กลิ่นดินปืนที่อบอวลอยู่ในอากาศนั้นรุนแรงจนพราวรวีรู้สึกแสบจมูก เสียงปืนที่ดังสนั่นเมื่อครู่ยังคงก้องสะท้อนอยู่ในโสตประสาทของเธอ หัวใจดวงน้อยเต้นเร่าจนแทบจะหลุดออกมาจากอก ความเงียบงันที่ตามมาหลังเสียงปืนนัดนั้นน่าหวาดหวั่นกว่าเสียงระเบิดเสียอีก เพราะมันคือเครื่องหมายของอันตรายที่คืบคลานเข้ามาถึงหน้าประตูคฤหาสน์
“อย่าขยับออกจากจุดนี้”
เสียงทุ้มต่ำและเย็นเยียบของคาร์โลดังขึ้นจากเงามืดด้านหลัง ก่อนที่ร่างสูงใหญ่ของเขาจะเดินผ่านหน้าเธอไปพร้อมกับอาวุธปืนในมือ เขาไม่ได้มองเธอด้วยสายตาจาบจ้วงเหมือนทุกครั้ง แต่มันคือสายตาที่เต็มไปด้วยความระแวดระวังและ... ความเจ็บปวดที่เขาพยายามซ่อนไว้ภายใต้หน้ากากมาเฟียจอมเผด็จการ
พราวรวีไม่ได้ทำตามคำสั่งนั้น ร่างเล็กก้าวตามเขาออกไปสู่ระเบียงชั้นบน เธอเห็นเพียงแผ่นหลังกว้างของคาร์โลที่ยืนตระหง่านอยู่ท่ามกลางความมืดมิดของสวนด้านล่าง แสงไฟจากคฤหาสน์สาดส่องให้เห็นเงาร่างของชายฉกรรจ์กลุ่มหนึ่งที่กำลังบุกรุกเข้ามา นั่นคือลูกน้องของมาร์คัส
“มึงกล้าดีนักนะที่เหยียบเข้ามาในเขตของกู” คาร์โลคำราม เสียงของเขาต่ำลึกจนดูน่าเกรงขาม
“กูไม่ได้มาเพื่อคุย คาร์โล! กูมาเพื่อเอาสิ่งที่มึงหวงแหนที่สุดไป!” เสียงของมาร์คัสตะโกนโต้กลับมาพร้อมกับเสียงกระสุนที่เจาะเข้าที่เสาระเบียงข้างตัวคาร์โลพอดี
พราวรวีหลบวูบลงหลังกำแพง มือของเธอสั่นสะท้าน เธอไม่เคยอยู่ในสถานการณ์ที่ความเป็นตายแขวนอยู่บนเส้นด้ายเช่นนี้มาก่อน แต่น่าแปลกที่ในใจของเธอไม่ได้นึกถึงเพียงแค่ความปลอดภัยของตัวเอง ภาพใบหน้าของคาร์โลในจังหวะที่เขากำลังสู้รบ ทำให้เธอสัมผัสได้ถึง 'รอยร้าว' ในตัวตนของเขา ชายที่ดูดุดันและไร้หัวใจคนนี้ กำลังแบกรับภาระอะไรไว้มากมายเพียงใดกัน
เมื่อเสียงปะทะเริ่มเบาบางลง พราวรวีตัดสินใจวิ่งลงไปยังห้องใต้ดินที่เธอเคยแอบเห็นคาร์โลเข้าไปเก็บตัวเงียบๆ อยู่บ่อยครั้ง เธอรู้ดีว่าที่นั่นคือที่เก็บความลับทั้งหมดของเขา เธอไม่ได้ต้องการหาหลักฐานเอาผิดเขา แต่เธอต้องการรู้จัก 'ตัวตน' ของเขาจริงๆ
ในห้องทำงานใต้ดินที่ไร้แสงไฟ มีเพียงแสงจันทร์ที่ลอดผ่านช่องหน้าต่างเล็กๆ บนเพดาน เธอเห็นกรอบรูปใบหนึ่งคว่ำอยู่บนโต๊ะทำงานไม้โอ๊คพราวรวีเอื้อมมือไปหยิบมันขึ้นมา รูปถ่ายหญิงสาวหน้าตาสะสวยในชุดสีขาวกำลังยิ้มกว้าง ในขณะที่คาร์โลในวัยหนุ่มยืนโอบกอดเธอด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความรัก... สายตาที่เธอไม่เคยเห็นเขาแสดงออกมาให้ใครเห็น
“มันคือน้องสาวของฉัน”
เสียงแหบพร่าดังขึ้นจากประตูห้องที่แง้มอยู่ คาร์โลพิงกรอบประตูอยู่ตรงนั้น เสื้อเชิ้ตสีขาวของเขาเปรอะเปื้อนคราบเลือดและเขม่าดินปืน แววตาของเขาไม่ได้มีความโกรธเกรี้ยวอย่างที่เธอคาดไว้ แต่มันกลับว่างเปล่าจนน่าใจหาย
“พวกมันฆ่าเธอ... ในวันที่ฉันตัดสินใจก้าวเข้าสู่โลกมืดนี้ เพียงเพราะฉันต้องการปกป้องเธอ แต่มันกลับกลายเป็นว่าฉันคือคนที่พรากชีวิตเธอไป”
