ปลายกระบอกปولอนสีดำสนิทไม่ได้สั่นไหวเลยแม้แต่น้อย มันนิ่งสนิทราวกับเป็นส่วนหนึ่งของแขนแกร่งที่ถือมันไว้ ขณะที่ดวงตาคมกริบของคาร์โล ดันเต้ หรี่ลงเล็กน้อยยามจับจ้องร่างของมาร์คัสที่ยืนอยู่ตรงกรอบประตูห้องนอนกว้าง บรรยากาศรอบตัวอัดแน่นไปด้วยไอคุกรุ่นของความตายและความเดือดดาลที่ถูกสะกดกลั้นไว้ภายใต้ท่าทีเยือกเย็น
"มาสายไปหนึ่งนาทีนะ มาร์คัส" คาร์โลกล่าวด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย ขณะที่มือข้างหนึ่งยังคงโอบรั้งร่างพราวรวีไว้แน่น และอีกข้างหนึ่งเลื่อนไปคว้าปืนกระบอกเล็กที่ซ่อนไว้ใต้หมอนอย่างรวดเร็วราวกับปีศาจ
พราวรวีสะดุ้งเล็กน้อยในอ้อมแขนที่แข็งดั่งเหล็กกล้า หัวใจของเธอเต้นระรัวจนแทบจะหลุดออกมาจากอก ร่างกายสั่นเทาไม่ใช่เพราะความหวาดกลัวต่อคมกระสุนที่กำลังจะปลิดชีพใครสักคน แต่เป็นเพราะสัมผัสแนบชิดและกระแสอารมณ์ที่พลุ่งพล่านระหว่างเธอกับผู้ชายที่กุมชะตากรรมของเธอไว้ในกำมือ
มาร์คัสหัวเราะในลำคอ รอยยิ้มเยาะหยันปรากฏบนใบหน้าคมสันที่เต็มไปด้วยริ้วรอยแห่งความเจ้าเล่ห์ เขายกมือขึ้นระดับอก แสดงให้เห็นว่าไม่ได้พกอาวุธร้ายแรง นอกจากลูกน้องนับสิบคนที่ปิดล้อมอยู่ด้านนอกคฤหาสน์หลังนี้
"หนึ่งนาทีของนาย อาจหมายถึงลมหายใจสุดท้ายของเธอก็ได้นะ คาร์โล" มาร์คัสกวาดสายตาคมปลาบมองหญิงสาวที่ซุกตัวอยู่ใต้ผ้าห่มผืนบาง ร่างกายเปลือยเปล่าที่แนบชิดกับเรือนร่างกำยำของมาเฟียหนุ่ม ทำให้แววตาของมาร์คัสฉายแววริษยาและกระหายใคร่ "ผู้หญิงคนนี้มีค่าอะไรนักหนา ถึงทำให้เจ้าพ่อแห่งซิซิลีต้องเสียฟอร์มวิ่งวุ่นขนาดนี้"
"เธอไม่ใช่แค่ผู้หญิงทั่วไป" คาร์โลตอบกลับทันควัน น้ำเสียงของเขาทุ้มต่ำและเปี่ยมด้วยอำนาจเผด็จการที่ไม่อนุญาตให้ใครมาต่อรอง "เธอคือคนของฉัน... และใครก็ตามที่บังอาจแตะต้องของๆ ฉัน มันผู้นั้นต้องชดใช้ด้วยเลือด"
สิ้นคำพูดนั้น แรงกดดันในห้องก็พุ่งสูงจนแทบหายใจไม่ออก พราวรวีเงยหน้าขึ้นมองเสี้ยวหน้าด้านข้างของคาร์โล แววตาของเขาไม่มีความหวาดหวั่นเลยแม้แต่น้อย มีเพียงความเด็ดเดี่ยวและดุดันที่พร้อมจะแหลกสลายทุกสิ่งที่ขวางหน้า เธอกัดริมฝีปากแน่น ความรู้สึกบางอย่างกำลังตีรวนอยู่ในอก จากความหวาดกลัวเมื่อครู่ กลับแปรเปลี่ยนเป็นความลึกซึ้งที่ยากจะอธิบาย
เธอรู้ดีว่าคาร์โลเป็นใคร เขาคือซาตานในคราบมนุษย์ผู้ไม่เคยปรานีใคร แต่ในวินาทีที่ความตายมาจ่ออยู่ตรงหน้า เขากลับเลือกที่จะปกป้องเธอไว้ในอ้อมแขน ไม่ใช่ในฐานะตัวประกัน... แต่เป็นในฐานะผู้หญิงที่เขารักและหวงแหนที่สุด
"คาร์โล..." พราวรวีเอรียชื่อเขาแผ่วเบา มือเรียวเล็กเอื้อมไปแตะท่อนแขนที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามของเขา สัมผัสของเธอเรียก1สติและความสนใจจากมาเฟียหนุ่มได้ทันที
คาร์โลหันกลับมามองเธอ นัยน์ตาคมเข้มที่เคยแข็งกร้าวอ่อนแสงลงชั่วขณะเมื่อสบตากับดวงตาคู่สวยที่ฉายแววเด็ดเดี่ยวไม่แพ้กัน "กลัวไหม พราว"
