“อย่าได้ริอาจมองมันแม้แต่หางตา ถ้าไม่อยากให้งานเต้นรำนี้กลายเป็นงานศพของใครสักคน”
กระซิบนั้นทุ้มต่ำและเย็นเยียบประดุจใบมีดโกนที่กรีดผ่านผิวเนื้อ คาร์โล ดันเต้ ไม่ได้เพียงแค่เอ่ยเตือน เขาออกแรงบีบกระชับที่เอวคอดกิ่วของพราวรวีจนหญิงสาวแทบจะรวมร่างไปกับสูทราคาแพงของเขา กลิ่นกายบุรุษที่เป็นเอกลักษณ์ ทั้งกลิ่นยาสูบจางๆ ผสมกับความหอมของเครื่องหนังชั้นดีรัดรึงประสาทสัมผัสของเธอจนสั่นสะท้าน
พราวรวีสูดลมหายใจเข้าลึก พยายามปรับสีหน้าให้เรียบเฉย ทว่าดวงตากลมโตกลับไหวระริกเมื่อสบเข้ากับดวงตาสีเทาเข้มที่เต็มไปด้วยโทสะของชายหนุ่ม ภายในโถงจัดเลี้ยงหรูหราใจกลางเมืองที่ประดับประดาด้วยคริสตัลระยิบระยับ ผู้คนนับร้อยกำลังดื่มด่ำกับเสียงดนตรีคลาสสิก ทว่าในรัศมีที่เขายืนอยู่ กลับเต็มไปด้วยรัศมีแห่งการทำลายล้าง
“ฉันไม่ได้มองเขา คุณคาร์โล” เธอตอบเสียงเบา ทว่ามั่นคงพอที่จะทำให้เขารู้สึกขัดใจ
“ดี” เขาแค่นเสียงในลำคอ ก่อนจะกระชากร่างบางให้หมุนตัวเข้าสู่วงฟลอร์เต้นรำ จังหวะวอลซ์ที่เนิบนาบแต่ทรงพลังบังคับให้เธอต้องแนบชิดกับอกแกร่ง พราวรวีสัมผัสได้ถึงกล้ามเนื้อที่เกร็งแน่นอยู่ภายใต้เนื้อผ้า เธอรู้ดีว่าไม่ใช่เพราะดนตรีที่เร้าอารมณ์ แต่เป็นเพราะ 'คนผู้นั้น' ที่กำลังจ้องมองมาจากมุมมืดของงาน
มาร์คัส...
ศัตรูหัวใจและศัตรูทางธุรกิจของคาร์โลยืนสูบซิการ์อยู่ที่ระเบียงเปิดโล่ง สายตาของมันกวาดมองพราวรวีราวกับกำลังประเมินราคา 'ของเล่น' ชิ้นใหม่ที่พร้อมจะแย่งชิงมาจากมือของเจ้าของเดิม และวินาทีที่คาร์โลเลื่อนมือลงไปบีบเค้นสะโพกมนอย่างจงใจเพื่อประกาศศักดา พราวรวีก็รับรู้ได้ถึงความร้อนรุ่มที่แล่นผ่านกระดูกสันหลัง
นี่ไม่ใช่การเต้นรำ นี่คือการทำเครื่องหมายความเป็นเจ้าของ
“เขามีอะไรบางอย่างในมือ คาร์โล” พราวรวีตัดสินใจกระซิบข้างใบหูของเขา “สิ่งที่เขาอยากให้คุณเห็นมากกว่าแค่การข่มขู่”
คาร์โลหยุดกึก ท่ามกลางคู่เต้นคนอื่นๆ ที่ยังคงหมุนวน เขาก้มลงมองหญิงสาวในอ้อมกอดด้วยแววตาที่อ่านไม่ออก “เธอรู้จักมันดีพอที่จะรู้ว่ามันกำลังวางแผนอะไรสินะ พราวรวี?”
“ฉันแค่... รู้สึกได้” เธอหลบสายตา
“มองฉัน” เขาเชยคางเธอขึ้น บังคับให้สบตา “อย่าได้หวาดกลัวคนอย่างมันตราบใดที่เธอยังเป็นสมบัติของฉัน และจำไว้ว่า ต่อให้มันจะมีอะไรในมือ ต่อให้มันจะถือครองโลกทั้งใบไว้... แต่มันไม่มีวันได้สัมผัสแม้แต่เส้นผมของเธอ ถ้าฉันไม่อนุญาต”
จังหวะดนตรีเปลี่ยนเป็นดนตรีจังหวะที่หนักหน่วงและเซ็กซี่ขึ้น คาร์โลดึงร่างของเธอเข้าหาตัวจนไร้ช่องว่าง มือหนาของเขาเลื่อนต่ำลงไปใต้แผ่นหลังเปลือยเปล่า ไล้ลงไปตามแนวกระดูกสันหลัง สัมผัสที่ปลุกเร้าสัญชาตญาณดิบในตัวเธอให้ตื่นขึ้น จนพราวรวีต้องจิกปลายนิ้วลงบนไหล่กว้างของเขาเพื่อทรงตัว
เขากำลังทำให้เธอตกเป็นเป้าสายตาของทุกคนในงาน... และเขาก็ตั้งใจให้มันเป็นเช่นนั้น
“ดูสิ พราวรวี” เขาพึมพำขณะโน้มตัวลงมาจนริมฝีปากร้อนผ่าวปัดผ่านใบหูของเธอ “ทุกคนที่นี่กำลังมองว่าเธอเป็นของผู้ชายคนไหน และถ้าคืนนี้ฉันจะแสดงให้เห็นว่าเธอ ‘เร่าร้อน’ แค่ไหนในห้องส่วนตัว... คิดว่ามาร์คัสจะยังกล้าเงยหน้ามองเธออีกไหม?”
