"ถอยไป มาร์คัส... อย่าให้กูต้องใช้กระสุนนัดเดียวจบในคืนที่อากาศดีแบบนี้เลย"
เสียงของคาร์โลทุ้มต่ำ ทรงอำนาจ ราวกับเสียงคำรามของสัตว์ร้ายที่ผ่านการฝึกฝนมาอย่างดี ในมือหนาของเขาไม่ได้มีอาวุธ แต่แผ่นหลังกว้างของเขากลับเปรียบเสมือนกำแพงปราการที่แกร่งที่สุดที่พราวรวีเคยได้รับสัมผัส พราวรวีที่ยืนอยู่เบื้องหลังเงยหน้าขึ้นมองแผ่นหลังนั้น หัวใจของเธอเต้นรัวแรง ไม่ใช่ด้วยความหวาดกลัวต่อปืนที่มาร์คัสถืออยู่ แต่เป็นความรู้สึกประหลาดที่ถั่งโถมเข้ามา—ความรู้สึกที่ว่า ไม่ว่าโลกจะพังทลายลงตรงหน้าเพียงใด ผู้ชายคนนี้จะไม่มีวันปล่อยให้เธอเป็นอันตราย
มาร์คัสหัวเราะหึในลำคอ เสียงหัวเราะที่ฟังดูแห้งแล้งและน่ารังเกียจ เขากวาดสายตามองหญิงสาวที่อยู่ด้านหลังคาร์โลด้วยแววตาร้ายกาจ "แกคิดว่าความรักจอมปลอมจะช่วยแกได้เหรอ ดันเต้? ผู้หญิงคนนี้... คนที่แกเคยขยี้ให้จมดินด้วยความแค้น ตอนนี้แกกลับเอาตัวเข้าบังให้งั้นหรือ? น่าสมเพช"
คาร์โลไม่หันกลับไปมอง แต่พราวรวีสัมผัสได้ถึงกล้ามเนื้อแผ่นหลังของเขาที่เกร็งแน่น เธอตัดสินใจขยับก้าวออกมาหนึ่งก้าว มือบางวางลงบนแขนแกร่งของคาร์โลเบาๆ เป็นสัญญาณว่าเธอไม่ได้ต้องการเป็นเพียงนกน้อยในกรงขังอีกต่อไป
"มาร์คัส" พราวรวีเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่มั่นคงอย่างเหลือเชื่อ แม้ลึกๆ จะสั่นสะท้าน "ความแค้นของคุณไม่ได้ทำให้คุณชนะหรอก แต่มันกำลังทำให้คุณกลายเป็นเพียงคนขี้แพ้ที่ไร้เกียรติ"
"หุบปาก!" มาร์คัสตวาดพร้อมเล็งปลายกระบอกปืนมาที่หน้าอกของเธอ
คาร์โลเคลื่อนไหวเร็วกว่าความคิด เขากระชากตัวพราวรวีเข้าสู่อ้อมกอด วงแขนแข็งแรงโอบรัดเอวบางไว้อย่างแน่นหนาพร้อมกับหมุนตัวหลบไปทางมุมมืดของระเบียง เสียงปืนดังสนั่นทำลายความเงียบงันของค่ำคืน แต่กระสุนเพียงนัดเดียวกลับพลาดเป้าไปปะทะกับผนังหินอ่อนจนแตกกระจาย
คาร์โลไม่ได้สวนกลับทันที เขาดึงพราวรวีเข้ามาแนบอก กลิ่นกายหอมอ่อนๆ ของเธอผสานกับกลิ่นอายมาเฟียของเขา มันคือความขัดแย้งที่งดงามที่สุด เขากระซิบข้างใบหูเธอด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยนจนน่าใจหายท่ามกลางวิกฤต "หลับตาลงพราว... ทุกอย่างที่เหลือ ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของปีศาจอย่างผม"
ในวินาทีนั้น ความโกรธแค้นที่คาร์โลเคยมีต่อโลกใบนี้ดูเหมือนจะจางหายไปจนหมดสิ้น เหลือเพียงความปรารถนาเดียว คือการปกป้องชีวิตที่มีค่าที่สุดในกำมือ พราวรวีไม่หลับตา เธอจ้องมองเข้าไปในดวงตาคมกริบของเขา ในแววตานั้นไม่มีความมืดมิดของมาเฟียผู้โหดเหี้ยมอีกต่อไป มีเพียงความจริงใจที่เปล่งประกายยิ่งกว่าแสงจันทร์ที่สาดส่องลงมา
"อย่าตายเพื่อฉัน... แต่จงมีชีวิตอยู่เพื่อเรา" เธอพูดประโยคที่ทำลายกำแพงสุดท้ายในใจเขา
คาร์โลนิ่งงันไปครู่หนึ่ง ก่อนจะยิ้มออกมาเป็นครั้งแรกในรอบหลายปี มันไม่ใช่ยิ้มของมาเฟียที่ถือไพ่เหนือกว่า แต่มันคือยิ้มของลูกผู้ชายที่พบแสงสว่างปลายอุโมงค์ เขาโน้มใบหน้าลงจูบหน้าผากมนอย่างแผ่วเบา สัมผัสที่เนิ่นนานและเปี่ยมไปด้วยคำมั่นสัญญา ก่อนจะผละออกแล้วพุ่งตัวเข้าสู่ความมืดมิดเพื่อจัดการกับมาร์คัสด้วยความเร็วที่เหนือชั้น
