"มึงคิดว่าชีวิตผู้หญิงคนเดียวจะมีค่าพอให้กูต้องแลกด้วยตระกูลดันเต้งั้นหรือ มาร์คัส?"
เสียงทุ้มต่ำของคาร์โล ดันเต้ ดังสะท้อนผ่านลำโพงโทรศัพท์ดาวเทียม บรรยากาศภายในห้องทำงานส่วนตัวของเขามืดสลัว มีเพียงแสงไฟจากซิการ์ที่วูบไหวราวกับลมหายใจที่ใกล้ดับสูญ มือหนากำโทรศัพท์แน่นจนเส้นเลือดปูดโปน ผิวหนังบริเวณสันกรามขบเข้าหากันจนขึ้นสันนูนด้วยความอดกลั้นอย่างที่สุด
ปลายสายไม่ได้ตอบคำถามนั้นทันที แต่มันกลับหัวเราะร่าด้วยความสะใจ เสียงที่เล็ดลอดออกมานั้นเต็มไปด้วยความโอหัง "งั้นเหรอ? แต่เสียงกรีดร้องของนางในตอนนี้... มันกลับฟังดูไพเราะกว่าดนตรีคลาสสิกที่มึงชอบฟังเป็นไหนๆ นะ คาร์โล"
สิ้นประโยคนั้น เสียงแผดร้องโหยหวนของพราวรวีก็ดังแทรกเข้ามาในสาย มันไม่ได้เป็นเพียงเสียงรบกวน แต่มันเหมือนคมมีดที่กรีดลึกลงไปในหัวใจของคาร์โลโดยตรง
ณ สถานที่กักขังที่ไร้แสงตะวัน พราวรวีถูกพันธนาการไว้กับเก้าอี้เหล็กสนิมเขรอะ ร่างกายที่เคยอ่อนนุ่มและหอมละมุนด้วยกลิ่นกายเฉพาะตัว บัดนี้เต็มไปด้วยรอยช้ำสีม่วงคล้ำจากการถูกกระชากและบีบคั้นจากมือหยาบกร้านของลูกน้องมาร์คัส ใบหน้าที่เคยงดงามซูบซีดลงดวงตาพร่ามัวจากการขาดน้ำและแรงกดดันทางจิตใจ
"อย่า... ได้โปรด" พราวรวีพึมพำผ่านริมฝีปากที่แตกแห้ง ร่างกายของเธอสั่นสะท้านเมื่อมาร์คัสก้าวเข้ามาใกล้ เขาเชยคางมนขึ้นด้วยนิ้วที่สวมแหวนทองคำหัวเหลี่ยมคมกริบ กรีดผ่านผิวแก้มจนเกิดรอยแผลบางๆ เลือดสีแดงสดซึมออกมาเป็นทางยาว
"จำไว้ให้ดี พราวรวี" มาร์คัสกระซิบชิดใบหูของหญิงสาว กลิ่นบุหรี่ราคาถูกของเขาทำให้เธอสะอิดสะเอียนจนอยากจะอาเจียน "ผู้ชายอย่างคาร์โล ดันเต้ ไม่เคยมีหัวใจ สิ่งที่มึงกำลังแบกรับอยู่ตอนนี้ มันไม่มีค่าอะไรในสายตามันเลยสักนิด"
"คุณ... คุณไม่เข้าใจหรอก" พราวรวีแค่นยิ้มทั้งน้ำตา แม้ความเจ็บปวดจะแผ่ซ่านไปทั่วสรรพางค์กาย แต่ในแววตาของเธอยังคงมีความดื้อรั้นที่คาร์โลเคยหลงใหลซ่อนอยู่ "เขาร้ายกาจกว่าที่คุณคิด... และถ้าเขาตัดสินใจจะทำลายคุณ ต่อให้คุณมีฉันเป็นตัวประกัน เขาก็จะเหยียบย่ำคุณจนไม่เหลือแม้แต่เถ้าถ่าน"
มาร์คัสเดือดดาลจนตบหน้าเธออย่างแรงจนหน้าหัน เสียงฝ่ามือปะทะผิวหนังดังสนั่นไปทั่วห้องมืด พราวรวีคอพับไปตามแรงเหวี่ยง รสเค็มปร่าของเลือดไหลกลบปาก แต่เธอไม่ยอมส่งเสียงร้องออกมาอีก เธอรู้ดีว่าทุกเสียงของเธอคืออาวุธที่มาร์คัสใช้ทิ่มแทงหัวใจของคาร์โล
ในขณะเดียวกัน ทางฝั่งคาร์โล เขากำลังเดินวนไปมารอบโต๊ะทำงานราวกับเสือที่ติดบ่วง กองเอกสารและข้าวของบนโต๊ะถูกปัดตกลงพื้นจนแตกกระจาย ความเผด็จการที่เคยเป็นเกราะป้องกันเขากำลังถูกกัดกร่อนด้วยความกังวลที่เขาไม่เคยรู้จักมาก่อน
"เจ้านายครับ เราพบตำแหน่งของมันแล้ว เป็นโกดังเก่าที่เขตท่าเรือตะวันออก แต่พวกมันวางกับระเบิดไว้รอบบริเวณ หากเราบุกเข้าไปโดยไม่มีแผนที่รัดกุม..." ลูกน้องคนสนิทรายงานด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ
