“ถ้าแกคิดจะเอาชีวิตฉันด้วยปืนกระบอกนั้น ก็ลองดูสิ... คาร์โล แต่ฉันเตือนไว้ก่อนนะ ของเล่นชิ้นใหม่ของแกอาจจะพังคามือไปเสียก่อน”
มาร์คัสเหยียดยิ้มที่มุมปาก ดวงตาคมกริบดุจเหยี่ยวจ้องมองผ่านร่างสูงใหญ่ของคาร์โลไปที่พราวรวี ซึ่งยืนตัวแข็งทื่ออยู่เบื้องหลัง ความเงียบงันภายในห้องทำงานหรูหราถูกแทนที่ด้วยเสียงลมหายใจที่หนักหน่วงของชายสองคนที่มีอำนาจล้นฟ้าในมือ
คาร์โลไม่หันไปมองตามสายตาของมัน มือหนาที่วางอยู่บนโต๊ะทำงานไม้โอ๊คชั้นดีกำแน่นจนเส้นเลือดปูดโปน เขาก้าวเข้าหามาร์คัสหนึ่งก้าว ความกดดันมหาศาลแผ่ซ่านออกมาจนอากาศรอบตัวดูเหมือนจะเบาบางลง พราวรวีรู้สึกได้ถึงแรงสั่นสะเทือนที่เต้นตุบอยู่ในอก เธอกลัว... ไม่ใช่กลัวตาย แต่กลัวว่าความขัดแย้งของชายสองคนนี้จะพรากทุกอย่างที่เธอเคยรู้จักไป
“อย่าเอาปากสกปรกของแกมาพูดถึงผู้หญิงของฉัน มาร์คัส” คาร์โลเอ่ยเสียงต่ำ มันเป็นเสียงที่ราบเรียบแต่แฝงไว้ด้วยรังสีอำมหิตที่พร้อมจะฉีกกระชากเป้าหมายให้เป็นชิ้นๆ “แกข้ามเส้นมาไกลเกินไปแล้ว”
“ผู้หญิง?” มาร์คัสหัวเราะหึในลำคอ เขาก้าวถอยหลังอย่างไม่สะทกสะท้าน “น่าขันสิ้นดี คนอย่างแกเนี่ยนะรู้จักคำว่าผู้หญิง... ฉันก็นึกว่าเธอเป็นแค่ ‘หลักประกัน’ ที่แกเอาไว้ใช้กดดันไอ้พวกหนี้สินที่จมไม่ลงเสียอีก พราวรวี... เธอคิดว่าตัวเองเป็นอะไรสำหรับเขาหรือ? เครื่องประดับบนเตียง หรือแค่หมากที่รอเวลาถูกทิ้งเมื่อหมดประโยชน์กันล่ะ?”
ประโยคนั้นเปรียบเสมือนมีดกรีดลงไปกลางใจของพราวรวี แม้เธอจะพยายามทำเป็นนิ่งเฉย แต่แววตาที่ไหวระริกของเธอก็ไม่อาจหลบพ้นสายตาของคาร์โลไปได้ เขาหันขวับมามองเธอเพียงเสี้ยววินาที ก่อนจะกลับไปจ้องมองศัตรูหัวใจด้วยแววตาดุดันกว่าเดิม
“ออกไป” คาร์โลสั่งเสียงกร้าว โดยไม่ละสายตาจากมาร์คัส
“ฉันจะไป... แต่ไม่ได้ไปมือเปล่า” มาร์คัสล้วงมือเข้าไปในกระเป๋าสูท หยิบซองเอกสารสีน้ำตาลออกมาวางลงบนโต๊ะ “ตรวจสอบดูให้ดีนะคาร์โล ว่าธุรกิจที่แกภูมิใจนักหนา มันยังเหลือความบริสุทธิ์อยู่แค่ไหน เมื่อคนในกำมือแก... กลายเป็นต้นเหตุของความวินาศครั้งใหญ่”
เมื่อร่างของมาร์คัสลับสายตาไปพร้อมกับเสียงฝีเท้าที่ก้องกังวาน ความเงียบงันที่น่าอึดอัดก็เข้าปกคลุมอีกครั้ง คาร์โลคว้าซองเอกสารขึ้นมาเปิดอ่านด้วยท่าทีดุดัน ดวงตาคมเข้มกราดมองตัวอักษรในนั้น ก่อนจะขยำมันทิ้งด้วยแรงอารมณ์ที่พุ่งสูงขึ้นถึงขีดสุด
“มันพูดอะไรกับเธอ!” เขาหันมาตะคอกถามพราวรวี ร่างสูงก้าวยาวๆ เข้ามาประชิดตัวหญิงสาว บีบคางมนของเธอให้เงยขึ้นรับสายตาที่เต็มไปด้วยเพลิงโทสะ “มันพูดอะไรให้เธอไขว้เขว บอกมา!”
