กลิ่นอายจางๆ ของน้ำยาฆ่าเชื้อและกลิ่นอับของห้องพยาบาลวีไอพี ไม่ได้น่ารำคาญเท่ากับความจริงที่ว่า ข้อมือข้างขวาของผมถูกพันธนาการไว้ด้วยความเงียบงัน... และความอบอุ่นแปลกประหลาดที่แผ่ซ่านมาจากฝ่ามือของใครบางคน
เรนกะพริบตาถี่ๆ เพื่อขับไล่ความพร่ามัว ปรับโฟกัสภาพตรงหน้าให้ชัดเจน เพดานสีขาวสะอาดตาไม่ใช่ห้องใต้ดินมืดทึบที่เขาคาดคิดไว้หลังผ่านพ้นเหตุการณ์เฉียดตายเมื่อคืน สิ่งแรกที่สัมผัสได้คือความแห้งผากของลำคอและความปวดหนึบที่ขมับ ทว่าสิ่งที่ทำให้หัวใจกระตุกวูบไม่ใช่ความเจ็บปวดทางกาย แต่เป็นใบหน้าของคนที่ฟุบหลับอยู่ข้างเตียงต่างหาก
คินน์...
มาเฟียหนุ่มผู้ขึ้นชื่อเรื่องความเยือกเย็น ไร้หัวใจ และมือที่เปื้อนเลือด บัดนี้กลับมีสภาพยับเยินจนน่าตกใจ เสื้อเชิ้ตสีเข้มหลุดลุ่ย เนคไทถูกถอดโยนไว้บนโซฟา ขอบตาดำคล้ำบ่งบอกชัดเจนว่าไม่ได้นอนมาหลายสิบชั่วโมง และที่สำคัญที่สุด... มือใหญ่คู่นั้นกำลังกุมมือของเขาไว้แน่น ราวกับกลัวว่าหากคลายออกเพียงนิดเดียว คนบนเตียงจะหายวับไปกับตา
บ้าไปแล้ว... นี่เขาฝันร้ายซ้อนฝันร้ายอยู่หรือเปล่า
"ตื่นแล้วเหรอครับ..."
เสียงทุ้มต่ำที่แหบแห้งจนแทบฟังไม่ได้ศัพท์ดังขึ้น ทันทีที่เปลือกตาสสีเข้มคู่นั้นขยับเปิด ประกายความโล่งอกที่ฉายชัดอยู่ในดวงตาคู่นั้นทำเอาเรนถึงกับพูดไม่ออก มันไม่ใช่สายตาของนักล่าที่จ้องจะขย้ำเหยื่อ หรือสายตาเย่อหยิ่งจองหองแบบที่เขาคุ้นเคย แต่มันคือสายตาของคนที่เกือบสูญเสียสิ่งสำคัญที่สุดในชีวิตไป
เรนกลืนน้ำลายลงคอที่แห้งผาก พยายามดึงมือตัวเองกลับ แต่แรงกดที่ข้อมือกลับเพิ่มขึ้นอย่างนุ่มนวล ทว่าเด็ดขาด
"ปล่อย..." เสียงของเขาแหบพร่าแทบไม่เป็นภาษา "นายเล่นละครอะไรอีก คินน์? คิดจะบีบน้ำตาเรียกคะแนนสงสารจากฉัน หรือว่านี่คือแผนการจิตวิทยารูปแบบใหม่ของนาย?"