คำพูดจาบจ้วงนั้นทำให้พราวรวีหน้าร้อนผ่าว แต่ก่อนที่เธอจะได้ตอบโต้ เสียงปรบมือดังขึ้นจากมุมหนึ่งของห้อง มาร์คัสเดินตรงเข้ามาหาพวกเขาพร้อมกับรอยยิ้มที่ดูเหมือนงูพิษที่กำลังจะฉกกัด
“การเต้นรำที่เร่าร้อนดีนี่ คาร์โล” มาร์คัสเอ่ยขึ้นพลางหยุดยืนในระยะประชิด “แต่ระวังให้ดีเถอะ บางทีของที่กอดไว้แน่นๆ อาจจะหลุดลอยไป เพราะลืมไปว่ามือที่ใช้กอดนั้น... มันเต็มไปด้วยเลือดของคนอื่น”
คาร์โลไม่แม้แต่จะปรายตาไปมองคู่สนทนา เขาหันไปหาพราวรวีแล้วส่งยิ้มที่ทำให้เธอกลัวมากกว่าโกรธ “ขอบคุณสำหรับคำเตือนนะมาร์คัส แต่คนอย่างฉัน ‘เลือด’ ที่ติดมือมีไว้เพื่อฆ่าคนเลว ไม่ใช่เอาไว้เช็ดหน้าให้ตัวเอง”
ทันใดนั้น มาร์คัสก็หยิบซองจดหมายสีน้ำตาลออกมาจากอกเสื้อ เขาไม่ได้ส่งให้คาร์โล แต่กลับโยนมันลงบนโต๊ะข้างๆ ที่พนักงานเสิร์ฟกำลังเดินผ่านมา
“บางทีคุณควรเปิดดู... ก่อนที่งานเต้นรำนี้จะจบลง เพราะรูปถ่ายในนั้นมันชัดเจนมาก ถึงขนาดที่ว่า... ต่อให้เป็นคุณคาร์โล ดันเต้ ผู้หยิ่งผยอง ก็อาจจะทนดูจนจบไม่ได้”
คาร์โลชะงัก สายตาคมกริบเหลือบมองซองจดหมายนั้นชั่วขณะ ก่อนจะหันมามองพราวรวีที่ใบหน้าซีดเผือดลงอย่างเห็นได้ชัด ความลับที่เธอพยายามปกปิดมาตลอด... กำลังจะถูกกระชากออกมาในที่แจ้ง
มือของคาร์โลที่กอดเอวเธออยู่บีบแน่นขึ้นจนแทบจะเป็นการทรมาน เขาก้มลงกระซิบเสียงต่ำจนสั่นถึงขั้วหัวใจ “ถ้าในซองนั่นไม่ใช่เรื่องเล่นๆ พราวรวี... คืนนี้ เรามีเรื่องต้องคุยกันยาว และเธอต้องเป็นคนเริ่มเล่าว่าทำไมมาร์คัสถึงมีรูปถ่ายที่ทำให้เธอหน้าซีดขนาดนี้”
คาร์โลปล่อยมือจากเธอแล้วเดินตรงไปที่โต๊ะนั้นด้วยท่าทีคุกคาม พราวรวียืนตัวแข็งทื่ออยู่บนฟลอร์เต้นรำ ลมหายใจสะดุดขาดห้วงเมื่อเห็นเขากำลังเอื้อมมือไปหยิบซองจดหมายนั่นขึ้นมา...
วินาทีที่นิ้วเรียวยาวของคาร์โลฉีกซองออก กลิ่นอายความตายก็ดูเหมือนจะแผ่ซ่านไปทั่วงานเต้นรำ ทันทีที่รูปใบแรกหลุดออกมา คาร์โลก็หยุดชะงัก ร่างกายใหญ่โตของเขานิ่งค้างราวกับถูกสาป สายตาที่จ้องมองรูปในมือนั้นเปลี่ยนจากความโกรธเกรี้ยว... เป็นความเยือกเย็นที่น่าสะพรึงกลัวยิ่งกว่าเดิม
เขาค่อยๆ หันกลับมามองพราวรวีด้วยสายตาที่ไม่มีความเมตตาเหลืออยู่เลยแม้แต่น้อย ก่อนจะพูดคำเดียวที่ทำลายทุกอย่างลง...
“เธอ... โกหกฉันมาโดยตลอดสินะ”
ขอขอบคุณทุกท่านที่ติดตามและร่วมเดินทางไปกับความเร่าร้อนและความลับที่กำลังจะปะทุในบทต่อๆ ไปนะครับ
ภูริศร์
พันธะเถื่อนราคีมาเฟีย•ตอนที่ 10
ไฟราคะกลางงานเต้นรำ
ผลงานโดย ภูริศร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ภูริศร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พันธะเถื่อนราคีมาเฟีย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!