กลิ่นน้ำยาฆ่าเชื้อจางๆ ในห้องพักผู้ป่วยพิเศษระดับ VIP ของโรงพยาบาลเอกชนชื่อดังไม่ได้ทำให้บรรยากาศรอบตัวน่าอภิรมย์ขึ้นเลยแม้แต่น้อย ในทางกลับกัน มันกลับยิ่งตอกย้ำถึงความเปราะบางของชีวิตที่เพิ่งเฉียดผ่านประตูมรณะมาหมาดๆ
เสียงเครื่องวัดชีพจรที่ส่งสัญญาณสม่ำเสมอ *ติ๊ด... ติ๊ด... ติ๊ด...* กลายเป็นเสียงเดียวที่ขับเน้นความเงียบงันอันน่าอึดอัดภายในห้อง ม่านสีครีมถูกดึงปิดทึบเพื่อกันแสงไฟยามค่ำคืนจากภายนอก แต่สิ่งเดียวที่สว่างไสวและดึงดูดทุกสายตาในวินาทีนี้ กลับไม่ใช่หลอดไฟฮาโลเจนบนเพดาน หากแต่เป็นร่างสูงโปร่งของมาเฟียหนุ่มผู้ทรงอิทธิพลที่สุดในย่านธุรกิจ
คินน์... ผู้ชายที่คนทั้งวงการใต้ดินเกรงกลัวจนตัวสั่น ผู้ชายที่ขึ้นชื่อเรื่องความเยือกเย็น เด็ดขาด และไร้หัวใจในทุกดีลธุรกิจ บัดนี้กำลังนั่งคุกเข่าอยู่ข้างเตียงผู้ป่วยด้วยสภาพที่แทบดูไม่ได้
เสื้อสูทแบรนด์ดังยับยู่ยี่ เนคไทถูกกระชากจนหลุดลุ่ยไม่เป็นทรง เส้นผมสีดำสนิทที่เคยเซ็ตไว้อย่างเนี้ยบเป๊ะกลับยุ่งเหยิงเพราะเจ้าตัวใช้มือขยี้มันซ้ำแล้วซ้ำเล่าด้วยความเครียดระอุ ดวงตาคมกริบที่เคยฉายแววเหนือกว่าใคร บัดนี้แดงก่ำ บวมเป่ง และเต็มไปด้วยหยาดน้ำตาที่ไหลรินอาบสองแก้มอย่างไม่คิดจะรักษาภาพลักษณ์ใดๆ ทั้งสิ้น
มือหนาสั่นเทาราวกับคนเป็นไข้จับสั่น เอื้อมไปกุมมือเรียวขาวซีดของคนที่นอนหลับใหลอยู่บนเตียงอย่างทะนุถนอม ราวกับกลัวว่าหากออกแรงบีบเพียงนิดเดียว ร่างตรงหน้าจะสลายหายไปในอากาศ
"เรน..."
เสียงทุ้มต่ำที่เคยทรงพลังและน่าเกรงขาม บัดนี้แหบแห้งจนแทบฟังไม่เป็นศัพท์ มันเจือสะอื้นและสั่นเครืออย่างน่าเวทนา
"ตื่นขึ้นมาด่าฉันสิ... ตื่นขึ้นมามองหน้าแล้วบอกว่าฉันมันโง่เง่าเหมือนทุกทีสิครับ เรน..."
