหมายสองคนที่พร้อมจะกระโจนลงสู่สมรภูมิที่อันตรายที่สุดในชีวิต
"ผมชอบคำว่า 'ถอนรากถอนโคน' ของคุณนะ รณพีร์" พิมพ์มาดาลากเก้าอี้ลงนั่งฝั่งตรงข้าม โน้มตัวเข้ามาใกล้เพื่อกระซิบแผนการขั้นเด็ดขาด "กันตภณคิดว่าการซื้อตัวศาสตราจารย์ธนาธรคือเกราะคุ้มกันที่แข็งแกร่งที่สุด แต่เขาลืมไปว่า... เมื่อเกราะชิ้นนั้นขึ้นสนิม มันก็จะกลายเป็นเศษเหล็กที่พร้อมจะบาดมือเจ้าของเอง"
ทั้งสองเริ่มประสานรอยต่อของแผนการอย่างรวดเร็วและแม่นยำ รณพีร์ใช้ความเชี่ยวชาญในระบบราชการและช่องโหว่ทางกฎหมายอาญา ในขณะที่พิมพ์มาดาใช้สัญชาตญาณนักกฎหมายภาคเอกชนและเครือข่ายข่าวกรองใต้ดินในการเข้าถึงเส้นทางการเงินนอกระบบ ทั้งสองสลับกันออกความเห็น โต้แย้ง และต่อจิ๊กซอว์ทีละชิ้นด้วยความเข้าใจอันลึกซึ้งที่เติบโตขึ้นเรื่อยๆท่ามกลางบรรยากาศที่ตึงเครียด
เวลาล่วงเลยไปจนล่วงเข้าสู่ยามดึกสงัด แสงไฟจากตึกสูงรอบข้างเริ่มดับลงทีละดวง เหลือเพียงแสงไฟนีออนสีนวลจากโคมไฟบนโต๊ะทำงานที่ส่องกระทบใบหน้าของทั้งคู่
"ทุกอย่างพร้อมแล้ว..." รณพีร์พับแฟ้มเอกสารชุดสุดท้ายลง เสียงกระดาษกระทบกันดังแผ่วเบา แต่หนักแน่นดั่งประกาศิต "พรุ่งนี้เช้า เอกสารชุดนี้จะถูกส่งไปยังสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน และพร้อมๆ กันนั้น รายชื่อพยานปากเอกคนสำคัญจะถูกยื่นต่อศาลเพื่อขอหมายค้นคฤหาสน์ของกันตภณ"
พิมพ์มาดาพยักหน้ารับช้าๆ ดวงตาสองคู่ประสานกันในความเงียบ มีความชื่นชม ความเคารพ และแรงดึงดูดบางอย่างที่อยู่นอกเหนือกรอบวิชาชีพสะท้อนอยู่ในแววตานั้น
"หวังว่าคุณจะยังใจแข็งพอ... เมื่อถึงเวลาต้องเผชิญหน้ากับอาจารย์ของคุณจริงๆ นะครับ รณพีร์" พิมพ์มาดาเอ่ยเตือนด้วยน้ำเสียงที่อ่อนลงเล็กน้อย
รณพีร์ยิ้มบางๆ รอยยิ้มที่เจือความเศร้าแต่มั่นคงอย่างยิ่งยวด "คนที่ควรกลัวไม่ใช่ผม... แต่คือพวกมันต่างหาก ที่กำลังจะรู้ว่านรกบนดินมีจริง"
ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!
เสียงเคาะประตูดังขึ้นสามครั้งติดกันอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย ทำลายบรรยากาศอันเงียบงันในห้องทำงานลงทันที ทั้งรณพีร์และพิมพ์มาดาชะงักกึก หันขวับไปมองบานประตูไม้สักทึบด้วยความตกใจ เพราะในเวลานี้ สำนักงานควรจะปิดทำการและไม่มีใครอื่นอยู่นอกเหนือจากพวกเขาทั้งสองคน
ก๊อก! ก๊อก! เสียงเคาะดังขึ้นอีกครั้ง คราวนี้หนักหน่วงและจงใจกว่าเดิม
รณพีร์ส่งสัญญาณมือให้พิมพ์มาดานิ่งเงียบ ก่อนที่เขาจะค่อยๆ ลุกขึ้นจากเก้าอี้ ย่างสามขุมเข้าไปใกล้ประตู ชักปืนพกประจำตัวออกมาปลดเซฟอย่างเงียบเชียบที่สุด มือหนาเอื้อมไปบิดลูกบิดประตูแล้วกระชากเปิดออกกว้างในพริบตาเดียว!
ทว่า... หน้าประตู กลับไม่มีร่างของมนุษย์ยืนอยู่เลยแม้แต่เงา
มีเพียง "ซองเอกสารสีน้ำตาล" ผูกเชือกฟางอย่างแน่นหนา วางอยู่บนพรมเช็ดเท้าหน้าห้อง พร้อมกับรอยเลือดสดๆ หยดเป็นทางยาวลากลึกเข้าไปในความมืดของทางเดินยาวไร้แสงไฟ!
...ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและสนับสนุนกันมาโดยตลอดนะครับ
ร้อยเล่ห์ทนายร้ายพ่ายรัก•ตอนที่ 29
แผนล้างบาง
ผลงานโดย สายลมแผ่วเบา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (สายลมแผ่วเบา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ร้อยเล่ห์ทนายร้ายพ่ายรัก นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!