ดีลลับฉบับตัวร้าย: อย่าท้าทายคนคลั่งรัก•ตอนที่ 16

น้ำตาของคนปากร้าย

ผลงานโดย ราชันย์หอกทมิฬ
"ถ้าคิดจะเล่นเกมนี้ต่อหน้าผม ทางที่ดีคุณควรไปหัดส่องกระจกดูสภาพตัวเองเสียก่อนนะ... พี่ชาย" คำพูดนั้นไม่ได้เจือรอยยิ้มแม้แต่น้อย มันคือความเย็นชาที่ถูกอาบไล้ด้วยความเกลียดชังอันยาวนาน คินน์ยืนนิ่งสนิท ร่างสูงสง่าในชุดสูทสั่งตัดพิเศษแผ่รังสีคุกคามรอบตัวจนอากาศในห้องวีไอพีแห่งนี้แทบจะกลายเป็นของแข็ง เบื้องหน้าของเขาคือชายหนุ่มที่มีรอยแผลเป็นพาดผ่านดวงตาข้างซ้าย ผู้มีศักดิ์เป็นพี่ชายร่วมสายเลือดแต่ต่างมารดา—ผู้ชายคนที่เคยทำลายทุกอย่างในชีวิตเขาเมื่ออดีต เรนยืนพิงอยู่กับมุมเสาห่างออกไปไม่มาก ดวงตากลมโตคมกริบกวาดตามองการปะทะกันของสองพี่น้องตระกูลอัครเดชากุลด้วยความรู้สึกที่ซับซ้อน หัวใจของเขายังคงเต้นระรัวด้วยความตกใจจากเหตุการณ์เมื่อครู่ ภาพที่คินน์ผลักเขาออกไปเพื่อรับแรงกระแทกจากบุคคลปริศนาเมื่อเสี้ยววินาทีก่อนยังคงติดตรึงอยู่ในความทรงจำ แต่สิ่งที่ทำให้เรนรู้สึกเจ็บแปลบยิ่งกว่าความตกใจ คือ "ความจริง" บางอย่างที่เพิ่งถูกเปิดเผยผ่านบทสนทนาอันเชือดเฉือนนี้ คินน์ไม่ได้บอกเขา... มาเฟียหนุ่มผู้เย่อหยิ่งและถือดีคนนั้น จงใจปกปิดตัวตนและเรื่องราวอันดำมืดของครอบครัวเอาไว้ราวกับเขาเป็นคนนอก ทั้งที่พวกเขาผ่านค่ำคืนอันเร่าร้อนและผ่านความเป็นความตายมาด้วยกันหลายต่อหลายครั้ง "แกยังปากดีไม่เปลี่ยนเลยนะ คินน์" ผู้เป็นพี่ชายหัวเราะในลำคอ เสียงนั้นแหบพร่าและเต็มไปด้วยริ้ว รอยแห่งความริษยา "คิดว่ากุมอำนาจไว้ในมือทั้งหมดแล้วจะไม่มีใครกล้าแตะต้องแกอย่างนั้นเรอะ? หึ... ระวังตัวไว้ให้ดีเถอะ ของเล่นชิ้นใหม่ที่แกกำลังปกป้องอยู่นั่น อาจจะแหลกคามือฉันก่อนที่แกจะได้เอ่ยปากบอกความจริงเสียอีก" ดวงตาคมกลาวของพี่ชายคินน์เหลือบมองมาที่เรน ชั่วพริบตานั้น เรนรู้สึกเหมือนถูกงูพิษจ้องมอง ผิวหนังสัปหะเยือกขึ้นมาดื้อๆ แต่ด้วยศักดิ์ศรีและความปากจัดที่เป็นเกราะกำบัง เรนจึงเชิดหน้าขึ้น ส่งยิ้มเยาะกลับไปให้ทันทีโดยไม่แสดงความหวาดกลัวออกมาแม้แต่น้อย "ของเล่นงั้นเหรอครับ?" เรนก้าวเท้าออกมาจากเงาสลัว น้ำเสียงราบเรียบแต่เฉียบคมบาดลึก "ถ้าผมเป็นของเล่น... คนที่จะพังมันได้ ก็ต้องไม่ใช่เศษสวะที่เดินกะโผลกกะเผลกหนีเงาตัวเองอย่างคุณหรอกนะ" รอยยิ้มบนใบหน้าที่มีแผลเป็นชะงักกึก ดวงตาดุร้ายวาวโรจน์ขึ้นด้วยความโกรธเกรี้ยว