คินน์ซบใบหน้าลงกับหลังมือของร่างบางอย่างไร้ซึ่งศักดิ์ศรี ไหล่กว้างไหวสะท้านตามแรงสะอื้นที่ถูกกลั้นไว้ไม่อยู่ หยดน้ำตาหยดแล้วหยดเล่าร่วง
หล่นกระทบหลังมือของคนเจ็บซ้ำๆ ความรู้สึกผิด ความหวาดกลัว และความคลั่งรักที่ถูกกดทับไว้ภายใต้ความปากแข็งมาตลอด ระเบิดออกมาจนหมดสิ้นในวินาทีที่แพทย์บอกว่า *'คนไข้พ้นขีดอันตรายแล้ว'*
ย้อนกลับไปไม่กี่ชั่วโมงก่อน ภาพที่รถบรรทุกพุ่งเข้าชนรถของเรนท่ามกลางสายฝนกระหน่ำ ยังคงกรีดลึกอยู่ในโสตประสาทของเขา มันคือวินาทีที่หัวใจของมาเฟียผู้ไม่เคยกลัวตายคนนี้หล่นวูบลงไปถึงตาตุ่ม ความรู้สึกที่เหมือนโลกทั้งใบกำลังพังทลายลงมาต่อหน้าต่อตา ทำให้เขารู้ซึ้งทันทีว่า ต่อให้เขามีอำนาจล้นฟ้า มีเงินทองมากมายมหาศาลแค่ไหน ก็ไม่มีค่าอะไรเลยหากบนโลกใบนี้ไม่มีผู้ชายปากจัดที่ชื่อ 'เรน' อยู่เคียงข้าง
"ฉันขอโทษ..." คินน์พึมพำเสียงสั่น ร่างกายทั้งร่างสั่นเทาด้วยความหวาดกลัวที่ยังตกค้าง "ฉันขอโทษที่ดูแลเธอไม่ดีพอ... ถ้าเธอเป็นอะไรไป... ถ้าเธอทิ้งฉันไปจริงๆ ฉัน... ฉันก็ไม่รู้ว่าจะอยู่ต่อไปยังไงเหมือนกัน"
คำสารภาพที่หลุดออกมาจากปากของคนซึน ปากร้าย และไม่เคยยอมจำนนต่อใครคนนี้ หากมีใครมาได้ยินเข้าคงไม่มีทางเชื่อสายตาตัวเอง แต่ในห้องสี่เหลี่ยมนี้ ไม่มีมาเฟียผู้ยิ่งใหญ่อีกต่อไป มีเพียงผู้ชายคนหนึ่งที่หัวใจแตกสลาย และกำลังอ้อนวอนต่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทุกทิศานุศาทเพื่อแลกกับการลมหายใจของคนรัก
บนเตียงสีขาว... เปลือกตาสีมุกที่ปิดสนิทมานานนับสิบชั่วโมงเริ่มขยับไหวเล็กน้อย ขนต้างอนยาวกะพริบถี่ๆ เพื่อปรับรับแสงไฟภายในห้อง ก่อนที่ดวงตาสคู่คมที่มักจะฉายแววเจ้าเล่ห์และดื้อรั้นจะค่อยๆ ลืมขึ้น
เรนรู้สึกเหมือนสมองยังคงตื้อๆ ร่างกายระบมไปหมดทุกสัดส่วน ราวกับถูกรถสิบล้อทับซ้ำๆ แต่สิ่งที่ชัดเจนที่สุดในโสตประสาทเวลานี้ คือเสียงสะอื้นฮักและสัมผัสเปียกชื้นที่หลังมือ
