เสียงกุกกักที่ดังลอดผ่านแผ่นไม้ของบานประตูห้องชุด ไม่ใช่เสียงของลมราตรีที่พัดพาความหนาวเย็นมากระทบกระจกหน้าต่างอย่างที่พิมพ์มาดาพยายามหลอกตัวเองมาตลอดสามนาทีเต็ม
สัญชาตญาณของทนายความสาวผู้ผ่านคดีฆาตกรรมและเกมการเมืองสีเทามาโชกโชน บอกเธอชัดเจนว่า ระยะห่างระหว่างเธอกับผู้ที่อยู่เบื้องหลังประตูบานนั้น ถูกย่นระยะเข้ามาใกล้จนน่าขนลุก
พิมพ์มาดายืนนิ่งสนิทอยู่ริมหน้าต่างห้องนอนในความมืดสลัว แสงไฟนีออนจากตึกสูงระฟ้าฝั่งตรงข้ามทาบทับลงบนร่างระหงในชุดทำงานที่ยังไม่ได้เปลี่ยน เธอไม่ได้เปิดไฟสักดวงตั้งแต่ก้าวเท้าเข้าห้องพัก เพราะความหวาดระแวงจากคดีของกันตภณที่กำลังไต่ระดับความอันตรายขึ้นทุกขณะ บีบให้เธอต้องระมัดระวังแม้กระทั่งลมหายใจของตนเอง
ในโลกของกฎหมายที่เธอศรัทธา ทุกอย่างมักถูกพิสูจน์ด้วยพยานหลักฐานและตัวบทอันตายตัว แต่ในโลกมืดที่กันตภณขับเคลื่อน กฎหมายเป็นเพียงกระดาษชำระที่ถูกขยำทิ้งเมื่อหมดประโยชน์ และเธอกำลังก้าวเข้ามาขวางทางเดินรถไฟบรรทุกสินค้าที่กำลังพุ่งมาด้วยความเร็วเต็มพิกัด
*แกร๊ก...*
เสียงโลหะกระทบกันเบาหวิวดังขึ้นที่รูกุญแจ
หัวใจของพิมพ์มาดากระตุกวูบ ความเย็นเยียบแล่นพล่านจากปลายนิ้วเท้าขึ้นสู่สันหลัง สมองส่วนหน้าประมวลผลอย่างรวดเร็ว—กลอนประตูด้านในถูกลงล็อกไว้แล้ว แต่คนที่อยู่ข้างนอกกำลังใช้เครื่องมือบางอย่างที่ชำนาญกว่ากุญแจสำรอง มันคือทักษะของมืออาชีพ คนสนิทของกันตภณ... ไอ้คนที่คอยตามประกบเธอมาตั้งแต่ศาลชั้นต้นจนถึงลานจอดรถใต้คอนโดฯ เมื่อหัวค่ำ
เธอค่อยๆ ก้าวถอยหลังอย่างไร้เสียง ปลายเท้าสัมผัสกับพรมหนานุ่ม มือเรียวควานหาโทรศัพท์มือถือบนโต๊ะทำงานเพื่อกดโทรหารณพีร์ อัยการหนุ่มผู้เป็นทั้งพันธมิตรทางคดีและคนเดียวในตอนนี้ที่เธอไว้วางใจ ทว่า ทันทีที่ปลายนิ้วแตะโดนหน้าจอเครื่องมือสื่อสาร เสียงแจ้งเตือนข้อความก็สว่างวาบขึ้นท่ามกลางความมืด
*[คุณประเมินเกมนี้ต่ำเกินไป, พิมพ์มาดา]*
หน้าจอแสดงข้อความสั้นๆ ไร้ชื่อผู้ส่ง แต่ความหมายของมันเฉียบคมราวกับใบมีดที่จ่ออยู่1ตรงลำคอ
พิมพ์มาดากลืนน้ำเหนียวๆ ลงคออย่างยากลำบาก สายตายังคงจับจ้องไปที่ลูกบิดประตูซึ่งค่อยๆ หมุนวนด้วยแรงกดจากด้านนอก ความกดอากาศในห้องราวกับลดลงจนเธอหายใจไม่อิ่ม เธอรู้ดีว่าหากรณพีร์มารับโทรศัพท์ตอนนี้ เสียงสัญญาณอาจกลายเป็นตัวจุดชนวนให้ไอ้ฆาตกรที่อยู่หลังประตูล่วงรู้ว่าเธอกำลังตื่นตระหนก
เธอยกเก้าอี้ทำงานไม้เนื้อแข็งขึ้นอย่างระมัดระวัง แรงทั้งหมดถูกทุ่มลงไปที่แขนเรียวเพื่อยกมันขึ้นไม่ให้เกิดเสียงเสียดสีกับพื้นห้อง แม้เหงื่อกาฬจะผุดพรายเต็มขมับและแผ่นหลัง แต่สายตาของเธอกลับแน่วแน่—เธอจะไม่ยอมตกเป็นเหยื่อในเกมนี้อย่างเด็ดขาด
ประตูห้องเปิดอ้าออกอย่างเชื่องช้า ความมืดมิดจากโถงทางเดินด้านนอกกลืนกินแสงสว่างอันน้อยนิดภายในห้อง เงาทะมัดทะแมงของชายฉกรรจ์ในชุดสูทสีเข้มก้าวเข้ามาอย่างเงียบเชียบ ราวกับนักล่าที่คุ้นเคยกับการย่องเข้าสู่รังของเหยื่อ กลิ่นอายความดิบเถื่อนและบุหรี่ราคาแพงลอยปะปนมากับอากาศรอบตัว
