ดีลลับฉบับตัวร้าย: อย่าท้าทายคนคลั่งรัก•ตอนที่ 15

ความรักที่พูดไม่ได้

ผลงานโดย ราชันย์หอกทมิฬ
"คุณคินน์ครับ! เกิดเรื่องใหญ่แล้วครับ!" เสียงตะโกนพร้อมกับแรงกระแทกประตูห้องทำงานกระจกนิรภัยชั้นบนสุดดังขึ้นอย่างไม่รักษาเกียรติ ทว่าคินน์ไม่ได้เงยหน้าขึ้นจากหน้าจอแท็บเล็ตในมือ ใบหน้าคมคายยังคงเรียบเฉยราวน้ำแข็งแกะสลัก ดวงตาคมกริบกวาดมองตัวเลขบัญชีที่ขยับขึ้นลงโดยไม่มีความรู้สึกใดเจือปน ในขณะที่เรนซึ่งยืนกอดอกพิงขอบหน้าต่างหันขวับไปมองผู้มาเยือนด้วยสายตารำคาญระคนสงสัย มือขวาคนสนิทของคินน์หอบหายใจจนตัวโยโย่ สองขาแทบจะก้าวไม่andออก สีหน้าเผือดซีดราวกับเพิ่งไปเห็นผีมากลางวันแสกๆ "มีเรื่องอะไรอีก เลิกโวยวายแล้วพูดมาให้มันชัดเจน" คินน์เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบ เย็นเยียบจนคนฟังต้องกลืนน้ำลายลงคอ "คะ... 13 คลังสินค้าโซน B ของเรา... ถูกคนลอบวางเพลิงครับ! แถมพวกมันยังทิ้งสัญลักษณ์ของกลุ่ม 'งูพิษดำ' ไว้ที่กำแพงด้วย ตอนนี้ไฟกำลังลามหนัก เจ้าหน้าที่ดับเพลิงกำลังควบคุมสถานการณ์ แต่... แต่พวกมันประกาศกร้าวผ่านคลิปวิดีโอส่งตรงมาที่มือถือผมว่า เป้าหมายต่อไปคือ... คือคุณเรนครับ!" พริบตานั้น อุณหภูมิในห้องทำงานกว้างขวางก็ลดฮวบลงจนแทบติดลบ แท็บเล็ตในมือของคินน์ถูกวางลงบนโต๊ะเสียงดังสนั่น ดวงตาคู่คมที่เคยสงบนิ่งกลับลุกโชนด้วยเปลวเพลิงแห่งความเกรี้ยวกราด รังสีอำมหิตแผ่ซ่านออกมาจากร่างหนาจนแม้แต่คนสนิทonยังต้องถอยกรูดไปติดผนัง "แกบอกว่าใครนะ?" คินน์เค้นเสียงถามทีละคำ น้ำเสียงต่ำลึกอันตราย "กลุ่มงูพิษดำ... มันบอกว่าคุณเรนคือจุดอ่อนเดียวที่จะทำให้คุณคินน์ยอมสยบครับ!" เรนที่ยืนฟังอยู่เงียบๆ ขมวดคิ้วมุ่น แม้ในใจจะไหววูบไปชั่วขณะกับคำว่า 'จุดอ่อน' แต่ริมฝีปากบางเฉียบกลับยกยิ้มหยันตามนิสัยส่วนตัวที่มักจะท้าทายความตายอยู่เสมอ เจ้าตัวขยับตัวก้าวเข้ามาใกล้โต๊ะทำงาน พร้อมเอ่ยด้วยน้ำเสียงติดตลกกลบเกลื่อนความตึงเครียด "หู, กลุ่มงูพิษดำเหรอ? ฟังดูเหมือนชื่อแก๊งเด็กแว้นรวมตัวกันตั้งวงกินเหล้ามากกว่าจะน่ากลัวนะคุณคินน์ ว่าแต่... ฉันกลายเป็นจุดอ่อนของคุณตั้งแต่เมื่อไหร่เนี่ย ไม่เห็นรู้เรื่องเลย" "ไม่ใช่เวลามาพูดเล่น เรน!" คินน์ตวาดลัดตัดบท เสียงทุ้มต่ำนั้นตึงเครียดจนน่ากลัว ร่างสูงผุดลุกขึ้นเต็มความสูง ก้าวฉับๆ เข้ามาประชิดตัวเรนในพริบตาเดียว มือหนาคว้าหมับเข้าที่ต้นแขนเรียวของอีกฝ่ายแน่นราวกับคีมเหล็ก แรงบีบนั้นมากพอจะทำให้รู้สึกเจ็บ แต่สิ่งที่ชัดเจนยิ่งกว่าคือความสั่นเทาเล็กๆ ที่ซ่อนอยู่ภายใต้ความโกรธ เรนชะงัก เงยหน้าขึ้นสบตากับคนตรงข้าม ความเย้าแหย่หายวับไปจากแววตาเมื่อเห็นประกายความหวาดกลัวที่ถูกกลบไว้มิดชิดในดวงตาคู่นั้น... คินน์กำลังกลัว