แต่ก่อนที่สถานการณ์จะบานปลายไปมากกว่านี้ บอดี้าร์ดชุดดำนับสิบชีวิตก็กรูเข้ามาปิดล้อมพื้นที่เอาไว้ตามสัญญาณมืออันเฉียบขาดของคินน์ "ไสหัวไปซะ" คินน์เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงต่ำลึก ทรงอำนาจ และเต็มไปด้วยจิตสังหารที่แทบจะคว้านเนื้อคนฟังได้ "ถ้าไม่อยากให้ตระกูลรองต้องสูญเสียทายาทคนสุดท้ายไปก่อนตะวันตกดิน" พี่ชายของเขาแค่นหัวเราะอย่างขบขัน ส่งสายตาเจ้าเล่ห์มาให้อีกครั้งก่อนจะยอมหมุนตัวเดินจากไป ทิ้งไว้เพียงกลิ่นอายความอึดอัดที่ยังคงลอยเคว้งอยู่ในบรรยากาศ ความเงียบเข้าปกคลุมชั่วขณะ เรนยืนกอดอก มองแผ่นหลังกว้างของคนที่ยืนหันหลังให้ ท่ามกลางแสงไฟสลัวของห้องวีไอพี คินน์ยังคงไม่ยอมหันกลับมามองเขาในทันที มือหนาทั้งสองข้างกำเข้าหากันแน่นจนเส้นเลือดปูดโปน บ่งบอกว่าเจ้าตัวกำลังพยายามสะกดกลั้นอารมณ์ที่พลุ่งพล่านอยู่ภายในอย่างถึงที่สุด "นายจะอธิบายอะไรหน่อยไหมครับ... ท่านประธานคินน์" เรนเป็นฝ่ายทำลายความเงียบขึ้นก่อน น้ำเสียงของเขาราบเรียบ ไร้ซึ่งความขี้เล่น หรือแม้แต่ร่องรอยของความห่วงใยเมื่อครู่ มันคือความเย็นชาที่ถูกสร้างขึ้นเพื่อเว้นระยะห่าง คินน์ชะงัก ร่างสูงใหญ่ค่อยๆ หันกลับมาเผชิญหน้ากัน ดวงตาคมกริบที่เคยเต็มไปด้วยความมั่นใจและอำนาจ บัดนี้กลับฉายแววความลังเลและความกังวลใจอย่างที่เรนไม่เคยเห็นมาก่อน—แต่นั่นไม่ได้ทำให้เรนรู้สึกดีขึ้นเลยแม้แต่น้อย "เรน..." คินน์เอ่ยชื่อเขาด้วยน้ำเสียงที่แหบพร่ากว่าปกติ ก้าวเท้าเข้ามาหาช้าๆ ราวกับกลัวว่าอีกฝ่ายจะถอยหนี "เรื่องนี้... มันไม่ใช่สิ่งที่นายควรเอาตัวเข้ามาเกี่ยวข้อง" "หึ!" เรนแค่นหัวเราะออกมาทันที ดวงตากลมโตสั่นไหวด้วยความน้อยใจที่ถูกปิดบัง "ไม่ใช่เรื่องที่ผมควรเกี่ยวข้องงั้นเหรอ? คินน์... เรานอนเตียงเดียวกัน เราผ่านเรื่องบ้าๆ มาด้วยกัน แต่คุณกลับมองว่าผมเป็นคนนอกที่ไม่มีสิทธิ์รู้เรื่องในครอบครัวเน่าๆ ของคุณเนี่ยนะ?" "ฉันไม่ได้หมายความแบบนั้น!" คินน์ขึ้นเสียงเล็กน้อยด้วยความร้อนรน มือหนายื่นออกไปหมายจะคว้าข้อมือของอีกฝ่ายมากุมไว้เช่นเคย แต่เรนกลับเบี่ยงตัวหลบได้อย่างทันท่วงที สัมผัสที่ว่างเปล่าทำให้หัวใจของมาเฟียหนุ่มกระตุกวาบ "แล้วคุณหมายความว่ายังไงล่ะ?" เรนจ้องลึกเข้าไปในดวงตาคู่นั้น พยายามอย่างยิ่งที่จะไม่ปล่อยให้น้ำตาแห่งความเสียใจไหลออกมาประจานความอ่อนแอของตัวเอง "คุณปกป้องผม