ดวงตาสีเข้มกวาดมองไปรอบห้องช้าๆ ก่อนจะหยุดอยู่ที่ศีรษะของคนที่กำลังฟุบหน้า ร้องไห้ฟูมฟายราวกับเด็กๆ อยู่ข้างเตียง ภาพของท่านประธานหนุ่มผู้เย่อหยิ่งและเย็นชาในยادةปกติ กำลังนั่งคุกเข่าร้องไห้ขี้มูกโป่ง ทำเอาเรนถึงกับกะพริบตาปริบๆ ด้วยความงุนงง นึกว่าตัวเองกำลังฝันเพ้อเจ้อพิสดารหลังฟื้นไข้
"นี่... ฉันยังไม่ตายใช่ไหมเนี่ย..." เรนส่งเสียงแหบแห้งออกไปเบาๆ ลำคอแห้งผากราวกับถูกกระดาษทรายถู
ร่างสูงของคินน์สะดุ้งสุดตัวราวกับถูกไฟช็อต รีบเงยหน้าขึ้นขวับ ดวงตาแดงก่ำมองตรงมาที่ใบหน้าซีดเซียวของคนบนเตียง เมื่อเห็นว่าดวงตาทั้งสองข้างนั้นเปิดขึ้นและกำลังมองมาที่เขาจริงๆ ความดีใจพรั่งพรูเข้ามาจนตั้งตัวไม่ติด คินน์ลุกขึ้นพรวดจนเกือบเซ โน้มตัวลงมาคว้ามือทั้งสองข้างของเรนมากุมไว้แน่น ราวกับกลัวว่านี่จะเป็นความฝัน
"เรน! เธอฟื้นแล้ว! เธอฟื้นแล้วจริงๆ ด้วย!" คินน์ละล่ำละลักพูด เสียงสั่นเครือจนฟังแทบไม่เป็นภาษา น้ำตาเจ้ากรรมยังคงไหลอาบแก้มอย่างไร้ยางอาย
เรนมองภาพนั้นแล้วมุมปากก็กระตุกขึ้นเล็กน้อย แม้ใบจะยังซีดเซียว แต่แววตากลับมีความขบขันเจือความอ่อนโยนฉายชัดขึ้นมาวูบหนึ่ง
"นาย..." เรนพยายามเค้นเสียงพูดออกไป "นี่นาย... ร้องไห้ขี้มูกโป่งขนาดนี้เลยเหรอเนี่ย... ไหนล่ะมาเฟียผู้ยิ่งใหญ่ เย็นชา ไม่แคร์โลกคนเดิมหายไปไหนซะแล้วล่ะครับ คุณคินน์?"
แม้จะเจ็บแผล แต่เรนก็อดไม่ได้ที่จะแซะตามนิสัยปากจัดของตัวเอง คินน์ชะงักไปเล็กน้อยเมื่อโดนแซว แต่แทนที่จะโกรธหรือกลบเกลื่อนเหมือนทุกที มาเฟียหนุ่มกลับพ่นลมหายใจพรืดใหญ่ออกมาด้วยความโล่งอก ก่อนจะใช้มือหนาปาดน้ำตาลวกๆ แล้วจ้องมองคนตรงเขม็งด้วยสายตาที่ลึกล้ำจนน่ากลัว
"ตื่นขึ้นมาก็ปากดีใส่ทันทีเลยนะ..." คินน์เค้นเสียงลอดไรฟัน น้ำเสียงยังคงสั่นระริก "เธอรู้ไหมว่าฉันเกือบหัวใจวายตายเพราะใคร? ถ้าเธอเป็นอะไรไปจริงๆ ฉันคงเผาโรงพยาบาลนี้ทิ้งแล้วตามไปเอาคืนไอ้เวรนั่นในนรกแน่!"
"โห... ดุจังเลยนะครับ" เรนยิ้มมุมปาก นัยน์ตาพราวระยับ แม้สภาพจะดูไม่จืด "เป็นห่วงฉันขนาดนั้นเลยเหรอ หื้ม? คนปากแข็งอย่างคุณเนี่ยนะ..."