คำพูดนั้นของเขาเปรียบเสมือนเข็มเล่มเล็กๆ ที่แทงทะลุเข้าไปในหัวใจของพราวรวี ความเจ็บปวดที่เขาสั่งสมมาตลอดหลายปี ไม่ใช่เพราะเขาโหดร้ายโดยสันดาน แต่เขาใช้ความดิบเถื่อนเป็นเกราะป้องกันไม่ให้ใครเข้าใกล้สิ่งที่เขารักอีก
พราวรวีเดินเข้าไปหาเขาอย่างช้าๆ ก่อนจะวางมือลงบนแผ่นอกกว้างที่กำลังกระเพื่อมขึ้นลงตามจังหวะลมหายใจที่หนักหน่วง เธอไม่ได้พูดอะไร เพียงแต่ส่งผ่านความอบอุ่นผ่านฝ่ามือไปให้เขา คาร์โลชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะคว้าข้อมือเธอไว้แน่น แรงบีบนั้นไม่ได้แสดงถึงการคุกคาม แต่เป็นการเรียกร้องหาที่ยึดเหนี่ยว
“อย่าทำเหมือนว่าเธอสงสารฉัน พราวรวี... เพราะความสงสารมันจะทำให้ฉันทำลายเธอให้ราบคาบ”
“ฉันไม่ได้สงสาร” เธอตอบกลับด้วยเสียงที่มั่นคงที่สุดเท่าที่จะทำได้ สายตาของเธอจ้องลึกเข้าไปในดวงตาสีน้ำตาลเข้มของเขา “ฉันแค่กำลังเห็นคุณ... ในแบบที่คุณไม่เคยยอมให้ใครเห็น”
คาร์โลโน้มใบหน้าลงมาจนหน้าผากของเขาสัมผัสกับหน้าผากของเธอ ลมหายใจอุ่นร้อนของทั้งคู่ผสานกัน ท่ามกลางความตึงเครียดของสถานการณ์ภายนอก ในวินาทีนี้ โลกทั้งใบของเขากลับเหลือเพียงแค่เธอ
“ถ้าเธอเห็นแล้ว... เธอก็ไม่มีวันถอยหลังกลับไปได้อีกแล้วนะ” เขาพึมพำ ก่อนจะประทับจูบที่ร้อนแรงและเต็มไปด้วยความโหยหาลงมาบนริมฝีปากของเธอ มันไม่ใช่การจูบเพื่อควบคุม แต่เป็นการยอมจำนนต่อแรงปรารถนาที่ซ่อนลึกอยู่ในก้นบึ้งของหัวใจ
ทว่า... ในจังหวะที่อารมณ์ของทั้งคู่กำลังถลำลึก เสียงฝีเท้าหนักๆ พร้อมกับเสียงโลหะกระทบกันก็ดังขึ้นจากโถงทางเดินชั้นบน คาร์โลผละออกจากเธอทันที ดวงตาของเขาเปลี่ยนเป็นคมกริบดุจสัตว์ร้าย
“มาร์คัสไม่ได้มาคนเดียว” เขาพึมพังพลางคว้าปืนกระบอกสำรองข้างโต๊ะ “มันพาคนของมันเข้ามาได้ถึงในบ้าน... มีไส้ศึก”
พราวรวีหน้าซีดเผือดเมื่อเห็นคาร์โลเดินไปเปิดลิ้นชักลับแล้วหยิบเอกสารบางอย่างออกมาโยนให้เธอ มันคือเอกสารการโอนกรรมสิทธิ์คฤหาสน์และทรัพย์สินทั้งหมดในชื่อของเธอ!
“หนีไปทางประตูลับข้างหลังคฤหาสน์ ถ้าฉันไม่รอด... ทุกอย่างที่เป็นของฉันจะเป็นของเธอ!”
ยังไม่ทันที่พราวรวีจะได้โต้ตอบ ประตูห้องใต้ดินก็ถูกถีบพังเข้ามาพร้อมกับร่างของมาร์คัสที่เดินถือปืนจ่อมาที่พวกเขาทั้งคู่ แต่สิ่งที่ทำให้พราวรวีถึงกับหยุดหายใจ คือบุคคลที่เดินตามหลังมาร์คัสเข้ามา... คนที่เธอไว้ใจที่สุดในคฤหาสน์หลังนี้กำลังยิ้มอย่างเยือกเย็นพร้อมกับกระบอกปืนที่จ่อตรงมาที่แผ่นหลังของคาร์โล
ขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาถึงตอนสำคัญนี้กับผมนะครับ
พันธะเถื่อนราคีมาเฟีย•ตอนที่ 12
รอยแยกที่เริ่มประสาน
ผลงานโดย ภูริศร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ภูริศร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พันธะเถื่อนราคีมาเฟีย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!