ทำราวกับผมเป็นเด็กไร้เดียงสา ทั้งที่จริงแล้ว... คุณต่างหากที่เห็นผมเป็นแค่คนโง่ที่โดนคุณปั่นหัวเล่นอยู่ฝ่ายเดียว!" "เรน! อย่าพูดจาเหลวไหลนะ" คินน์ขมวดคิ้วแน่น ความหึงหวงและความกลัวที่จะสูญเสียเริ่มตีรวนขึ้นมาในอกจนเขาแทบจะควบคุมอารมณ์ไม่อยู่ "ฉันทำทุกอย่างก็เพื่อความปลอดภัยของนาย นายไม่รู้หว่าไอ้สารเลวนั่นมันเหี้ยมเกรียมแค่ไหน มันจ้องจะเล่นงานคนที่ฉันรักเพื่อเหยียบย่ำศักดิ์ศรีของฉัน!" คำว่า *"คนที่ฉันรัก"* หลุดออกมาจากริมฝีปากหยักลึกของคินน์อย่างไม่ทันตั้งตัว ห้องทั้งห้องตกอยู่ในความเงียบงันอีกครั้ง เรนชะงักไปชั่ววินาที หัวใจที่กำลังเต้นด้วยความโกรธกระตุกวูบอย่างแรง คำสารภาพที่พรั่งพรูออกมาโดยไม่ทันระวังตัวของคนปากแข็ง ทำให้บรรยากาศรอบตัวเปลี่ยนไปในพริบตา เคมีที่อัดแน่นด้วยความดราม่าและความเร่าร้อนพุ่งพล่านจนแทบจะจับต้องได้ แต่นั่น... ก็ไม่ได้ลบเลือนความจริงที่ว่า เขายังคงถูกปิดบังอยู่ดี เรนเม้มริมฝีปากแน่น ปรับสีหน้าให้กลับมาเรียบเฉยและเยชาอีกครั้ง แม้ว่าข้างในอกจะสั่นไหวจนแทบจะยืนไม่อยู่แล้วก็ตาม "รักเหรอครับ?" เรนยิ้มหยันให้กับตัวเอง "ความรักในแบบของคุณ คือการโกหกและเก็บผมไว้ในกรงขังที่เต็มไปด้วยอันตรายโดยไม่ยอมปริปากบอกอะไรเลยสินะครับ... คินน์ คุณบอกว่ากลัวผมเป็นอันตราย แต่การที่คุณไม่ยอมเชื่อใจผมต่างหาก คือสิ่งที่กำลังฆ่าผมให้ตายทั้งเป็น" "เรน..." คินน์ก้าวเข้ามาประชิดตัวในระยะประชิด ความสูงและแผงอกกว้างของเขาบดบังแสงไฟจนร่างของเรนตกอยู่ในเงาของอีกฝ่าย มือหนาทั้งสองข้างยกขึ้นกักตัวเรนไว้กับผนังห้องโดยอัตโนมัติ ลมหายใจอุ่นร้อนปะทะกันจนรับรู้ถึงความรัญจวนที่ซ่อนอยู่ภายใต้ความตึงเครียด "ปล่อยครับ..." เรนพยายามดันแผงอกแกร่งออก แต่คินน์กลับยิ่งทิ้งน้ำหนักตัวลงมามากขึ้น บังคับให้เรนต้องแหงนหน้าขึ้นสบตา "ฉันไม่ปล่อย" คินน์กระซิบเสียงต่ำชิดริมฝีปาก ดวงตาคมกริบฉายแววความคลั่งไคล้อัดแน่นจนน่ากลัว "นายจะโกรธ จะเกลียด จะด่าฉันยังไงก็ได้... แต่ห้ามพูดคำว่าถอยห่าง ห้ามทำท่าทางเหมือนจะเดินออกจากชีวิตฉันเด็ดขาด เรน..." น้ำเสียงที่มักจะเย่อหยิ่งและเย็นชา บัดนี้กลับเจือด้วยความสั่นเครือเล็กน้อย—ความเปราะบางที่คินน์ไม่เคยแสดงให้ใครเห็นนอกจากผู้ชายตรงหน้าคนนี้ เรนรู้สึกได้ถึงหยดน้ำตาอุ่นๆ ที่เอ่อคลอขึ้นมาบังทัศนวิสัย เขากลั้นใจกระพริบตาไล่มันกลับไป