แคสติ้งนี้...ไม่มีทางเป็นของเธอ•ตอนที่ 2

มาดนิ่งกับลูกเล่นแพรวพราว

ผลงานโดย สายไหมกลิ่นสตรอว์เบอร์รี
กลิ่นหอมอ่อน ๆ ของชาคาโมมายล์ในแก้วกระดาษราคาแพงไม่ได้ช่วยให้บรรยากาศในห้องแต่งตัวชั่วคราวหลังกองถ่ายดูผ่อนคลายขึ้นเลยแม้แต่น้อย ตรงกันข้าม... ไอเย็นจากเครื่องปรับอากาศที่เร่งความเย็นจนต่ำกว่ายี่สิบองศาเซลเซียสกำลังทำให้บรรยากาศระหว่างคนสองคนเฉียบขาดราวกับอยู่ในฤดูหนาวขั้วโลก “คุณเรย์คะ เช็คบทหน้าห้าสิบแปดอีกรอบดีไหมคะ เผื่อว่าฉันจะเผลอ ‘เล่น’ นอกบทจนผู้จัดฯ คนสวยต้องปวดหัวรอบที่สามของวัน” เสียงใสๆ ที่ติดจะกวนประสาทนิดๆ ดังขึ้นพร้อมกับร่างบางของพายที่ทิ้งตัวลงนั่งบนโซฟาหนังสีดำตัวยาวอย่างไร้มารยาท นักแสดงสาวดาวรุ่งจงใจยืดขาเรียวยาวภายใต้กางเกงสแลคเข้ารูปออกไปขวางทางเดินเล็กๆ แถมยังจงใจเอียงคอมองโปรดิวเซอร์สาวด้วยรอยยิ้มพราวเสน่ห์ที่ใครเห็นก็คงใจละลาย... ยกเว้นก็แต่ ‘เรย์’ ในเวลานี้ เรย์ละสายตาจากแท็บเล็ตในมือช้าๆ ปรายตามองคนกวนโอ๊ยด้วยแววตานิ่งสนิทราวกับผิวน้ำในบึงลึก ไม่มีร่องรอยความหงุดหงิดให้เห็นบนใบหน้าสวยเฉี่ยว แต่นั่นแหละคือความน่ากลัวที่พายรู้ดีว่าอีกฝ่ายกำลังอดกลั้นขีดสุด “ถ้าคุณพายเอาเวลามานั่งหยอกเล่นแบบเด็กๆ ไปทบทวนปมตัวละครในฉากดราม่าคืนนี้ ฉันคงไม่ต้องมานั่งกุมขมับกับเรตติ้งที่อาจจะร่วงกราวรูดหรอกค่ะ” เรย์ตอบกลับด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทว่าทุกพยางค์คมกริบราวกับใบมีดที่เคลือบด้วยน้ำตาลทรายแดง “อีกอย่าง... ข้อความเมื่อคืน ฉันถือว่าคุณพิมพ์ส่งผิดกลุ่มนะคะ” พายหัวเราะในลำคอเบาๆ เสียงหัวเราะทุ้มต่ำแต่นุ่มนวลที่ทำเอาคนฟังต้องเม้มปากแน่น พายขยับตัวเข้าไปใกล้โต๊ะทำงานชั่วคราวที่มีเรย์นั่งไขว่ห้างวางมาดผู้บริหารอยู่ ระยะห่างระหว่างกันลดลงจนได้กลิ่นน้ำหอมกลิ่นวานิลลาอ่อนๆ เจือจางกับกลิ่นกายสะอาดสะอ้านของนักแสดงสาว “ส่งผิดกลุ่มที่ไหนล่ะคะ... ฉันตั้งใจส่งเข้าห้องส่วนตัวที่มีแค่เราสองคนต่างหาก หรือว่าคุณเรย์อ่านแล้ว... นอนไม่หลับจนต้องตื่นมาเปิดดูมือถือทุก ๆ ห้านาทีคะ?” พายแกล้งเอียงตัวเข้าไปกระซิบใกล้ใบหูขาวสะอาด น้ำเสียงทุ้มนุ่มทิ้งจังหวะแพรวพราวราวกับกำลังหยอกเย้าลูกแมวในกำมือ ทว่าเรย์ไม่มีทีท่าสะดุ้งสะเทือน เธอกลับวางแท็บเล็ตลงบนโต๊ะเสียงดัง ‘ปัง’ จนพายต้องชะงัก ดวงตากลมโตคมกริบของโปรดิวเซอร์สาวเงยขึ้นสบตาตรงๆ ระยะห่างแค่คืบทำให้ลมหายใจอุ่นๆ รดรินอยู่บนพวงแก้ม เรย์ไม่ถอยหนี แถมยังจงใจขยับเข้าไปใกล้กว่าเดิมจนพายต้องเป็นฝ่ายกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก “มั่นใจมากเหรอคะ ว่าฉันไม่ได้นอนเพราะคุณ” เรย์ยิ้มมุมปาก รอยยิ้มที่ไม่ได้ไปถึงดวงตา แต่กลับทรงพลังพอที่จะทำให้หัวใจของนักแสดงสาวกระตุกวูบ “คนอย่างคุณพาย... ต่อให้มายืนเต้นแทงโก้หน้าห้องฉันตอนตีสาม ฉันก็แค่โทรเรียก รปภ. มาเชิญออก ไม่ได้มีค่าพอให้ฉันต้องเสียเวลามาใส่ใจหรอกค่ะ” “โอ๊ะ... แรงจังนะคะ” พายกะพริบตาปริบๆ แสร้งทำเป็นเอามีทาบอกด้วยท่าทางน่าหมั่นไส้ “แต่แปลกจัง... คนที่บอกว่าไม่ใส่ใจ เมื่อคืนถึงได้กดอ่านข้อความฉันตอนตีสองสี่สิบสามนาทีพอดีเป๊ะล่ะคะ ฉันมี ‘ใบเสร็จ’ แจ้งเตือนในระบบนะจะบอกให้” เรย์ชะงักไปชั่วเสี้ยววินาที—เสี้ยววินาทีเดียวเท่านั้นที่หลุดรอดสายตา แต่พายที่จ้องมองอยู่ทุกกระเบียดนิ้วไม่มีทางพลาดมัน เรย์เม้มริมฝีปากเข้าหากันเล็กน้อยโดยไม่รู้ตัว ก่อนจะปรับสีหน้ากลับมาเรียบเฉยได้อย่างรวดเร็วราวกับนักแสดงมืออาชีพ ให้ตายเถอะ... ผู้หญิงคนนี้นี่มันร้ายกาจเป็นบ้า! “คนว่างงานเขาก็เช็คโทรศัพท์กันทั้งนั้นแหละค่ะ อย่าสำคัญตัวผิดเลย” เรย์เชิดหน้าขึ้นเล็กน้อย พยายามดึงศักดิ์ศรีและความนิ่งสงบกลับคืนมา “แล้วก็กรุณาถอยออกไปห่างๆ ด้วยค่ะ พื้นที่ตรงนี้คือโซนทำงาน ไม่ใช่เวทีเล่นละครลิง” “ละครลิงอะไรกันคะ ฉันคือนางเอกเบอร์หนึ่งของคุณนะ” พายไม่ยอมถอยแถมยังโน้มตัวเข้าไปใกล้ขึ้นอีกจนหน้าผากเกือบจะชนกัน “ส่วนเรื่องสำคัญตัว... ฉันไม่ได้คิดไปเองหรอกค่ะ เพราะสายตาของคุณเมื่อกี้มันฟ้องชัดเจนเลยว่า...” “ว่าอะไรคะ?” เรย์สวนกลับทันควัน ดวงตาสองคู่ประสานกันดุจกระแสไฟฟ้าแรงสูงที่พร้อมจะช็อตทุกสิ่งที่ขวางหน้า ไม่มีใครยอมใคร ไม่มีใครยอมหลบตา “ว่าคุณกำลัง... หวั่นไหว” พายกระซิบเสียงแผ่วเบา ริมฝีปากสีพีชธรรมชาติคลี่ยิ้มร้ายกาจ “ยอมรับมาเถอะค่ะคุณเรย์ ว่าหน้าตาหล่อๆ กับลูกเล่นแพรวพราวของฉัน มันทำให้คุณเผลอคิดไปไกลกว่าเรื่องงานแล้ว” เรย์นิ่งอึ้งไปชั่วขณะ หัวใจที่เคยเต้นเป็นจังหวะสม่ำเสมอเริ่มรัวเร็วกระหน่ำอย่างไร้เหตุผล