คินน์ไม่ได้โกรธ ไม่ได้ตอกกลับด้วยคำพูดร้ายกาจอย่างที่เคยเป็น มาเฟียหนุ่มเพียงแค่ถอนหายใจยาวนาน หลุบตาลงมองมือของพวกเขาที่ยังกุมกันอยู่ ก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตาด้วยแววตาที่เจ็บปวดจนเรนเผลอกลั้นหายใจ
"ผมไม่ได้เล่นละคร... และผมไม่เคยคิดจะใช้เรื่องแบบนี้มาล้อเล่นกับคุณ เรน" เสียงของคินน์สั่นพร่าเล็กน้อย เป็นความสั่นเทาที่หลุดรอดออกมาจากความหวาดกลัวที่เพิ่งผ่านพ้นไป "ขอโทษ... ผมขอโทษสำหรับทุกอย่าง"
คำว่า 'ขอโทษ' จากปากของมาเฟียผู้ทรงอิทธิพล ฟังดูราวกับเรื่องตลก... ตลกฝืดที่ชวนให้รู้สึกขนลุกมากกว่าจะซาบซึ้ง
เรนแค่นหัวเราะในลำคอ ดวงตาคู่คมฉายแววเย้ยหยันตามสัญชาตญาณการป้องกันตัว "หูฝาดไปหรือเปล่า? หรือสมองฉันกระทบกระเทือนจนเพ้อเจ้อ ผู้ชายอย่างคุณรู้จักคำว่าขอโทษเป็นด้วยเหรอ คินน์? นายมันคนเผด็จการ เอาแต่ใจตัวเองเป็นศูนย์กลางจักรวาล และเก่งแต่บังคับคนอื่น... นายจะมาสำนึกผิดตอนนี้ มันไม่ตลกไปหน่อยรึไง"
ปกติแล้ว คำพูดเชือดเฉือนแบบนี้จะต้องเรียกเสียงหัวเราะเยาะหรือประโยคสวนกลับเจ็บแสบจากคนฟังทันที แต่วันนี้... คินน์เพียงแต่นั่งนิ่งเงียบ ปล่อยให้เรนพ่นพิษใส่โดยไม่มีการขัดขวาง แววตาคู่นั้นนอกจากความสำนึกผิดแล้ว ยังมีความเปราะบางบางอย่างที่เรนไม่เคยคิดว่าจะได้เห็นจากผู้ชายคนนี้
"คุณจะด่า จะทุบตี หรือจะเกลียดผมยังไงก็ได้ทั้งนั้นครับ..." คินน์เอ่ยเสียงเบาหวิว มือข้างที่ว่างเอื้อมขึ้นมาหมายจะแตะปอยผมที่ปรกหน้าผากของคนป่วย แต่แล้วก็ชะงักค้างกลางอากาศ ค่อยๆ ลดมือลงราวกับกลัวว่าเรนจะรังเกียจ "ขอแค่คุณฟื้นขึ้นมา... ขอแค่คุณยังอยู่ตรงนี้ จะให้ผมกราบขอร้องคุณ ผมก็ทำได้"
บรรยากาศในห้องพยาบาลเงียบงันลงทันที มีเพียงเสียงเครื่องวัดอัตราการเต้นของหัวใจที่ดังสม่ำเสมอเป็นฉากหลัง เรนจ้องมองใบหน้าของอีกฝ่ายอย่างพินิจพิเคราะห์ สมองอันชาดฉลาดพยายามประมวลผลสถานการณ์ตรงหน้าอย่างรวดเร็ว
นี่ไม่ใช่คินน์คนเดิม...
คินน์คนเดิมจะไม่ยอมก้มหัวให้ใคร จะไม่มีทางแสดงความอ่อนแอออกมาให้ใครเห็นเด็ดขาด โดยเฉพาะอย่างยิ่งต่อหน้าเขา... คนที่เคยประกาศกร้าวว่าเป็นศัตรูหัวใจและคู่ปรับตลอดกาล
ความเปลี่ยนแปลงนี้มันกะทันหันเกินไปจนน่ากลัว หรือนี่คือกับดักบทใหม่ที่ลึกล้ำยิ่งกว่าเดิม?
"นายต้องการอะไรกันแน่ คินน์?" เรนหรี่ตามองอย่างระแวง แม้ร่างกายจะอ่อนแอ แต่สัญชาตญาณดิบในตัวกลับตื่นตัวเต็มที่ "เลิกเล่นเกมประสาทนี่สักที มีอะไรก็พูดตรงๆ ถ้าจะฆ่าฉันให้ตายสนิท ก็ลงมือซะตอนนี้เลย ไม่ต้องมาทำเป็นบีบน้ำตาอยู่ข้างเตียงให้มันน่ารำคาญ"
คินน์หลับตาลงช้าๆ สูดหายใจเข้าลึกเพื่อระงับความสั่นไหวในอก เมื่อลืมตาขึ้นอีกครั้ง แววตาคู่นั้นก็มีความมุ่งมั่นบางอย่างฉายชัดขึ้นมาแทนที่ความอ่อนล้า
"ผมไม่ได้เล่นเกม และผมไม่ได้อยากฆ่าคุณ..." คินน์ขยับตัวเข้าไปใกล้ขึ้นอีกนิด กลิ่นกายสะอาดเจือกลิ่นบุหรี่จางๆ ลอยเข้าจมูก "สิ่งที่ผมต้องการมีแค่เรื่องเดียว... ตั้งแต่แรก และจะตลอดไป"
เรนขมวดคิ้วมุ่น "อะไร?"
