“หันมามองผม... พราวรวี”
เสียงทุ้มต่ำสั่นพร่าด้วยแรงโทสะที่พยายามสะกดกลั้นดังขึ้นข้างใบหู คาร์โลไม่ได้ตวาด แต่น้ำเสียงนั้นกลับน่าเกรงขามยิ่งกว่าเสียงคำรามใดๆ มือแกร่งที่เต็มไปด้วยเส้นเลือดปูดโปนจากการกำหมัดแน่นเมื่อครู่ บัดนี้เปลี่ยนมาเชยคางมนของหญิงสาวให้แหงนขึ้นบังคับให้เธอสบตากับดวงตาสีเทาเข้มที่กำลังลุกโชนไปด้วยไฟแค้น
พราวรวียังคงสั่นสะท้าน ภาพร่างที่ไร้วิญญาณของคนงานเคราะห์ร้ายยังคงติดตาเธอไม่หาย กลิ่นคาวเลือดจางๆ ที่ลอยมากับลมกลางค่ำคืนยังคงปะทะจมูกจนเธออยากจะอาเจียน แต่ทว่าแรงบีบที่คางนั้นดึงสติเธอให้กลับมาเผชิญหน้ากับ ‘ปีศาจ’ ตรงหน้า
“คุณ... คุณทำอะไรกับเขา” เธอถามเสียงสั่น ร่างกายซูบผอมสั่นเทาอยู่ภายใต้อ้อมแขนกำยำของชายหนุ่ม
“ไม่ใช่ผม” คาร์โลกระตุกยิ้มที่มุมปาก เป็นยิ้มที่ไม่มีความอบอุ่นเจือปน มีเพียงความอำมหิตที่พร้อมจะฉีกกระชากทุกอย่างที่ขวางหน้า “มันคือมาร์คัส มันต้องการเตือนผม และมันกำลังบอกผมว่า... ต่อไปนี้ผมต้องเก็บ ‘สมบัติ’ ของผมให้ดีกว่านี้”
เขาดันร่างบางให้ถอยหลังจนแผ่นหลังชิดกับบานประตูไม้โอ๊คหนาหนักของคฤหาสน์ ก่อนจะกักขังเธอไว้ด้วยลำแขนแกร่งทั้งสองข้าง พราวรวีรับรู้ได้ถึงรัศมีของอันตรายที่แผ่ออกมาจากตัวเขา มันไม่ใช่ความกลัวในแบบที่เธอมีต่อศัตรู แต่เป็นความกลัวที่มาพร้อมกับความวาบหวามอันน่ารังเกียจที่เธอยังคงพ่ายแพ้ให้มันเสมอมา
“สมบัติ... ของคุณเหรอคะ?” เธอแค่นหัวเราะทั้งน้ำตา “ฉันเป็นคนนะคาร์โล ไม่ใช่ตุ๊กตาที่คุณจะเอาไว้โชว์หรือเอาไว้ป้องกันตัว!”
“งั้นก็พิสูจน์ให้ผมเห็นสิว่าคุณเป็นคน...” เขาโน้มใบหน้าลงมาจนชิด ปลายจมูกโด่งคลอเคลียที่แก้มเนียน ลมหายใจอุ่นร้อนหอมกลิ่นยาสูบจางๆ ปะทะเข้ากับผิวหน้าจนเธอรู้สึกเหมือนจะละลาย “พิสูจน์ให้เห็นว่าภายใต้ความกลัวนี้ คุณยังมีความต้องการที่จะเป็นของผมเพียงคนเดียว”
คาร์โลไม่รอคำตอบ เขาบดจูบลงมาอย่างรุนแรงและป่าเถื่อน มันไม่ใช่การจูบเพื่อปลอบประโลม แต่มันคือการประกาศความเป็นเจ้าของอย่างเบ็ดเสร็จ ลิ้นหนาแทรกซึมเข้าตักตวงความหวานล้ำภายในโพรงปากเล็กอย่างหิวกระหาย ราวกับจะลบเลือนร่องรอยความหวาดกลัวที่ศัตรูทิ้งไว้ให้หมดสิ้น พราวรวีพยายามดิ้นรน แต่กลับถูกมือนิ่งของเขารวบข้อมือทั้งสองข้างไปกดไว้เหนือศีรษะ
สัมผัสจากฝ่ามือหยาบกร้านที่ลากผ่านผิวเนื้อตามแนวลำคอลงมายังเนินอก ทำให้พราวรวีสะดุ้งเฮือก เธอรู้สึกได้ถึงความร้อนแรงที่เขาส่งผ่านเข้ามา ยิ่งเขารุกเร้ามากเท่าไหร่ จิตใต้สำนึกของเธอก็ยิ่งประท้วง แต่ร่างกายกลับทรยศด้วยการแอ่นอกรับสัมผัสนั้นอย่างยินยอม
“คุณมันบ้า... คาร์โล... ฮึก... หยุดนะ”
“ผมหยุดไม่ได้แล้วพราว” เขาผละริมฝีปากออกมาเพียงนิด สายตาคมกริบจ้องลึกเข้าไปในดวงตาที่ฉ่ำวาวของเธอ “คืนนี้ผมจะประทับตราไว้ทุกตารางนิ้วบนตัวคุณ... ไม่ใช่ด้วยจดหมายเลือดอย่างที่มันทำ แต่ด้วยตัวผม... ด้วยเลือดเนื้อและชีวิตของผมที่มอบให้คุณเพียงผู้เดียว”
คาร์โลช้อนร่างบางขึ้นมาในอ้อมแขนอย่างง่ายดาย ก่อนจะก้าวเดินไปตามทางเดินที่ทอดยาวไปยังห้องนอนใหญ่ของเขา ทุกจังหวะก้าวของเขาเปี่ยมไปด้วยพลังและอำนาจ เขาไม่ได้สนใจเสียงสะอื้นไห้ของเธอเลยแม้แต่น้อย ในสมองของเขามีเพียงภาพของมาร์คัสที่คิดจะอาจหาญมาแตะต้องในสิ่งที่เขารักและหวงแหนที่สุด