"ถ้าฉันกลัว ฉันคงไม่เลือกที่จะยืนอยู่ตรงนี้กับคุณตั้งแต่แรก" น้ำเสียงของเธอแม้จะสั่นเครือเล็กน้อย แต่เต็มไปด้วยความแน่วแน่ พราวรวีสูดลมหายใจเข้าลึกๆ ก่อนจะขยับกายลุกขึ้นยืนโดยมีผ้าห่มคลุมกาย เธอไม่ได้หลบสายตาของมาร์คัสอีกต่อไป แต่เลือกที่จะเผชิญหน้ามันเคียงบ่าเคียงไหล่กับผู้ชายด้านข้าง
มาร์คัสหรี่ตามองภาพนั้นด้วยความประหลาดใจระคนสมเพช "ช่างเป็นความรักที่น่าสมเพชเสียจริง หญิงสาวผู้บริสุทธิ์กับมาเฟียมือเปื้อนเลือด คิดว่าพวกเธอจะรอดออกไปจากที่นี่ได้จริงๆ งั้นหรือ"
"เราไม่ได้จะรอดออกไป..." คาร์โลพูดแทรกขึ้น รอยยิ้มเหี้ยมเกรียมปรากฏที่มุมปากหนา ขณะที่มืออีกข้างดึงพราวรวีให้มาหลบอยู่ด้านหลังของเขาอย่างปกป้อง พร้อมกับปลดเซฟปืนในมือ "แต่พวกแกต่างหากที่จะไม่ได้ออกไปจากที่นี่เลยสักคน"
สิ้นเสียงของคาร์โล เสียงกระจกหน้าต่างด้านหลังห้องนอนก็แตกกระจายออกเป็นเสี่ยงๆ พร้อมกับร่างของบอดี้การ์ดมือดีของคาร์โลที่พุ่งเข้ามาพร้อมอาวุธครบมือ ความชุลมุนเริ่มต้นขึ้นในเสี้ยววินาที
กระสุนนัดแรกพุ่งแหวกอากาศ เสียงคำรามของปืนดังสนั่นหวั่นไหวไปทั่วคฤหาสน์ กลิ่นดินปืนคละคลุ้งปะปนไปกับกลิ่นกายของความตาย มาร์คัสสบถออกมาด้วยความหัวเสียเมื่อแผนการของเขาถูกตลบหลังอย่างรวดเร็ว เขารีบถอยร่นออกไปที่ประตูพร้อมกับชักปืนของตัวเองออกมายิงสวนกลับ
"จับตัวมาร์คัสไว้! อย่าให้มันหนีไปได้!" คาร์โลตะโกนสั่งลูกน้องเสียงดังลั่น ขณะเดียวกันก็ใช้ร่างของตัวเองบังพราวรวีจากวิถีกระสุนที่สาดเข้ามาไม่ยั้ง
พราวรวีซบหน้าลงกับแผ่นหลังกว้างของคาร์โล ความร้อนจากผิวหนังของเขาและความตึงเครียดของสถานการณ์ทำให้เธอรับรู้ได้ถึงความเปราะบางของชีวิต แต่ในขณะเดียวกัน เธอก็ไม่เคยรู้สึกปลอดภัยเท่านี้มาก่อน ทั้งสองตัดสินใจแล้ว... ไม่ว่าจะเผชิญกับชะตากรรมที่โหดร้ายแค่ไหน พวกเขาจะไม่ปล่อยมือจากกันอีก
ในจังหวะที่การต่อสู้กำลังดุเดือดเลือดพล่าน เสียงฝีเท้าหนักๆ อีกชุดหนึ่งก็ดังขึ้นจากทางระเบียงด้านนอก มาร์คัสที่กำลังจะก้าวพ้นประตูห้องชะงักก้าง รอยยิ้มเหี้ยมเกรียมกลับมาประดับบนใบหน้าของเขาอีกครั้งเมื่อบุคคลที่ไม่คาดฝันก้าวเข้ามาขวางทางถอยของคาร์โล
ร่างสูงโปรดของใครคนหนึ่งก้าวพ่นควันบุหรี่จางๆ ออกมาจากริมฝีปาก พร้อมกับรอยยิ้มเย็นเยียบที่ทำให้คาร์โลถึงกับต้องเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง
"ไม่คิดเลยนะ ว่านายจะต้อนรับแขกบ้านแขกเมืองด้วยกระสุนปืนแบบนี้... น้องชาย"
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและดำดิ่งไปกับความรู้สึกอันลึกซึ้งนี้ด้วยกันนะครับ ภูริศร์
พันธะเถื่อนราคีมาเฟีย•ตอนที่ 26
รอยแยกที่ถูกเติมเต็ม
ผลงานโดย ภูริศร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ภูริศร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พันธะเถื่อนราคีมาเฟีย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!