กลิ่นอเลือดจางๆ และควันดินปืนที่ยังคละคลุ้งอยู่ในห้องโถงกว้างของโกดังร้างริมอ่าว ไม่ได้ทำให้เรนรู้สึกระคายเคืองแม้แต่น้อย ในทางกลับกัน... ความเงียบสงบที่ถูกชำระล้างจนสะอาดหมดจดหลังจากกลุ่มคนชุดดำนับสิบชีวิตถูกจัดการจนราบคาบ กลับสร้างความปลอดโปร่งในอกอย่างที่เขาไม่ได้สัมผัสมานานหลายปี
อดีตที่เคยตามหลอกหลอน เงามืดของตระกูลเก่าที่พยายามบดขยี้เขาให้จมดิน และพวกสวะที่เคยหัวเราเยาะบนความพินาศของเขา บัดนี้... กองอยู่แทบเท้าในสภาพที่ไม่ต่างจากเศษขยะ
“หมดปัญหาแล้วนะคนเก่ง”
เสียงทุ้มต่ำที่คุ้นหูดังขึ้นจากด้านหลัง พร้อมกับสัมผัสอุ่นจัดของปลายนิ้วที่เอื้อมมาเกลี่ยเส้นผมชื้นเหงื่อออกจากกรอบหน้าให้เรนอย่างเบามือ คินน์ในชุดสูทสีเข้มที่ยับย่นเล็กน้อยจากการเคลื่อนไหว ปรายตามองร่างของอดีตหุ้นส่วนธุรกิจผู้ทรยศที่นอนหมดสภาพอยู่บนพื้น ก่อนจะดึงสายตากลับมาหยุดอยู่ที่ใบหน้าเนียนของคนตัวเล็กกว่าด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความรู้สึกอัดแน่น
เรนแค่นหัวเราะในลำคอ ดวงตากลมโตคมกริบตวัดมองคินน์อย่างไม่ยอมแพ้ แม้ในยามที่หัวใจของเขาเต้นรัวจนแทบจะทะลุออกมานอกอกด้วยฤทธิ์ของความใกล้ชิด
“คุณนี่มัน... มือไวใจเร็วตลอดเวลาเลยนะคินน์ คนพวกนั้นยังไม่ได้สารภาพอะไรหมดเลยด้วยซ้ำ”
“ผมไม่สนใจว่าพวกมันจะเห่าอะไรออกมาอีก สิ่งเดียวที่ผมสนใจคือความปลอดภัยของคุณ และ...” คินน์เว้นจังหวะ ก้าวเข้าไปประชิดตัวจนแผ่นหลังของเรนเกือบจะแนบชิดกับผนังเย็นเฉียบ “...การเคลียร์พื้นที่ตรงนี้ เพื่อที่เราจะได้เริ่มต้นชีวิตใหม่แบบไม่มีใครหน้าไหนกล้าเข้ามายุ่งอีก”
ระยะห่างระหว่างเขาทั้งสองสั้นลงจนแทบไม่มีอากาศแทรกผ่าน เรนเงยหน้าขึ้นสบตาอีกฝ่าย ดวงตาคู่สวยฉายแววไหวระริกเพียงเสี้ยววินาที—เสี้ยววินาทีที่เต็มไปด้วยความทรงจำอันเจ็บปวดจากอดีตที่ค่อยๆ ถูกลบเลือนด้วยความอบอุ่นจากมือใหญ่ที่ประคองแก้มของเขาไว้
“คุณคลั่งรักแบบนี้ทุกครั้งที่จัดการศัตรูเสร็จหรือเปล่า?” เรนจงใจเอ่ยด้วยน้ำเสียงยั่วเย้า ปลายลิ้นดันกระพุ้งแก้มเล็กน้อยเพื่อซ่อนความเขินอายที่กำลังตีตื้นขึ้นมา
“เฉพาะกับคุณคนเดียว” คินน์ตอบกลับทันควัน น้ำเสียงจริงจังจนน่าหมั่นไส้ “ผมรอวันนี้มานานแค่ไหน คุณก็รู้... วันที่เราจะได้สลัดโซ่ตรวนพวกนั้นทิ้ง และปล่อยให้ผมได้ดูแลคุณอย่างเต็มภาคภูมิเสียที”