ไม่อยากให้ผู้ชายปากร้ายคนนี้ได้เห็นความอ่อนแอของตัวเองเป็นอันขาด แต่ทว่า... สัมผัสแผ่วเบาของปลายนิ้วอุ่นที่เกลี่ยเช็ดเปลือกตาให้อย่างทะนุถนอม กลับทำให้เขื่อนน้ำตาที่พยายามกั้นไว้พังทลายลงในพริบตา ปลายนิ้วของคินน์สั่นเทาเล็กน้อยยามที่สัมผัสโดนแพขนตาชื้นแฉะ แววตาของมาเฟียผู้ไม่เคยเกรงกลัวใครในหล้า บัดนี้กลับเต็มไปด้วยความหวาดหวั่นอย่างแท้จริง "อย่าร้องไห้..." คินน์กระซิบแผ่วเบa ริมฝีปากหยักลึกเคลื่อนเข้ามาใกล้จนชิดหน้าผาก "ฉันยอมรับผิดทุกอย่างแล้ว... อยากให้ฉันทำอะไร เพื่อแลกกับการที่นายจะยอมเชื่อใจฉันอีกครั้ง หื้ม?" เรนสูดหายใจเข้าลึกเพื่อตั้งสติ ปลายจมูกรั้นเชิดขึ้นเล็กน้อย แม้ดวงตาจะยังมีร่องรอยของความเสียใจหลงเหลืออยู่ แต่ความดื้อรั้นและปากจัดก็ยังคงทำหน้าที่ได้อย่างยอดเยี่ยม "ถ้าอยากให้ผมเชื่อใจ..." เรนเม้มปากแน่น หัวใจเต้นแรงจนแทบทะลุออกมานอกอก "งั้นก็พิสูจน์ให้ผมเห็นสิครับ ว่านอกจากคำหวานพวกนี้แล้ว คุณยังเหลือความลับอะไรซ่อนไว้อีก..." คินน์ชะงัก ชั่ววินาทีนั้นแววตาของมาเฟียหนุ่มไหววูบอย่างน่าสังเกต ความลับที่เขาพยายามปกปิดเอาไว้เพื่อไม่ให้เรนต้องเดือดร้อน กำลังจะถูกบังคับให้เปิดเผยออกมาในสถานการณ์ที่บีบคั้นที่สุด ทว่า— *ก๊อก ก๊อก ก๊อก!* เสียงเคาะประตูดังขึ้นขัดจังหวะความตึงเครียดภายในห้องอย่างไม่รู้กาลเทศะ ตามด้วยเสียงเปิดประตูที่ถูกผลักเข้ามาโดยไม่ได้รับอนุญาต "ขอโทษทีนะที่ขัดจังหวะบรรยากาศหวานชื่น..." น้ำเสียงทุ้มต่ำและกวนประสาทดังขึ้น พร้อมกับร่างสูงโปรดของบุคคลที่สามที่ก้าวเข้ามาพร้อมรอยยิ้มเยือกเย็น "แต่ดูเหมือนว่า... ความลับที่นายกำลังซ่อนไว้น่ะ คินน์ มันกำลังจะพังลงมาใส่หัวพวกนายทั้งคู่แล้วล่ะนะ" คินน์ขมวดคิ้วแน่นด้วยความโกรธจัดเมื่อเห็นหน้าผู้มาใหม่ ส่วนเรนเบิกตากว้างด้วยความตกใจ เมื่อพบว่าบุคคลที่ก้าวเข้ามาใหม่ในห้องนี้... คือคนเดียวกับคนที่ส่งข้อความปริศนาขู่ฆ่าเขาเมื่อสามวันก่อน! ---------------------------------------- (ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่อยู่เคียงข้างและสนับสนุน "ราชันย์หอกทมิฬ" มาโดยตลอด แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าครับ)
สารจากนักเขียน (ราชันย์หอกทมิฬ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีลลับฉบับตัวร้าย: อย่าท้าทายคนคลั่งรัก นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%