พิมพ์มาดายืนซ่อนตัวอยู่หลังผนังมุมฉากของห้องนอน ลมหายใจถูกผ่อนออกอย่างแผ่วเบาที่สุด นิ้วมือขวาของเธอเตรียมพร้อมที่จะฟาดเก้าอี้ไม้ลงไปเต็มแรงทันทีที่ร่างนั้นก้าวพ้นขอบประตูเข้ามาในรัศมี
แต่ทว่า... ชายคนนั้นกลับหยุดชะงักฝีเท้าลงกะทันหัน
เขายืนนิ่งอยู่ตรงกลางห้องนั่งเล่น ราวกับสัมผัสได้ถึงความผิดปกติบางอย่าง ร่างนั้นค่อยๆ หันกลับมาทางห้องนอนช้าๆ พร้อมกับประกายแสงสะท้อนจากโลหะสีเงินในมือ—มีดพกพับที่ถูกดีดใบมีดออกมาเตรียมพร้อมใช้งาน
ความเงียบงันเข้าปกคลุมพื้นที่ระหว่างคนทั้งสอง ราวกับเวลาถูกหยุดไว้ด้วยความตึงเครียด
ในวินาทีที่พิมพ์มาดากลั้นใจเตรียมจะเหวี่ยงเก้าอี้เข้าใส่เป้าหมาย เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นจากด้านนอกอีกครั้ง สามครั้งซ้อน หนักแน่นและทรงพลัง จนทำให้ผู้ชายในห้องสะดุ้งเล็กน้อย
"คุณพิมพ์มาดาครับ..." เสียงทุ้มต่ำคุ้นเคยดังลอดเข้ามาผ่านบานประตูที่เปิดแง้มไว้ เป็นเสียงที่เธอจำได้แม่นยำยิ่งกว่าสิ่งใด "ผมเอง... รณพีร์"
บรรยากาศในห้องพลิกผันจากหน้ามือเป็นหลังมือในเสี้ยววินาที ผู้บุกรุกหันขวับกลับไปมองประตูทางเข้าที่มีเงาของชายหนุ่มร่างสูงทาบทับอยู่บนกระจกฝ้า ขณะที่พิมพ์มาดาลดเก้าอี้ลงเล็กน้อย หัวใจเต้นระรัวด้วยความโล่งอกที่เจือปนความตกใจ
แต่ก่อนที่ใครจะได้ขยับตัว ชายชุดสูทคนนั้นก็หันกลับมาส่งยิ้มเย็นเยียบให้เธอในความมืด พร้อมกับยกนิ้วขึ้นแตะริมฝีปากเชิงปราม ก่อนจะพุ่งตัวหายวับออกไปทางระเบียงด้านหลังด้วยความเร็วปานเสือชีตาห์
พิมพ์มาดารีบวิ่งไปที่ระเบียงและผลักประตูเปิดออก สายลมยามดึกปะทะเข้ากับใบหน้าซีดเผือด เธอชะโงกหน้ามองลงไปเบื้องล่าง ถนนเบื้องล่างเงียบสงบ มีเพียงแสงไฟจากเสาไฟฟ้าริมทาง ทว่า... สิ่งที่ปรากฏอยู่บนระเบียงห้องของเธอไม่ใช่ความว่างเปล่า
มันคือซองเอกสารสีน้ำตาลเข้ม วางอยู่บนโต๊ะตัวเล็กริมระเบียง โดยมีตราประทับครั่งสีแดงรูปตราสัญลักษณ์ของสำนักงานกฎหมายกันตภณเด่นชัดอยู่บนปากซอง
พิมพ์มาดายื่นมืออันสั่นเทาไปหยิบซองเอกสารนั้นขึ้นมา หัวใจเต้นแรงจนแทบจะทะลุออกมานอกอก เมื่อเธอพลิกดูด้านหลังเพื่อเปิดอ่านข้อความข้างใน แสงไฟจากตึกฝั่งตรงข้ามก็สาดส่องลงมาพอดี เผยให้เห็นภาพถ่ายใบหนึ่งที่หล่นร่วงลงมาแตะพื้นคอนกรีต
มันคือภาพถ่ายของรณพีร์ในวัยเด็ก ที่กำลังยืนอยู่เคียงข้างกับ "พ่อของเธอ" ในวันที่คดีทุจริตครั้งใหญ่เมื่อสิบปีก่อนเริ่มต้นขึ้น... และข้อความลายมือหวัดๆ เขียนด้วยหมึกสีดำสนิทที่แนบมาด้วยว่า:
*[คนที่คุณไว้ใจที่สุด... คือคนที่ฝังศพพ่อของคุณไว้กับมือ]*
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมติดตามและดำดิ่งไปกับความลับอันดำมืดนี้ด้วยกันนะครับ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปครับ
ร้อยเล่ห์ทนายร้ายพ่ายรัก•ตอนที่ 27
เสียงฝีเท้าในความมืด
ผลงานโดย สายลมแผ่วเบา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (สายลมแผ่วเบา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ร้อยเล่ห์ทนายร้ายพ่ายรัก นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!