กลัวว่าเขาจะเป็นอันตราย "เจ็บนะคินน์ นายบ้าหรือไง ปล่อยมือฉัน" เรนขมวดคิ้วเอ็ด พร้อมกับพยายามบิดแขนออก แต่คินน์กลับยิ่งออกแรงกำแน่นขึ้นราวกับกลัวว่าหากปล่อยมือแล้วคนตรงหน้าจะสลายหายไปต่อหน้าต่อตา "ออกไปจากที่นี่ซะ เรน" คินน์พูดลอดไรฟัน น้ำเสียงจริงจังและเฉียบขาดจนไม่มีช่องให้ต่อรอง "เก็บกระเป๋าแล้วเดินทางคืนนี้ บอดี้เกิร์ดฝีมือดีที่สุดสี่คนจะพาเธอนั่งเครื่องบินส่วนตัวไปป์ารีส อย่ากลับมาเหยียบที่นี่อีกจนกว่าฉันจะจัดการเรื่องนี้จบ" "นายพูดบ้าอะไรเนี่ย!" เรนตวัดเสียงขึ้นอย่างไม่พอใจ ความดื้อรั้นพุ่งพล่านขึ้นมาทันที "ฉันไม่ใช่ตุ๊กตาเซรามิกนะที่จะได้ส่งออกไปต่างประเทศเวลาเกิดเรื่อง! แล้วนายคิดเหรอว่าฉันจะทิ้งนายให้อยู่ท่ามกลางดงกระสุนคนเดียว? นายลืมไปแล้วหรือไงว่าเราทำสัญญาอะไรกันไว้!" "สัญญาบ้าบออะไรนั่นมันไม่มีความหมายอะไรทั้งนั้น!" คินน์ตวาดสวนกลับเสียงดังลั่นห้อง จนคนสนิทที่ยืนอยู่หน้าประตูกลืนน้ำลายเอื๊อกใหญ่ด้วยความตกใจ เพราะไม่เคยเห็นเจ้านายสติหลุดขนาดนี้มาก่อน คินน์จ้องมองใบหน้าหวานที่กำลังเชิดขึ้นอย่างดื้อรั้น หัวใจของเขารู้สึกเจ็บแปลบราวกับถูกเข็มนับพันเล่มทิ่มแทง เขาอยากกอดคนคนนี้ไว้แนบอก อยากปกป้องให้อยู่ในอ้อมแขนไปตลอดชีวิต แต่ความจริงอันโหดร้ายมันค้ำคอ... ศัตรูในมืดจ้องจะเล่นงานจุดตายของเขา และจุดตายนั้นก็ยืนอยู่ตรงหน้าเขาในตอนนี้แล้ว ยิ่งเรนเข้าใกล้เขามากเท่าไหร่ อันตรายก็ยิ่งคืบคลานเข้าหาเรนมากเท่านั้น "ฟังฉันให้ดีนะ เรน..." คินน์สูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อสะกดกลั้นอารมณ์ที่ตีรวนในอก มือหนาเลื่อนจากต้นแขนขึ้นมาประคองกรอบหน้าเนียนไว้ด้วยความทะนุถนอมขัดกับแววตาดุดิบ "ฉันไม่ได้เล่นขายของ... พวกมันเหี้ยมโหดกว่าที่เธอคิด ถ้าเธออยู่กับฉัน เธออาจจะต้องตาย..." "แล้วนายคิดว่าฉันกลัวตายเหรอ?" เรนสวนกลับทันควัน ดวงตากลมโตจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของมาเฟียหนุ่มอย่างไร้ความหวาดกลัว มีเพียงความดื้อรั้นและประกายบางอย่างที่สั่นไหว "ถ้าฉันกลัวตาย ฉันคงไม่มานั่งเถียงกับคนปากแข็งอย่างนายตั้งแต่แรกหรอกคินน์ นายคิดว่าการไล่ฉันไปไกลๆ มันจะทำให้ฉันปลอดภัยงั้นเหรอ? นายคิดผิดแล้ว... ถ้าไม่มีนายอยู่ ชีวิตฉันก็ไม่มีความหมายอะไรเหมือนกัน!" คำพูดที่หลุดออกมาจากปากของคนปากจัดทำเอาคินน์ชะงักงัน ลลมหายใจของมาเฟียหนุ่มสะดุดกึก หัวใจที่ด้านชามานานกลับเต้นโครมครามรุนแรงจนแทบทะลุออกมานอกอก ความอบอุ่นสายหนึ่งแผ่ซ่านเข้ามาในความมืดมนของจิตใจ แต่มันก็ถูกความกลัวเข้าถมทับอย่างรวดเร็ว "เธอพูดอะไรออกมา... รู้ตัวไหมเรน" คินน์กระซิบเสียงพร่า หัวใจสั่นไหวอย่างรุนแรง "ฉันรู้ตัวดีที่สุด!" เรนเม้มปากแน่น ขอบตาร้อนผ่าวขึ้นมาอย่างห้ามไม่อยู่ แต่ศักดิ์ศรีก็ค้ำคอไม่ยอมให้น้ำตาไหลออกมาให้คนตรงหน้าเห็น "ฉันเกลียดคนปากแข็ง ฉันเกลียดคนที่ชอบตัดสินใจแทนคนอื่น... ถ้าคิดจะผลักไสฉันล่ะก็ ฝันไปเถอะคินน์ นายไม่มีวันสลัดฉันพ้นหรอก!" เรนสะบัดหน้าหนีเล็กน้อยเพื่อซ่อนความอ่อนแอ แต่คินน์กลับไม่ยอมปล่อยให้เป็นเช่นนั้น นิ้วแกร่งเกยคางมนให้หันกลับมาสบตากันอีกครั้ง ระยะห่างระหว่างใบหน้าของทั้งคู่ลดลงจนสัมผัสได้ถึงลมหายใจอุ่นที่เป่ารดริมฝีปาก บรรยากาศรอบตัวราวกับถูกแช่แข็ง มีเพียงเสียงหัวใจที่เต้นเป็นจังหวะเดียวกัน คินน์โน้มใบหน้าลงมาเรื่อยๆ ริมฝีปากหยักลึกเกือบจะสัมผัสกับกลีบปากบางของอีกฝ่ายอยู่รอมร่อ ดวงตาคมปลาบฉายแววความรัก ความโหยหา และความเจ็บปวดผสมปนเปกันจนแทบเป็นบ้า เขาอยากจะจูบซับความดื้อรั้นนั้นให้จมหายไป อยากจะรั้งร่างนี้ไว้แนบกายตราบนานเท่านาน แต่ทว่า... ในวินาทีที่ริมฝีปากของทั้งคู่ห่างกันเพียงไม่กี่เซนติเมตร และเรนกำลังจะหลับตาลงรับสัมผัสที่รอคอย *เพล้ง!* เสียงกระจกหน้าต่างด้านหลังห้องทำงานแตกกระจายออกเป็นเสี่ยงๆ พร้อมกับเสียงแหวกอากาศของวัตถุบางอย่างที่พุ่งเข้ามาด้วยความเร็วสูง! "คินน์! ระวัง!" เรนเบิกตากว้างด้วยความตกใจ สัญชาตญาณการเอาตัวรอดสั่งให้เขาพุ่งเข้าผลักร่างหนาของมาเฟียหนุ่มให้พ้นวิถีทันที! *ฉับ!* กระสุนปืนนัดหนึ่งพุ่งเฉี่ยวไหล่ของเรนไปปักฝังลงบนผนังด้านหลังอย่างแม่นยำ เลือดสีแดงสดซึมทะลุเสื้อเชิ้ตเนื้อดีออกมาทันที ทว่าก่อนที่ใครจะได้ตั้งสติ ท่ามกลางเศษกระจกที่โปรยปรายลงมา เสียงฝีเท้าหนักอึ้งจำนวนมากก็ดังขึ้นที่หน้าประตูห้อง พร้อมกับบานประตูไม้เนื้อแข็งถูกถีบกระเด็นหลุดจากวงกบด้วยแรงมหาศาล! คินน์ดึงร่างของเรนเข้าสู่อ้อมกอดอย่างรวดเร็ว ปืนสั้นสีดำสนิทถูกชักออกมาจากเอวสอบด้วยความเร็วระดับมืออาชีพ สายตาคมกริบดั่งเหยี่ยววัดระแวดระวังพุ่งตรงไปยังกลุ่มบุคคลแปลกหน้าที่ก้าวเข้ามาใหม่ ทว่า... เมื่อบุคคลที่เดินนำหน้าสุดก้าวพ้นกลุ่มควันและเศษซากปรักหักพังเข้ามา แสงไฟในห้องกลับสะท้อนใบหน้าของคนผู้นั้นให้เห็นชัดเจน... คนที่คินน์คิดว่าตายไปแล้วเมื่อสามปีก่อน "เซอร์ไพรส์... น้องชาย" เสียงทุ้มต่ำอันคุ้นเคยเอ่ยทักทายขึ้น พร้อมรอยยิ้มเยือกเย็นที่สลักลึกอยู่บนใบหน้าที่มีรอยแผลเป็นทางยาว "ไม่ได้เจอกันนานเลยนะ... คินน์" ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่อยู่เคียงข้างและเดินทางมาถึงตอนนี้ด้วยกันนะครับ!
สารจากนักเขียน (ราชันย์หอกทมิฬ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีลลับฉบับตัวร้าย: อย่าท้าทายคนคลั่งรัก นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%