คาร์โลหยุดกะทันหัน แววตาของเขาเปลี่ยนเป็นสีดำสนิท ไร้ซึ่งความปรานี "ฉันไม่ได้ต้องการให้พวกมันเหลือรอดไปหายใจต่อในวันพรุ่งนี้ เข้าไปทางอุโมงค์ใต้ดิน เตรียมระเบิดทำลายระบบไฟฟ้าทั้งหมดภายในสามนาที ถ้าพราวรวีเป็นอะไรไปแม้แต่เส้นผมเดียว... พวกมึงทุกคนรวมถึงมาร์คัส จะต้องชดใช้ด้วยชีวิตที่ทรมานที่สุด"
เขาคว้าเสื้อโค้ทตัวยาวมาสวม พลางหยิบปืนพกคู่ใจขึ้นมาบรรจุกระสุนจนเต็มแม็กกาซีน ความเยือกเย็นที่เคยมีบัดนี้ถูกแทนที่ด้วยเพลิงแค้นที่พร้อมจะแผดเผาทุกอย่าง
ห่างออกไปไม่กี่กิโลเมตร ภายในห้องขังแคบๆ มาร์คัสเริ่มหมดความอดทน เขาชักปืนออกมาจ่อที่ขมับของพราวรวี "ในเมื่อมันนิ่งเฉยนัก งั้นกูจะส่งศพที่สวยงามที่สุดไปให้มันดูแทนคำตอบก็แล้วกัน"
พราวรวีหลับตาลงนิ่ง เธอนึกถึงอ้อมกอดของคาร์โล กลิ่นกายของเขายังคงติดอยู่ในห้วงความทรงจำ แม้เขาจะเป็นผู้ชายที่ร้ายกาจและใจดำ แต่สำหรับเธอ... เขาคือคนเดียวที่สอนให้เธอรู้จักคำว่า 'เป็นของใครบางคน' อย่างแท้จริง
ทว่าในจังหวะที่นิ้วของมาร์คัสกำลังจะเหนี่ยวไก เสียงระเบิดตูมสนั่นก็ดังขึ้นจากกำแพงด้านหลัง แรงอัดของมันทำให้ทั้งห้องสั่นสะเทือน เศษปูนกระเด็นไปทั่วบริเวณ ไฟฟ้าทุกดวงดับวูบลงเหลือเพียงความมืดมิดที่เข้าปกคลุมอย่างรวดเร็ว
ท่ามกลางเสียงปืนที่สาดกระสุนใส่กันอย่างบ้าคลั่ง ประตูเหล็กบานหนาพังครืนลงมา ร่างสูงใหญ่ในชุดสีดำสนิทก้าวเข้ามาท่ามกลางฝุ่นควัน คาร์โล ดันเต้ ยืนตระหง่านอยู่ตรงนั้น สายตาคมกริบของเขาไม่ได้มองไปที่เหล่าศัตรูที่กำลังล้มตายลง แต่มันกลับจับจ้องไปที่ร่างเล็กที่ถูกมัดอยู่กับเก้าอี้ด้วยความรู้สึกที่เขาก็ยากจะอธิบาย
เขาก้าวเข้าไปใกล้พราวรวีที่กำลังหอบหายใจรวยริน มือหนาเอื้อมไปแตะที่แก้มของเธออย่างแผ่วเบา ต่างจากความดิบเถื่อนที่เขาเคยปฏิบัติกับเธอมาตลอดชีวิต "พราวรวี... มองฉัน"
หญิงสาวค่อยๆ ลืมตาขึ้น แสงจากไฟฉายของลูกน้องคาร์โลสาดกระทบใบหน้าของชายหนุ่มที่เธอกำลังโหยหา แต่แล้วเธอกลับต้องเบิกตากว้างเมื่อเห็นเงาดำทะมึนที่พุ่งมาจากมุมมืดด้านหลังคาร์โล พร้อมกับมีดพกเล่มยาวที่หมายจะปักลงบนแผ่นหลังของเขา
"คาร์โล! ระวัง!"
กระสุนนัดหนึ่งดังขึ้นตามมา แต่มันไม่ได้เจาะเข้าที่หัวใจของใครบางคน... เลือดสีแดงฉานสาดกระเซ็นเปรอะเปื้อนใบหน้าของคาร์โลขณะที่ร่างของใครคนหนึ่งทรุดลงไปต่อหน้าต่อตาเขา ท่ามกลางเสียงหวีดร้องของพราวรวีที่ดังก้องไปทั่วความเงียบที่จู่ๆ ก็เกิดขึ้นในชั่วพริบตา
รอยแผลที่เธอได้รับวันนี้อาจจะรักษาหายได้ แต่รอยแผลในใจที่กำลังจะเกิดขึ้นหลังจากวินาทีนี้ไป... มันจะไม่มีวันเลือนหายไปจากชีวิตของพวกเขาอีกเลย
ขอบพระคุณทุกท่านที่ยังคงติดตามและร่วมเป็นพยานในโศกนาฏกรรมแห่งความรักครั้งนี้ไปพร้อมกับผมนะครับ ภูริศร์
พันธะเถื่อนราคีมาเฟีย•ตอนที่ 29
รอยแผลที่ไม่มีวันหาย
ผลงานโดย ภูริศร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ภูริศร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พันธะเถื่อนราคีมาเฟีย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!