เสียงเคาะประตูสามครั้งในความมืดสงัด ไม่ได้เป็นเพียงสัญญาณของการถูกขัดจังหวะ แต่มันคือเสียงเคาะที่ดึงเอาสติอันกระเจิดกระเจิงของคนทั้งคู่ให้กลับคืนสู่ความเป็นจริง รณพีร์ขยับตัวถอยหลังช้าๆ ปล่อยมือออกจากขอบโต๊ะทำงานที่เขาใช้กักตัวพิมพ์มาดาไว้เมื่อครู่ ทว่าแววตาคมกริบของอัยการหนุ่มยังคงจับจ้องอยู่ที่ใบหน้าของทนายความสาวราวกับต้องการค้นหาคำตอบบางอย่างที่ซ่อนอยู่หลังม่านตาคู่นั้น
"เข้ามา" เสียงทุ้มต่ำของรณพีร์เอ่ยอนุญาตโดยไม่ปรับเปลี่ยนโทนเสียงให้ผิดเพี้ยนไปจากปกติ แม้ว่าหัวใจข้างในจะกำลังเต้นระรัวด้วยแรงปะทะทางอารมณ์เมื่อครู่
ประวัติศาสตร์และปัจจุบันกำลังทับซ้อนกันในห้องสี่เหลี่ยมแห่งนี้ เมื่อบานประตูไม้เนื้อดีถูกผลักเปิดออก พร้อมกับการปรากฏตัวของร่างสูงโปรดของเลขาธิการส่วนตัวที่ถือแฟ้มเอกสารสีน้ำเงินเข้มเข้ามาด้วยสีหน้าตื่นตระหนก ทว่าสิ่งที่ดึงดูดสายตาของพิมพ์มาดาไม่ใช่ตัวเลขหรือรายงานในแฟ้มนั้น หากแต่เป็นเอกสารแผ่นหนึ่งที่ร่วงหล่นลงมาปะปนอยู่บนพื้นพรม
พิมพ์มาดาก้มลงหยิบมันขึ้นมาตามสัญชาตญาณ ทันทีที่สายตาคู่สวยกวาดผ่านบรรทัดอักษร ลมหายใจของเธอก็สะดุดกึก ราวกับถูกกระชากลงสู่ห้วงเหวลึกในพริบตา
ชื่อบนหัวกระดาษ... พลตำรวจเอกประจักษ์ รณพีร์ชัย... บิดาผู้ล่วงลับของรณพีร์ และผู้ทรงอิทธิพลที่เคยถูกกล่าวหาว่ามีส่วนพัวพันกับคดีทุจริตระดับชาติเมื่อยี่สิบปีก่อน คดีเดียวกับที่พรากครอบครัวของเธอไป
ห้องทำงานทั้งห้องตกอยู่ในความเงียบงันที่น่าอึดอัด รณพีร์สังเกตเห็นความผิดปกติทางสีหน้าของหญิงสาว เขารีบก้าวเข้าไปใกล้ ทว่าสิ่งที่เขาได้รับกลับเป็นการถอยหลังหนีของเธอ ราวกับเขากำลังกลายร่างเป็นสัตว์ร้ายที่น่ากลัวที่สุดในโลก
"พิมพ์... เกิดอะไรขึ้น" รณพีร์เอ่ยถาม น้ำเสียงเจือความกังวลอย่างปิดไม่มิด
"คุณรู้เรื่องนี้มานานแค่ไหนแล้วครับ... เอ๊ย... คุณรณพีร์" พิมพ์มาดาเผลอหลุดปากด้วยน้ำสั่นเครือ ความรู้สึกไว้เนื้อเชื่อใจที่เพิ่งก่อตัวขึ้นพังทลายลงในพริบตา เหลือไว้เพียงกำแพงแห่งความหวาดระแวงที่สูงชันกว่าเดิม
"เอกสารอะไร" รณพีร์ขมวดคิ้วแน่น เขากวาดตามองกระดาษในมือเธอ ก่อนที่ดวงตาคู่คมจะไหววูบไปชั่วขณะเมื่อเห็นข้อความภายใน "คุณกำลังเข้าใจผิด พิมพ์..."
"เข้าใจผิดงั้นเหรอคะ?" พิมพ์มาดาแค่นหัวเราะออกมาเบาๆ แต่เต็มไปด้วยหยาดน้ำตาที่คลอหน่วย "เอกสารการโอนเงินจากบัญชีลับของบริษัทกันตภณโฮลดิ้ง... โอนเข้าบัญชีชื่อแฝงของ พลตำรวจเอกประจักษ์ เมื่อสัปดาห์ก่อนที่คุณจะมารับทำคดีนี้! คุณกับพ่อของคุณ... และกันตภณ พวกคุณกำลังเล่นละครตบตาอะไรอยู่!"
"ระวังคำพูดของคุณด้วย พิมพ์มาดา!" รณพีร์ยกระดับเสียงขึ้นเล็กน้อย ความเป็นอัยการและอีโก้ในตัวถูกกระตุ้นด้วยข้อกล่าวหาที่ไร้ซึ่งความปรานี "ผมไม่เคยเอาความยุติธรรมมาล้อเล่น และผมไม่รู้เรื่องเส้นทางการเงินนี่มาก่อน!"