คินน์ไม่ตอบคำถาม เขาไม่เหลือเรี่ยวแรงจะมาฟอร์มจัดหรือปากแข็งกลบเกลื่อนความรู้สึกอีกต่อไปแล้ว ในเมื่อหัวใจของเขาเกือบจะหลุดออกจากอกไปจริงๆ เมื่อไม่กี่ชั่วโมงก่อน ร่างสูงค่อยๆ เคลื่อนกายเข้ามาใกล้ใบหน้าของคนป่วยมากขึ้นเรื่อยๆ จนลมหายใจอุ่นๆ รดรินอยู่ชิดริมฝีปาก
ดวงตาสีคมเข้มของมาเฟียหนุ่มจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของเรน ถ่ายทอดความรู้สึกทั้งหมดที่อัดแน่นอยู่ในอกออกมาผ่านทางสายตาอย่างไม่มีกั๊ก
"ใช่... ฉันเป็นห่วง" คินน์กระซิบเสียงพร่า ชิดริมฝีปากจนแทบจะแนบชิด "ฉันไม่ได้แค่เป็นห่วงเธอ, เรน... แต่ฉันกำลังจะบ้าตายอยู่แล้วถ้าไม่มีเธอ"
หัวใจของเรนกระตุกวูบ ไดอะล็อกตรงไปตรงมาและสายตาที่ร้อนแรงราวกับเปลวเพลิงของคนตรงหน้า ทำให้ความตั้งใจที่จะปากแจ๋วต่อต้องพังทลายลงในพริบตา ใบหน้าขาวซีดเริ่มมีริ้วสีแดงระเรื่อแต้มลามขึ้นมาถึงใบหูอย่างห้ามไม่อยู่
บรรยากาศในห้องเงียบงันลงทันที เคมีและความตึงเครียดบางอย่างแผ่ซ่านระหว่างคนทั้งสอง คินน์ค่อยๆ เคลื่อนใบหน้าเข้าไปใกล้ขึ้นเรื่อยๆ ระยะห่างลดลงจนเหลือเพียงไม่กี่เซนติเมตร ริมฝีปากหยักลึกกำลังจะทาบทับลงบนริมฝีปากแห้งผากของคนป่วยเพื่อประทับตราแสดงความเป็นเจ้าของ...
*ก๊อก... ก๊อก... ก๊อก!*
เสียงเคาะประตูดังขึ้นขัดจังหวะความหวานซึ้งแบบไม่ให้สุ้มให้เสียง พร้อมกับบานประตูห้อง VIP ที่ถูกผลักเปิดออกอย่างไร้มารยาทโดยบุคคลที่ไม่ได้รับเชิญ
"คุณคินน์ครับ! เรื่องเอกสารลับที่คนของเราตามสืบเรื่องอุบัติเหตุครั้งนี้... เฮ้ย! ผมเข้ามาผิดเวลาหรือเปล่าเนี่ย?!"
ลูกน้องคนสนิทของคินน์ที่ถือวิสาสะพรวดพราดเข้ามาถึงกับเบรกเอี๊ยด อ้าปากค้าง ตาโตเท่าไข่ห่าน เมื่อเห็นภาพเจ้านายผู้ทรงอิทธิพลกำลังคร่อมร่างและทำท่าจะจูบกับคนป่วยบนเตียง
คินน์ชะงักกึก เส้นเลือดที่ขมับปูดโปนขึ้นมาทันทีด้วยความหงุดหงิดขีดสุด เขาดึงใบหน้ากลับมาอย่างรวดเร็ว หันขวับไปมองลูกน้องตัวดีด้วยสายตาดุดันที่พร้อมจะฆ่าคนได้ในสามวินาที
"แก..." คินน์เค้นเสียงลอดไรฟันด้วยความโมโหจัด "อยากตายคาตีนฉันตอนนี้เลยใช่ไหมไอ้...!"
เรนที่นอนมองเหตุการณ์ทั้งหมดถึงกับหลุดหัวเราะพรืดออกมาเบาๆ แม้จะเจ็บแผลที่ท้อง แต่ความบันเทิงตรงหน้ามันช่างถูกจังหวะเสียจนต้องแอบยกยิ้มมุมปาก
— ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมใจสั่นและลุ้นระทึกไปกับช่วงเวลาความเป็นความตายนี้ด้วยนะครับ! — ราชันย์หอกทมิฬ
ดีลลับฉบับตัวร้าย: อย่าท้าทายคนคลั่งรัก•ตอนที่ 35
ถ้าเธอเป็นอะไรไป
ผลงานโดย ราชันย์หอกทมิฬ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ราชันย์หอกทมิฬ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีลลับฉบับตัวร้าย: อย่าท้าทายคนคลั่งรัก นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!