“เอาตัวเธอออกไปจากมือของมันเดี๋ยวนี้!”
เสียงคำรามต่ำที่แฝงไปด้วยไอสังหารดังขึ้นท่ามกลางเสียงดนตรีแจ๊สอันแผ่วเบาในงานเลี้ยงการกุศล ความเย็นเยียบของมันพุ่งทะลุผ่านฝูงชนเข้ามาปะทะใบหน้าของพราวรวีจนเธอชาวาบไปทั้งร่าง
พราวรวียังไม่ทันได้ตั้งตัว มือหนาของมาร์คัสที่แตะอยู่บนแผ่นหลังของเธอเพื่อนำทางก็ถูกกระชากออกอย่างแรง จนร่างบางเซถลาไปปะทะกับแผงอกแกร่งของคาร์โล ดันเต้ ผู้ที่กำลังยืนจ้องมองเหตุการณ์ด้วยสายตาราวกับจะฉีกกระชากอีกฝ่ายให้เป็นชิ้นๆ
“ใจเย็นหน่อยสิ ดันเต้” มาร์คัสแสยะยิ้ม มุมปากของเขาที่บวมช้ำจากการปะทะครั้งก่อนยังคงทิ้งร่องรอยแห่งความเกลียดชังไว้ชัดเจน “ผู้หญิงของนายดูเหมือนจะเบื่อการถูกกักขังในกรงทองนะ เธอแค่กำลังหาอากาศหายใจ... ซึ่งฉันยินดีมอบให้เสมอ”
“อากาศของเธอ... เป็นของฉัน” คาร์โลกดเสียงต่ำ สองมือของเขาบีบต้นแขนพราวรวีจนเธอต้องนิ่วหน้าด้วยความเจ็บปวด เขาไม่สนใจสายตาของแขกเหรื่อรอบข้างที่เริ่มขยับถอยห่างด้วยความเกรงกลัวอำนาจมืดของเขา “ถ้าไม่อยากให้มือที่ใช้จับผู้หญิงของฉันถูกตัดทิ้ง ก็ไสหัวไปก่อนที่ฉันจะเปลี่ยนใจเปลี่ยนงานเลี้ยงนี้ให้กลายเป็นงานศพ”
พราวรวีพยายามสะบัดแขนออก แต่แรงบีบของคาร์โลนั้นราวกับเหล็กกล้าที่ไร้ความปราณี “คาร์โล... ปล่อยนะคะ คุณทำให้ทุกคนมองเราอยู่”
“มองให้ดู! ให้พวกมันเห็นชัดๆ ว่าคนไหนคือสมบัติของฉัน!” เขากระซิบชิดใบหูเธอ ลมหายใจร้อนผ่าวเป่ารดจนขนอ่อนลุกชัน ดวงตาคมกริบคู่นั้นมืดดำดุจท้องฟ้าก่อนพายุใหญ่ “เธอคิดว่าตัวเองเป็นใครถึงกล้ามายืนยิ้มระรื่นอยู่กับศัตรูของฉัน พราวรวี!”
เขาลากเธอออกมาจากห้องโถงใหญ่ทันที แรงฉุดกระชากนั้นไร้ซึ่งความอ่อนโยน พราวรวีต้องกึ่งเดินกึ่งวิ่งเพื่อตามให้ทันชายหนุ่มผู้กำลังเดือดดาลจนถึงขีดสุด บรรยากาศเงียบเชียบในโถงทางเดินส่วนตัวที่เชื่อมไปยังห้องพักรับรองแขกยิ่งทำให้เสียงรองเท้าของเขาที่กระทบพื้นหินดังกึกก้องราวกับเสียงฝีเท้าของเพชฌฆาต
เมื่อถึงห้องพัก คาร์โลเหวี่ยงเธอเข้าไปข้างในจนร่างบางล้มลงบนโซฟากำมะหยี่ตัวยาว เขากระโจนตามเข้าไปราวกับสัตว์ป่าที่กำลังหิวโหย เขาทาบทับร่างของเธอไว้ใต้ร่างหนา ลมหายใจหอบถี่ของเขากระแทกเข้ากับใบหน้าของหญิงสาว
“เมื่อกี้มันแตะตรงไหนบ้าง” คาร์โลถาม เสียงของเขาแหบพร่าและสั่นเครือด้วยความหึงหวงที่รุนแรงจนน่ากลัว มือหนาเริ่มลูบไล้ไปตามแผ่นหลังของเธออย่างถือสิทธิ์ เหมือนจะลบเลือนสัมผัสของมาร์คัสออกไปให้หมดสิ้น
“เขาแค่... เขาแค่จะช่วยนำทางไปห้องน้ำ มาร์คัสไม่ได้ทำอะไรเลยนะคะ คุณฟังฉันบ้าง!” พราวรวีจ้องตอบด้วยดวงตาที่เอ่อคลอไปด้วยน้ำตาแห่งความน้อยใจ เธอไม่เข้าใจว่าทำไมเขาต้องมองเธอเป็นสิ่งของที่ไร้ความรู้สึกขนาดนี้