"คือการได้เห็นคุณปลอดภัย... และอยู่ข้างๆ ผม" คินน์ตอบเสียงทุ้มต่ำ หนักแน่น และจริงจังจนเรนรู้สึกเหมือนหายใจไม่ทั่วท้อง "ผมรู้ว่าผมเคยทำร้ายความรู้สึกคุณ ผมรู้ว่าคำพูดของผมมันแย่แค่ไหน และผมรู้ว่ากำแพงที่คุณสร้างขึ้นมามันหนาแค่ไหน... แต่เรนครับ ให้โอกาสผมอีกสักครั้งเถอะ ให้ผมได้พิสูจน์ว่าคนๆ นี้... พร้อมจะแลกทุกอย่างเพื่อปกป้องคุณ"
หัวใจของเรนกระตุกวูบอย่างแรง คำพูดเหล่านั้นไม่ใช่คำขู่ ไม่ใช่การบังคับขู่เข็ญ แต่มมันคือคำสารภาพที่กลั่นออกมาจากก้นบึ้งของความรู้สึก และนั่นแหละ... คือสิ่งที่อันตรายที่สุดสำหรับเกราะป้องกันหัวใจที่เขาเพียรสร้างมาแรมปี
เขากำลังหวั่นไหว... เขารู้ตัวดี และนั่นทำให้เรนรู้สึกหงุดหงิดตัวเองเป็นที่สุด
"นายมันบ้าไปแล้วจริงๆ..." เรนเบือนหน้าหนีไปทางหน้าต่าง พยายามซ่อนรisร้าวและความสั่นไหวในดวงตา "คนอย่างคินน์ไม่มีทางเปลี่ยนตัวเองเพื่อใครหรอก นายแค่ไม่คุ้นกับการเป็นผู้แพ้ต่างหาก เลิกเพ้อเจ้อแล้วปล่อยฉันกลับบ้านซะ"
"ผมไม่ปล่อย..."
น้ำเสียงนั้นเปลี่ยนเป็นความดุดันขึ้นมาเล็กน้อยตามสัญชาตญาณดิบของมาเฟีย ก่อนที่เรนจะทันได้หันกลับมาต่อปากต่อคำ ร่างสูงใหญ่ของคินน์ก็โน้มตัวลงมาประชิด ขอบเขตระยะห่างถูกลดทอนลงจนแทบไม่เหลือพื้นที่ เรนตกใจจนเผลออ้าปากจะต่อว่า แต่ทว่า...
แกร๊ก!
เสียงเปิดประตูกระชากความสนใจของทั้งคู่ให้หันขวับไปมองพร้อมกัน ร่างของบอดี้การ์ดคนสนิทพุ่งพรวดเข้ามาด้วยสีหน้าตื่นตระหนก ราวกับโลกกำลังจะแตก
"นายครับ! แย่แล้วครับ! ทางด้านตระกูลใหญ่ส่งคนบุกเข้ามาล้อมตึกพยาบาลนี้ไว้หมดแล้วครับ! พวกมันบอกว่า..." บอดี้การ์ดกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก "...มาเพื่อรับตัวคุณเรนกลับไป!"
ดวงตาของคินน์แปรเปลี่ยนเป็นสีนิลเข้มจัดในเสี้ยววินาที รังสีความอำมหิตและไอสังหารแผ่ซ่านออกมาจากร่างกายน่ากลัวยิ่งกว่าเดิม จนเรนยังต้องผวา
— ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมใจสั่นและลุ้นระทึกไปกับความเข้มข้นนี้ด้วยนะครับ! — ราชันย์หอกทมิฬ
ดีลลับฉบับตัวร้าย: อย่าท้าทายคนคลั่งรัก•ตอนที่ 36
การตื่นจากฝันร้าย
ผลงานโดย ราชันย์หอกทมิฬ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ราชันย์หอกทมิฬ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีลลับฉบับตัวร้าย: อย่าท้าทายคนคลั่งรัก นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!