คำพูดเรียบง่ายแต่ทรงพลังนั้นทำเอาเรนพูดไม่ออก ความรู้สึกต่อต้านที่เคยมีถูกหลอมละลายจนหมดสิ้น กำแพงในใจที่สร้างขึ้นมาเพื่อปกป้องตัวเองจากความเจ็บปวดพังทลายลงในชั่วพริบตา เหลือเพียงความจริงใจและไออุ่นจากผู้ชายตรงหน้า—มาเฟียผู้เย่อหยิ่งและเย็นชาต่อคนทั้งโลก แต่กลับยอมสยบแทบเท้าเขาเพียงคนเดียว
เรนหลบสายตา วางมือเรียวลงบนแผงอกกว้างของอีกฝ่ายเบาๆ สัมผัสได้ถึงจังหวะหัวใจที่เต้นรัวไม่แพ้กัน
“ปากหวานแบบนี้... ตั้งแต่เมื่อไหร่กัน”
“ตั้งแต่แรกเห็น... แต่คุณมันดื้อด้านเกินกว่าจะยอมรับฟัง” คินน์กระซิบชิดริมหู น้ำเสียงแหบพร่าสร้างความสั่นสะท้านไปถึงสันหลัง “ทีนี้... หมดเรื่องกวนใจแล้ว เรากลับบ้านกันเถอะนะ”
เรนพยักหน้ารับเบาๆ เป็นครั้งแรกที่เขายอมจำนนต่อความรู้สึกของตัวเองอย่างแท้จริง อดีตที่เลวร้ายถูกทิ้งไว้เบื้องหลัง พร้อมกับคราบเลือดและหยาดเหงื่อในโกดังแห่งนี้ สิ่งที่รออยู่เบื้องหน้าคืออนาคตที่เขาสามารถก้าวเดินเคียงข้างคนคนนี้ได้อย่างมั่น2
ทว่า... ในจังหวะที่คินน์กำลังจะโน้มใบหน้าลงมาประทับริมฝีปากเพื่อปิดท้ายค่ำคืนอันยาวนาน เสียงฝีเท้าหนักหน่วงนับสิบก็ดังขึ้นกะทันหันจากทางประตูทางเข้าที่พังเสียหาย
ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!
ไม่ใช่เสียงฝีเท้าของลูกน้องฝั่งคินน์ และไม่ใช่เสียงของตำรวจ... แต่เป็นเสียงตบมือช้าๆ จังหวะเย็นเยียบที่แฝงไปด้วยความเย้ยหยัน
“ช่างเป็นภาพที่น่าประทับใจเสียจริง... พระเอกกับนายเอกในละครฉากสุดท้าย”
เสียงทุ้มต่ำและเย็นชาจนน่าขนลุกดังขึ้น พร้อมกับการปรากฏตัวของร่างสูงโปรดในเงาสลัวของประตู เรนและคินน์ผละออกจากกันในทันสัญชาตญาณ ดวงตาคมของคินน์หรี่แคบลงด้วยความระแวดระวัง ขณะที่เรนหน้าซีดเผือดลงทันทีเมื่อเห็นใบหน้าของผู้ที่ก้าวเข้ามา
คนคนนั้น... ควรจะตายไปในกองเพลิงเมื่อห้าปีก่อนแล้วไม่ใช่หรือไง?
— ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมใจสั่นและลุ้นระทึกไปกับความเข้มข้นนี้ด้วยนะครับ! — ราชันย์หอกทมิฬ
ดีลลับฉบับตัวร้าย: อย่าท้าทายคนคลั่งรัก•ตอนที่ 37
ลบล้างอดีตที่เลวร้าย
ผลงานโดย ราชันย์หอกทมิฬ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ราชันย์หอกทมิฬ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีลลับฉบับตัวร้าย: อย่าท้าทายคนคลั่งรัก นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!