"คำก็ความยุติธรรม สองคำก็กฎหมาย!" พิมพ์มาดาตะโกนสวนกลับอย่างเหลืออด น้ำตาหยดแรกไหลรินลงมาอาบแก้ม นัยน์ตาคู่นั้นเต็มไปด้วยความผิดหวังและรอยร้าวลึก "คุณมันก็ไม่ต่างจากพ่อของคุณ... ใช้กฎหมายเป็นเครื่องมือบังหน้า แต่เบื้องหลังกลับซุกซ่อนผลประโยชน์มืดมนไว้!"
คำพูดนั้นบาดลึกเข้าไปในจิตใจของรณพีร์ราวกับคมมีด ความเงียบเข้าปกคลุมอีกครั้ง ทว่ามันเป็นความเงียบที่เต็มไปด้วยแรงกดดันมหาศาล เขากำมือแน่นจนเส้นเลือดปูดโปน สันกรามขบเข้าหากันจนเป็นสันนูน ผู้ชายที่เยือกเย็นและควบคุมสถานการณ์ได้เสมออย่างเขา กลับรู้สึกเหมือนกำลังสูญเสียการควบคุมไปทีละน้อย เมื่อคนที่เขากำลังเปิดใจให้กลับมองเขาเป็นแค่เงาของอาชญากร
"ถ้าคุณคิดว่าผมเป็นคนแบบนั้น..." รณพีร์ก้าวเข้าไปประชิดตัวเธออีกครั้ง ลมหายใจอุ่นร้อนปะทะกันในระยะประชิด นัยน์ตาสสีนิลคู่นั้นจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของเธอเพื่อค้นหาความจริง "ทำไมคุณถึงยังยืนอยู่ตรงนี้ ทำไมคุณถึงไม่เดินออกไปตั้งแต่แรก..."
พิมพ์มาดาชะงักไป หัวใจเต้นแรงด้วยความสับสน เธอกำแฟ้มในมือแน่น ปากอิ่มเม้มเข้าหากันจนซีดเซียว เธออยากจะหนีไปให้พ้นจากผู้ชายอันตรายคนนี้ แต่ขามันกลับไม่ยอมขยับตามสั่ง
ก่อนที่ใครจะได้เอื้อnเอ่ยวาจาเชือดเฉือนใดๆ ออกมาอีก เสียงโทรศัพท์มือถือบนโต๊ะทำงานของรณพีร์ก็แผדเสียงกรีดร้องทำลายความเงียบขึ้นอย่างกะทันหัน
รณพีร์ละสายตาจากพิมพ์มาดาอย่างไม่เต็มใจนัก เขาก้าวไปหยิบโทรศัพท์ขึ้นมารับด้วยมือข้างที่ยังคงสั่นเล็กน้อยจากแรงอารมณ์ ปลายสายส่งเสียงหอบเหนื่อยและร้อนรนเข้ามาจนคนฟังต้องนิ่วหน้า
"ท่านอัยการครับ... เกิดเรื่องใหญ่แล้วครับ!" เสียงลูกน้องคนสนิทตะโกนแทรกเข้ามาด้วยความตื่นตระหนก "ศาลเพิ่งรับคำร้องฉุกเฉิน... พยานปากเอกในคดีของกันตภณ... ถูกลอบสังหารเสียชีวิตคาเซฟเฮาส์เมื่อห้านาทีก่อนครับ!"
รณพีร์เบิกตากว้างขึ้นเล็กน้อย ความเย็นยะเยือกแล่นพล่านไปทั่วสันหลัง เขาหันกลับไปมองพิมพ์มาดาที่ยืนตัวแข็งทื่ออยู่กับที่ ทันทีที่เธอเห็นสีหน้าซีดเผือดและการเปลี่ยนแปลงกะทันหันของเขา เธอก็รู้ได้ทันทีว่าหายนะครั้งใหม่กำลังคืบคลานเข้ามาใกล้กว่าที่คิด
และก่อนที่พวกเขาจะได้ทันตั้งตัว เสียงสัญญาณเตือนภัยอัคคีภัยของอาคารก็ดังสนั่นหวั่นไหว พร้อมกับไฟสำรองฉุกเฉินสีแดงฉานที่กระพริบวาบไปทั่วห้องทำงาน ท่ามกลางความโกลาหลที่กำลังเริ่มต้นขึ้น ประตูห้องทำงานถูกกระชากเปิดออกอีกครั้งโดยบุคคลที่ไม่มีใครคาดคิดว่าจะมาเยือนในยามวิกาลเช่นนี้
กันตภณก้าวเข้ามาพร้อมรอยยิ้มเยือกเย็นที่มุมปาก ในมือของเขามีแท็บเล็ตหน้าจอสีฟ้าที่กำลังแสดงภาพถ่ายสดจากกล้องวงจรปิด... ภาพของพิมพ์มาดาในอดีตเมื่อยี่สิบปีก่อน ยืนอยู่ข้างศพของพ่อเธอเอง!
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางและดำดิ่งไปกับความซับซ้อนของจิตใจตัวละครด้วยกันนะครับ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปครับ
ร้อยเล่ห์ทนายร้ายพ่ายรัก•ตอนที่ 25
วิกฤตความเชื่อใจ
ผลงานโดย สายลมแผ่วเบา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (สายลมแผ่วเบา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ร้อยเล่ห์ทนายร้ายพ่ายรัก นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!