“คุณคาร์โล... ปล่อยนะคะ... ฉันเจ็บ” พราวรวีพยายามดิ้นรน แต่เขากลับยิ่งกดน้ำหนักมือลงมามากขึ้น
“ฉันสั่งให้บอก!” เขาตวาดก้อง ร่างกายของเขาที่แนบชิดกับเธอสัมผัสได้ถึงแรงสั่นสะท้านจากร่างบาง ความโกรธแค้นเรื่องมาร์คัสผสมปนเปกับความปรารถนาที่เขามักจะใช้มันเป็นเครื่องมือในการควบคุมเธอเสมอ “หรือว่าคำพูดของมันทำให้เธอรู้สึกดี? เธอก็อยากให้มันมาช่วยงั้นสิ อยากให้มันพาเธอหนีไปจากคุกที่ชื่อว่าคฤหาสน์นี้!”
“ฉันไม่เคยคิดแบบนั้น!” พราวรวีตะโกนกลับ น้ำตาเริ่มเอ่อคลอ “ฉันแค่ไม่เข้าใจว่าทำไมคุณต้องดึงฉันเข้ามาอยู่ในสงครามของคุณ ทำไมต้องเป็นฉันที่ต้องรับความเกลียดชังของคนพวกนั้น... ฉันก็แค่คนนอกที่ถูกคุณกักขังไว้!”
คาร์โลชะงักไปครู่หนึ่ง แววตาของเขาวูบไหวแต่เพียงชั่วครู่ ก่อนจะถูกแทนที่ด้วยความเย็นชาที่มากกว่าเดิม เขาโน้มใบหน้าลงมาจนชิดริมฝีปากนุ่ม ลมหายใจอุ่นร้อนปะทะกันจนพราวรวีเผลอกลั้นหายใจ
“คนนอกงั้นหรือ...” คาร์โลกระซิบเสียงแหบพร่า “ในเมื่อเธอเป็นคนของฉัน ต่อให้ตายเธอก็ต้องตายในเขตอาณาของฉัน ไม่มีใครหน้าไหน... แม้แต่มาร์คัส... ที่จะพรากสิ่งที่ฉันตีตราจองไปได้”
เขาประกบริมฝีปากลงมาอย่างรุนแรง ไม่ใช่จูบที่อ่อนหวานหากแต่เป็นจูบที่แสดงความเป็นเจ้าของและตอกย้ำความผิดบาปที่เขามอบให้ เธอพยายามจะผลักไส แต่สัมผัสที่คุ้นเคยกลับทำให้ร่างกายของเธอมันทรยศ ความรู้สึกร้อนรุ่มแผ่ซ่านไปทั่วสรรพางค์กาย มันคือความขัดแย้งที่ก่อตัวขึ้นภายในใจของพราวรวี... ระหว่างความเกลียดชังที่เขาทำร้ายจิตใจ กับความปรารถนาที่เขามอบให้จนแทบละลาย
คาร์โลถอนจูบออกช้าๆ มองใบหน้าที่แดงระเรื่อและสายตาที่สับสนของเธอด้วยความพึงพอใจ ก่อนจะหมุนตัวเดินไปที่ลิ้นชักโต๊ะทำงาน หยิบปืนพกกระบอกสวยออกมาตรวจเช็คกระสุนอย่างใจเย็น
“เตรียมตัวให้พร้อม” เขาเอ่ยขึ้นโดยไม่หันมามอง “คืนนี้เราต้องไปงานเลี้ยงของตระกูลวาลองต์ และนั่นจะเป็นจุดเริ่มต้นที่ฉันจะทำลายทุกอย่างที่มาร์คัสมันครอบครอง... รวมถึงตัวของมันด้วย”
พราวรวียืนนิ่งอยู่กับที่ เธอรู้ดีว่าคำว่า ‘งานเลี้ยง’ ของคาร์โล ดันเต้ ไม่เคยมีคำว่าปลอดภัย แต่สิ่งที่ทำให้เธอกังวลยิ่งกว่าคือแผ่นกระดาษที่ถูกทิ้งไว้บนพื้นข้างโต๊ะทำงาน เธอแอบเหลือบมองมันขณะที่คาร์โลหันหลังให้ และสิ่งที่เห็นทำให้หัวใจของเธอแทบหยุดเต้น
มันไม่ใช่เอกสารทางธุรกิจ แต่มันเป็นรูปถ่ายใบหนึ่ง... รูปถ่ายของเธอขณะที่กำลังเดินอยู่หน้ามหาวิทยาลัยเมื่อสัปดาห์ก่อน โดยมีชายชุดดำสองคนเดินขนาบข้างในระยะที่ไม่น่าไว้วางใจ และมุมภาพที่ถูกถ่ายนั้น... มันถูกถ่ายมาจากระยะไกลด้วยเลนส์ซูมประสิทธิภาพสูงที่ซ่อนอยู่ในเงามืด
มาร์คัสไม่ได้แค่มาข่มขู่ แต่มันกำลังส่งข้อความว่า ‘เขาเห็นทุกอย่างที่เธอทำ’ และในมือของเขา... มีมากกว่าสิ่งที่คาร์โลคิดไว้หลายเท่าตัวนัก
ขอบคุณทุกท่านที่ติดตามและเป็นกำลังใจให้ภูริศร์เสมอมานะครับครับ
พันธะเถื่อนราคีมาเฟีย•ตอนที่ 9
ความขัดแย้งที่เริ่มก่อตัว
ผลงานโดย ภูริศร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ภูริศร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พันธะเถื่อนราคีมาเฟีย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!