เสียงการปะทะกันอย่างรุนแรงดังขึ้นในความมืด เสียงหมัดกระทบเนื้อและเสียงร่างที่กระแทกกับพื้นดิน พราวรวียืนรออยู่อย่างอดทน ความแค้นในอดีตที่เคยมีต่อคาร์โลมลายหายไปสิ้น แทนที่ด้วยความรักที่หยั่งรากลึกจนน่ากลัว ความรู้สึกนี้มันบริสุทธิ์เกินกว่าที่เธอจะจินตนาการได้
ไม่นานนัก เสียงปืนก็เงียบลง เหลือเพียงเสียงหอบหายใจของชายสองคน และเสียงฝีเท้าที่ก้าวเข้ามาหาเธอ คาร์โลเดินออกมาจากความมืด เสื้อเชิ้ตสีขาวของเขายับย่นและเปื้อนรอยเลือด แต่นัยน์ตาของเขากลับสว่างไสว เขาส่งร่างของมาร์คัสที่หมดสภาพให้ลูกน้องจัดการ ก่อนจะหันมาหาหญิงสาวเพียงหนึ่งเดียวในใจ
คาร์โลเดินตรงเข้ามาหาเธอ เขาไม่พูดอะไร แต่โอบอุ้มร่างบางขึ้นไว้ในอ้อมแขนแนบอก ราวกับเธอเป็นของล้ำค่าที่สุดในจักรวาลที่เขาจะไม่มีวันยอมให้ตกหล่นลงพื้น
"เราจะทิ้งทุกอย่างไว้ที่นี่" เขาเอ่ยเบาๆ ขณะพากันเดินลงไปยังรถหรูที่จอดรออยู่ "อดีต ความแค้น... และหนี้สินที่เคยเป็นโซ่ตรวนผูกมัดเราไว้"
พราวรวีซบใบหน้าลงกับแผ่นอกกว้าง ฟังเสียงหัวใจที่เต้นเป็นจังหวะหนักแน่นของเขา มันเป็นจังหวะที่บอกเธอว่าเขามีชีวิตอยู่เพื่อเธอจริงๆ
รถคันหรูเคลื่อนตัวออกจากคฤหาสน์ที่เต็มไปด้วยความทรงจำอันเลวร้าย ลับหายไปในเส้นทางคดเคี้ยวภายใต้แสงจันทร์ดวงโตที่ดูเหมือนจะเป็นพยานเพียงหนึ่งเดียวให้กับพันธะที่เกิดขึ้นใหม่นี้ ความเงียบสงบในรถทำให้หัวใจสองดวงสอดประสานกันได้อย่างลงตัว คาร์โลขับรถด้วยมือข้างหนึ่ง อีกข้างกุมมือบางของพราวรวีไว้แน่นราวกับกลัวว่าเธอจะสลายกลายเป็นอากาศธาตุ
ทว่า... ในขณะที่รถกำลังจะพ้นแนวเขตของไร่ สัญญาณไฟโทรศัพท์มือถือของคาร์โลก็สว่างวาบขึ้น แสงสีฟ้านั้นสะท้อนใบหน้าของเขาให้ดูเคร่งเครียดทันทีเมื่อเห็นเบอร์ที่โทรเข้ามา เขาชะลอรถลงเล็กน้อย สายตาจ้องมองหน้าจอด้วยความสับสน
เป็นเบอร์ของ 'คนรักเก่า' ที่เขาคิดว่าตายไปแล้วเมื่อห้าปีก่อน พร้อมกับความลับที่ถูกฝังกลบไว้ในเถ้าถ่าน
"คาร์โล... เกิดอะไรขึ้นหรือคะ?" พราวรวีถามด้วยความกังวลเมื่อเห็นแผ่นหลังของเขาเกร็งแน่นอีกครั้ง
คาร์โลหันมามองเธอ แววตาของเขาไหววูบราวกับคนเพิ่งพบกับพายุโหมกระหน่ำในวันที่ท้องฟ้าควรจะแจ่มใส เขาตัดสินใจกดรับสายแทนที่จะตัดทิ้ง และเสียงที่ดังลอดออกมาจากปลายสายนั้น ทำให้โลกทั้งใบของเขาสั่นสะเทือนยิ่งกว่าปืนมาร์คัสเมื่อครู่
"คาร์โล... ฉันยังไม่ตาย... และลูกของเรา... เขากำลังรอพบพ่ออยู่"
ภูริศร์หวังว่าบทนี้จะทำให้รี้ดเดอร์ทุกท่านประทับใจและร่วมลุ้นไปกับเส้นทางความรักที่กำลังเผชิญบททดสอบครั้งใหญ่ที่สุดนะครับ ขอบพระคุณจากใจครับ
พันธะเถื่อนราคีมาเฟีย•ตอนที่ 34
คำมั่นสัญญาใต้แสงจันทร์
ผลงานโดย ภูริศร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ภูริศร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พันธะเถื่อนราคีมาเฟีย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!