“ถ้าแกขยับปลายนิ้วพลาดแม้แต่นิดเดียว... ฉันจะตัดมือแกทิ้งเสียตั้งแต่วินาทีนี้ มาร์คัส”
เสียงทุ้มต่ำที่เต็มไปด้วยรังสีอำมหิตดังขึ้นท่ามกลางความมืดมิดของห้องทำงานส่วนตัว แสงไฟสลัวจากปลายมวนซิการ์ในมือของมาร์คัสวูบไหวตามแรงขยับ เขาไม่ได้หันไปมองลูกน้องที่กำลังประกอบชิ้นส่วนอาวุธสงครามบนโต๊ะไม้โอ๊กตัวเขื่อง แววตาของเขามีเพียงความกระหายที่ถูกซ่อนไว้ภายใต้ความนิ่งสงบ
“คาร์โลมันประมาทครับนาย มันมัวแต่หลงระเริงอยู่กับผู้หญิงคนนั้น... ‘พราวรวี’” ลูกน้องคนสนิทเอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงสั่นพร่าขณะบรรจุกระสุนเข้าแม็กกาซีน
มาร์คัสแค่นหัวเราะในลำคอ เสียงนั้นแหบแห้งและเย็นเยียบราวกับงูพิษที่เตรียมฉกกัด “ความรักมันคือจุดอ่อนที่งี่เง่าที่สุดของมาเฟีย... โดยเฉพาะผู้หญิงที่ชื่อพราวรวี เธอไม่ใช่แค่ของเล่น แต่มันคือตราประทับแห่งความอัปยศที่ฉันจะกระชากออกจากอกคาร์โลด้วยมือของฉันเอง คืนนี้เตรียมกำลังพลให้พร้อม เราจะบุกถล่มคฤหาสน์ดันเต้ให้ราบเป็นหน้ากลอง”
ในขณะเดียวกัน ณ คฤหาสน์ดันเต้ บรรยากาศภายในห้องนอนหรูหรากลับเต็มไปด้วยความกดดันที่มองไม่เห็น พราวรวีนั่งตัวแข็งทื่ออยู่บนเตียงขนาดคิงไซส์ ดวงตาคู่สวยจ้องมองแผ่นหลังกว้างของคาร์โลที่ยืนหันหลังให้เธออยู่ริมหน้าต่างบานสูง เขานิ่งเงียบมานานหลายนาทีตั้งแต่อารมณ์ดิบเถื่อนเมื่อครู่จางหายไป เหลือทิ้งไว้เพียงความเย็นชาที่กัดกินหัวใจ
“คุณจะทำอย่างไรต่อไปคะ...” เธอถามออกไป เสียงนั้นสั่นพร่าและแห้งผาก
คาร์โลหมุนตัวกลับมา สายตาของเขาไม่ได้มีความเร่าร้อนหลงเหลืออยู่อีกแล้ว มันแปรเปลี่ยนเป็นความว่างเปล่าที่น่ากลัวพอๆ กับพายุที่กำลังก่อตัว เขาก้าวเข้าหาเธออย่างเชื่องช้า แต่ละย่างก้าวที่เขาเหยียบลงบนพื้นพรมราวกับเสียงนับถอยหลังของระเบิดเวลา
เขาโน้มตัวลงมา กักขังเธอไว้ในวงแขนที่แข็งแกร่ง กลิ่นหอมจางๆ ของโคโลญจน์ผสมกับกลิ่นบุหรี่จางๆ ของเขาโอบล้อมเธอไว้จนแทบหายใจไม่ออก คาร์โลใช้นิ้วเรียวยาวเชยคางเธอขึ้นให้สบตากัน
“คำถามที่เธอควรจะถามไม่ใช่ฉันจะทำอย่างไร” เขาเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย ทว่าแฝงไว้ด้วยความเผด็จการ “แต่เป็น... เธอจะรอดพ้นจากนรกที่จะเกิดขึ้นในคืนนี้อย่างไรต่างหาก พราวรวี”
“คุณหมายความว่ายังไงคะ? หรือว่ามาร์คัสเขากำลังจะ...”