“นำทาง? หรือส่งตัวเองไปให้มันเชยชมถึงที่!” คาร์โลคำราม เขาซุกใบหน้าเข้ากับซอกคอหอมกรุ่นของเธอ กัดเม้มเบาๆ จนเกิดรอยแดงเป็นจ้ำ เขาต้องการสร้างรอยตราประทับไว้ทั่วร่างของเธอให้คนทั้งโลกได้รับรู้ว่าผู้หญิงคนนี้มีเจ้าของ “ฉันเตือนเธอแล้วนะพราวรวี... อย่าคิดจะลองดีกับความอดทนของฉัน”
สัมผัสของเขาเปลี่ยนจากความโกรธเกรี้ยวเป็นความต้องการที่ดิบเถื่อนมือหนึ่งของเขาตรึงข้อมือทั้งสองข้างของเธอไว้เหนือศีรษะ อีกมือนึงกระชากชุดเดรสราตรีจนรอยแยกที่แผ่นหลังขยายกว้างออกเผยให้เห็นผิวขาวเนียนที่สั่นระริกด้วยแรงอารมณ์
“คุณมันป่าเถื่อน...” พราวรวีพึมพำ น้ำตาหยดหนึ่งไหลรินลงมาตามกรอบหน้า
คาร์โลหยุดชะงัก สายตาที่เคยเต็มไปด้วยเพลิงโทสะสั่นไหววูบหนึ่ง เขาจ้องมองใบหน้าเปื้อนน้ำตาของเธอด้วยความรู้สึกที่ตีรวนกันไปหมด ทั้งรัก ทั้งแค้น และความรู้สึกผิดที่เขารู้ตัวดีว่าเขากำลังสูญเสียการควบคุม เพราะทุกครั้งที่เธออยู่ใกล้ชายอื่น ราวกับมีคมมีดกรีดลงบนหัวใจที่เขาพยายามปิดตายมาตลอด
เขาก้มลงจูบซับน้ำตาให้เธออย่างแผ่วเบา ทว่ามันกลับเต็มไปด้วยความเจ็บปวดที่ซ่อนอยู่ลึกๆ “เพราะเธอ... เป็นเพียงคนเดียวที่ทำให้ฉันรู้สึกแบบนี้ และนั่นแหละคือเหตุผลที่ฉันไม่มีวันปล่อยเธอไป แม้จะต้องขังเธอไว้ในกรงไปชั่วชีวิตก็ตาม”
ทันใดนั้น เสียงเคาะประตูดังขึ้นอย่างรีบร้อน ตามด้วยเสียงของลูกน้องคนสนิทที่ดังลอดเข้ามาด้วยน้ำเสียงร้อนรน “นายครับ! มาร์คัสเพิ่งสั่งให้คนล้อมตึกไว้... มันไม่ได้มาแค่คนเดียว แต่มันขนกองกำลังมาด้วย ดูเหมือนมันไม่ได้มาเพื่อเจรจา แต่มันมาเพื่อปิดบัญชีในคืนนี้ครับ!”
คาร์โลผละออกจากร่างของพราวรวีทันที ดวงตาของเขากลับมาคมกริบและดุดันดุจราชสีห์ที่พร้อมขย้ำเหยื่อ เขาหันไปคว้าปืนพกจากซองหนังใต้เสื้อสูทขึ้นมาตรวจสอบลูกกระสุนด้วยความชำนาญ ก่อนจะหันมามองพราวรวีที่ยังคงนั่งตัวสั่นอยู่บนโซฟาด้วยสายตาที่ยากจะคาดเดา
“อยู่ในนี้ ห้ามออกไปไหนเด็ดขาด” เขาจ้องลึกเข้าไปในตาเธอ ก่อนจะเอ่ยประโยคสุดท้ายด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่แฝงด้วยความเด็ดขาดว่า “ถ้าฉันกลับมาไม่ทัน... ให้หนีไปทางระเบียงหลังห้อง อย่าหันกลับมามอง ไม่ว่าเธอจะได้ยินเสียงอะไรก็ตาม”
เขาก้าวออกจากห้องไปโดยไม่หันกลับมามองอีกเลย ทิ้งให้พราวรวีอยู่กับความเงียบงันและเสียงหัวใจที่เต้นรัวราวกับกลองรบ ในขณะที่เสียงปืนนัดแรกดังขึ้นทำลายความเงียบของค่ำคืนลงอย่างฉับพลัน
ขอบพระคุณทุกท่านที่ติดตามและร่วมเดินทางไปกับความรักที่แสนเร่าร้อนและอันตรายของคาร์โลกับพราวรวีนะครับ ภูริศร์ครับ
พันธะเถื่อนราคีมาเฟีย•ตอนที่ 11
ความหึงหวงที่รุนแรง
ผลงานโดย ภูริศร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ภูริศร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พันธะเถื่อนราคีมาเฟีย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!