ภายในห้องนอนที่มืดมิด มีเพียงแสงจันทร์ที่ลอดผ่านผ้าม่านเข้ามาเพียงเล็กน้อย คาร์โลวางร่างบางลงบนเตียงกว้างอย่างไม่เบามือนัก เขาทาบทับลงมาทันที ความเป็นชายที่แข็งขืนผ่านกางเกงสแล็คราคาแพงกดทับลงบนหน้าท้องแบนราบของหญิงสาว ทำให้เธอรับรู้ได้ถึงความปรารถนาที่พุ่งพล่านของเขา
“มองผม...” เขาออกคำสั่ง “จำไว้ว่าใครที่เป็นคนปกป้องคุณ และใครที่กำลังจะทำให้คุณรู้ซึ้งถึงความหมายของการเป็นเมียมาเฟีย”
นิ้วยาวของเขาเกี่ยวสายเสื้อนอนตัวบางให้หลุดรุ่ยออก เผยให้เห็นผิวขาวเนียนที่ดูเปราะบางเหมือนแก้วเจียระไน คาร์โลจัดการกับอาภรณ์ของตัวเองอย่างรวดเร็ว ความดิบเถื่อนที่เขามีถูกปลดปล่อยออกมาผ่านสัมผัสที่เร่าร้อนและรุนแรงในคราวเดียวกัน เขากดจูบไปทั่วลำคอระหง กัดเม้มเบาๆ จนขึ้นรอยแดงก่ำราวกับจะฝังรอยเขี้ยวประทับตราจองไว้ให้คนทั้งโลกได้รับรู้
พราวรวีครางกระเส่า มือที่เคยพยายามผลักไสเปลี่ยนมาขยุ้มเส้นผมหนาของเขาแน่น เธอไม่รู้ว่าทำไมหัวใจของเธอถึงได้เต้นแรงขนาดนี้ ท่ามกลางความหวาดกลัวต่อศัตรูภายนอก เธอกลับถูกเผาไหม้อยู่ในกองเพลิงที่ชายหนุ่มจุดขึ้นภายในห้องนี้ ความสับสนตีรวนอยู่ในอก แต่มันกลับถูกกลบด้วยความซ่านสยิวที่เขาปรนเปรอให้ไม่หยุดหย่อน
“คุณเป็นของผม... พราวรวี... ได้ยินไหม...”
เขากระซิบเสียงแหบพร่าในขณะที่เขาสอดแทรกตัวตนเข้าไปในความอ่อนนุ่มของเธอด้วยจังหวะที่เนิบนาบแต่ทว่าหนักแน่น ความเจ็บปวดแปลบปลาบในคราแรกถูกแทนที่ด้วยความวาบหวามที่ถาโถมเข้ามาดั่งคลื่นยักษ์ คาร์โลเร่งจังหวะขึ้นตามแรงอารมณ์ดิบเถื่อนที่พุ่งสูงขึ้น ทุกการเคลื่อนไหวของเขาสั่นคลอนประสาทสัมผัสของเธอจนแทบจะขาดใจ
ท่ามกลางบทรักที่ดุเดือดและเร่าร้อน คาร์โลหยุดนิ่งไปชั่วอึดใจ เขามองใบหน้าหวานที่บิดเบี้ยวด้วยความสุขสมและทรมานในเวลาเดียวกัน ก่อนจะก้มลงกระซิบข้างหูเธอด้วยน้ำเสียงที่เย็นเยียบแต่ทรงพลัง
“นั่นไม่ใช่ศัตรูคนเดียวที่เราต้องเจอหรอกนะพราว...”
คาร์โลเอื้อมมือไปหยิบโทรศัพท์ที่สั่นอยู่บนหัวเตียงขึ้นมาดูเพียงแวบเดียว ก่อนที่ดวงตาของเขาจะวาวโรจน์ขึ้นมาอย่างน่ากลัว เขาละสายตาจากคนใต้ร่างแล้วหันไปมองบานประตูห้องนอนที่จู่ๆ ก็ถูกเปิดออกโดยไม่มีการเคาะ ทั้งที่เขาเป็นคนสั่งห้ามเด็ดขาดไม่ให้ใครรบกวน
ร่างสูงโปร่งในชุดสูทสีดำสนิทของชายคนหนึ่งยืนอยู่ตรงนั้น ดวงตาของเขาจ้องมองภาพบนเตียงด้วยความรู้สึกที่อ่านไม่ออก ก่อนที่เขาจะวางปืนกระบอกยาวลงบนพื้นแล้วเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบเฉยที่ทำให้พราวรวีหัวใจหล่นวูบ
“ลาก่อนคาร์โล... เพราะสิ่งที่เธอถืออยู่ในมือนั่นแหละ คือเหตุผลที่ฉันต้องฆ่าคุณในคืนนี้”
ขอบคุณที่ร่วมเดินทางไปกับความเร่าร้อนนี้ในทุกๆ ตอนนะครับ หวังว่าเรื่องราวในตอนนี้จะทำให้ทุกท่านลุ้นจนวางไม่ลงครับ ภูริศร์
พันธะเถื่อนราคีมาเฟีย•ตอนที่ 7
รอยประทับ
ผลงานโดย ภูริศร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ภูริศร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พันธะเถื่อนราคีมาเฟีย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!