“ใช่” เขาตัดบท ดวงตาของเขาฉายแววคมกล้าเหมือนสัตว์ร้ายที่กำลังจะออกล่า “ไอ้สวะนั่นกำลังจะมาที่นี่ และฉันจะเปิดประตูต้อนรับมันด้วยความตาย”
มือหนาของคาร์โลไล้ไปตามลำคอระหงของเธอ สัมผัสนั้นไม่ได้นุ่มนวล แต่มันคือการประกาศความเป็นเจ้าของอย่างเด็ดขาด พราวรวีสัมผัสได้ถึงความสั่นสะเทือนในอกของเขา เธอรู้ดีว่าภายใต้ความใจเย็นนี้ คือเพลิงโทสะที่พร้อมจะเผาผลาญทุกอย่างให้เป็นจุณ เธอไม่อาจปฏิเสธความรู้สึกที่ซับซ้อนภายในใจได้เลย ทั้งความหวาดกลัวต่อพายุที่กำลังมาถึง และความผูกพันที่เปราะบางเกินกว่าจะตัดขาด
“ถ้าฉันตาย... คุณจะเสียใจไหม?” เธอถามคำถามที่โง่เขลาที่สุดออกไปในวินาทีแห่งความเป็นความตาย
คาร์โลนิ่งงันไปครู่หนึ่ง เขาสบตากับเธอ ลึกเข้าไปในแววตาที่ว่างเปล่าคู่นั้นดูเหมือนจะมีร่องรอยของความลังเลพาดผ่าน แต่เขาก็เลือกที่จะปิดบังมันไว้ด้วยการกดจูบหนักหน่วงลงบนริมฝีปากของเธอ มันไม่ใช่จูบที่นุ่มนวลหรือแสดงความรัก แต่มันคือจูบที่กักตวงและยึดครอง รสชาติของมันกรุ่นไปด้วยความดุดันราวกับต้องการจะประทับรอยไว้บนตัวเธอให้ลึกที่สุด
“ในโลกของฉัน ไม่มีคำว่าเสียใจสำหรับของที่ฉันเป็นเจ้าของ” เขาถอนจูบออกช้าๆ ลมหายใจอุ่นร้อนปะทะกัน “ถ้าคืนนี้ฉันต้องเสียเธอไป... ฉันจะเผาทั้งเมืองนี้ทิ้งตามเธอไปเอง”
คำพูดนั้นช่างดิบเถื่อนและเผด็จการจนพราวรวีพูดไม่ออก เธอได้แต่หลับตาลงรับสัมผัสจากเขา ในขณะที่เสียงระเบิดดังสนั่นขึ้นจากทิศทางของประตูทางเข้าคฤหาสน์ แรงสั่นสะเทือนทำเอาแจกันคริสตัลบนโต๊ะข้างเตียงร่วงลงพื้นแตกกระจาย
คาร์โลผละออกจากเธอทันที แววตาที่ว่างเปล่าเมื่อครู่เปลี่ยนเป็นแววตาของนักรบผู้กระหายเลือด เขาดึงปืนพกกระบอกสีดำทมิฬออกมาจากใต้หมอนแล้วกระชากสไลด์ขึ้นลำทันที
“อยู่ที่นี่... อย่าออกไปไหนจนกว่าฉันจะกลับมา” เขาออกคำสั่งด้วยน้ำเสียงเฉียบขาดก่อนจะหันหลังเดินไปที่ประตู
“คาร์โล!” พราวรวีร้องเรียกเขาไว้ด้วยเสียงที่สั่นเครือ
เขาหยุดเดินแต่ไม่ได้หันกลับมา “ลืมเรื่องของเราไปให้หมดคืนนี้ ถ้าฉันไม่รอด... จงใช้โอกาสนั้นหนีไปให้ไกลที่สุด”
ทันใดนั้น เสียงฝีเท้าหนักๆ ของคนหลายสิบคนก็ดังกระหึ่มขึ้นหน้าห้องนอน ประตูห้องที่ปิดสนิทถูกถีบพังเข้ามาพร้อมกับกลุ่มชายฉกรรจ์ในชุดดำที่พุ่งตัวเข้ามาหมายจะสังหารคาร์โล แต่ทว่าสิ่งที่พวกเขาพบกลับไม่ใช่คาร์โลที่ยืนนิ่งรอรับความตาย แต่เป็นร่างของชายหนุ่มที่หัวเราะร่าด้วยความบ้าคลั่งพร้อมกับกดรีโมทคอนโทรลในมือ
“ยินดีต้อนรับสู่กับดักของฉัน... มาร์คัส” คาร์โลแสยะยิ้มที่ทำให้หัวใจของคนมองหล่นไปอยู่ที่ตาตุ่ม
พื้นห้องทั้งชั้นเริ่มสั่นสะเทือนอย่างรุนแรงเมื่อระเบิดที่ติดตั้งไว้ใต้คฤหาสน์เริ่มทำงานทีละจุด และเสียงปืนกลที่ดังระงมขึ้นก็ทำให้พราวรวีรู้ทันทีว่า ไม่มีใครที่นี่ที่จะเดินออกไปได้โดยไม่มีแผล... หรือแม้แต่ชีวิต
ขอบคุณที่ติดตามอ่านและร่วมเดินทางไปกับความรักที่เปี่ยมไปด้วยพันธะแห่งเลือดและไฟในบทนี้ครับ
ภูริศร์
พันธะเถื่อนราคีมาเฟีย•ตอนที่ 24
พายุที่กำลังมาถึง
ผลงานโดย ภูริศร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ภูริศร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พันธะเถื่อนราคีมาเฟีย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!