ไม่ใช่เพราะคำพูดหลงตัวเองนั่น... แต่เป็นเพราะสัมผัสอุ่นจัดจากปลายนิ้วเรียวของพายที่เอื้อมมาเกลี่ยปอยผมที่ตกลงมาเคล้าคลอข้างแก้มของเธอออกให้อย่างแผ่วเบาและทะนุถนอมโดยไม่ทันตั้งตัว สัมผัสที่อ่อนโยนจนน่าใจหาย... มันขัดกับท่าทางกะล่อนเมื่อครู่นี้ลิบลับ “คุณ...!” เรย์กำลังจะอ้าปากตอกกลับด้วยประโยคที่เจ็บแสบที่สุดในชีวิต ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก! เสียงเคาะประตูดังขึ้นขัดจังหวะพร้อมกับบานประตูที่ถูกผลักเปิดออกอย่างถือวิสาสะ โดยไม่ต้องรอให้เจ้าของห้องอนุญาต ร่างท้วมของจิน ผู้กำกับจอมจุกจิกก็ก้าวเข้ามาพร้อมกับแฟ้มบทในมือ ท่าทางเร่งรีบทำให้เขาไม่ได้สังเกตเห็นเลยว่าระยะห่างระหว่างคนทั้งสองในห้องมันใกล้ชิดจนเกินคำว่า ‘เพื่อนร่วมงาน’ ไปไกลโขแล้ว “เรย์! พาย! อยู่กันครบพอดี ดีเลย...” จินเอ่ยขึ้นเสียงดังด้วยใบหน้าเคร่งเครียด “ฉันเพิ่งได้ข่าววงในจากผู้บริหาร ช่องจะสั่งรื้อบทฉากเลิฟซีนคืนนี้ใหม่ทั้งหมด! พวกเธอสองคนต้องซ้อมคิวใหม่เดี๋ยวนี้เลย!” พายถอนหายใจเฮือกใหญ่ผละตัวออกห่างจากเรย์อย่างเสียดาย ดวงตาคู่สวยยังคงทิ้งประกายระยิบระยับไว้เบื้องหลัง ขณะที่เรย์รีบหันหน้าหนีไปจัดเสื้อผ้าของตัวเองให้เรียบร้อยเพื่อซ่อนร่องรอยความปั่นป่วนในแววตา “รื้อบทเหรอคะ?” เรย์ปรับเสียงให้เป็นปกติได้ในเวลาอันรวดเร็ว แม้หัวใจจะยังเต้นไม่เป็นจังหวะ “ทำไมกะทันหันแบบนี้ล่ะคะผู้กำกับจิน” “ก็เพราะ...” จินยังไม่ทันได้อ้าปากตอบคำถาม ประตูห้องแต่งตัวที่ปิดสนิทไม่สนิทดีก็ถูกผลักเปิดออกอีกครั้ง พร้อมกับร่างระหงของแขกไม่ได้รับเชิญคนหนึ่งที่ก้าวเข้ามาด้วยรอยยิ้มหวานหยด “สวัสดีค่ะทุกคน... พอดีฉันได้ยินข่าวเรื่องรื้อบท เลยถือวิสาสะแวะมาช่วยดูด้วยคนค่ะ หวังว่าคงไม่รบกวนนะคะ... *พี่เรย์*” สิ้นเสียงหวานหยาดเยิ้มนั้น เรย์ถึงกับหน้าถอดสีทันทีที่ได้เห็นใบหน้าของคนที่ก้าวเข้ามาอย่างเต็มตา ขณะที่พายหรี่ตาลงน้อยๆ มุมปากหยักยิ้มเหยียดขึ้นเล็กน้อยเมื่อสัมได้ถึงคลื่นใต้น้ำลูกใหญ่ที่กำลังซัดเข้ามาหาพวกเขาทั้งคู่ในเวลานี้ ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาเติมความหวานและคอยซัพพอร์ตสายไหมเสมอนะคะ!
สารจากนักเขียน (สายไหมกลิ่นสตรอว์เบอร์รี)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง แคสติ้งนี้...ไม่มีทางเป็นของเธอ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%