รอยยิ้มพราวเสน่ห์ของ ‘กรณ์’ ทายาทกลุ่มบริษัทนำเข้ารถยนต์หรูไม่ได้ทำให้เรนรู้สึกระคายเคืองเท่ากับการที่ประโยคยั่วเย้าจากตอนก่อนยังคงดังก้องอยู่ในโสตประสาท *“หรือว่าติดใจรสชาติความเจ็บปวดแบบเดิมกันแน่ล่ะครับ?”*
เรนแค่นหัวเราะในลำคอเบาๆ ขณะยกแก้วไวน์ขึ้นจิบเพื่อกลบเกลื่อนความหงุดหงิดที่ตีรวนอยู่ในอก ดวงตากลมโตคู่สวยกวาดตามองบรรยากาศรอบกายของงานเลี้ยงการกุศลสุดเอ็กซ์คลูซีฟ ก่อนจะปะทะเข้ากับร่างสูงสง่าในชุดสูทสั่งตัดเข้ารูปของ ‘คินน์’ ที่ยืนตีสีหน้าเรียบเฉยอยู่ฟากหนึ่งของห้องโถง แม้สายตาคู่นั้นจะทอดมองมาทางนี้ราวกับไม่สนใจไยดี แต่เรนรู้ดีว่าเสือร้ายตัวนี้กำลังซ่อนเล็บแหลมคมเอาไว้ใต้ท่าทีเยือกเย็น
“คุณเรนสนใจรถสปอร์ตคันใหม่รุ่นที่ผมเพิ่งนำเข้าไหมครับ? ผมว่ามันเหมาะกับคนปราดเปรียวอย่างคุณดีนะ” กรณ์เอ่ยขึ้นพร้อมกับขยับตัวเข้ามาประชิดอีกนิด น้ำเสียงนุ่มนวลเจือความพยายามจีบอย่างออกนอกหน้า
เรนชะงักมือที่กำลังหมุนแก้วไวน์ ดวงตาคู่คมหรี่ลงเล็กน้อยด้วยความระแวดระวัง “ขอบคุณนะครับคุณกรณ์ แต่ผมพอใจกับรถคันเดิมที่ขับอยู่แล้ว… และที่สำคัญ ผมไม่ชอบลองของใหม่ถ้าของเก่ามันยังใช้งานได้ดีไม่มีที่ติ”
คำพูดกำกวมที่แฝงนัยยะเปรียบเปรยทำให้อีกฝ่ายหัวเราะร่วนอย่างชอบใจ โดยไม่ทันสังเกตเลยว่าบรรยากาศรอบตัวรัศมีรัตติกาลของใครบางคนกำลังแผ่ขยายความหนתแน่นจนน่ากลัว
“แต่บางที การเปลี่ยนบรรยากาศก็ทำให้ชีวิตมีสีสันขึ้นนะครับ… เหมือนกับที่ใครหลายคนคาดไม่ถึงว่าคนระมัดระวังตัวอย่างคุณ จะยอมตกเป็นเบี้ยล่างของ—”
“ถ้าพูดมากเกินไป ลิ้นของคุณอาจจะไม่มีโอกาสได้ลิ้มรสไวน์ราคาแพงแก้วนี้อีกเลยก็ได้นะครับ”
น้ำเสียงทุ้มต่ำแต่เย็นเยียบราวน้ำแข็งขั้วโลกดังแทรกขึ้นกลางปล้อง ทำเอาเสียงหัวเราะของกรณ์สะดุดกึก เรนเบิกตากว้างขึ้นเล็กน้อยเมื่อเงาตะคุ่มของร่างสูงใหญ่ก้าวเข้ามาหยุดยืนซ้อนอยู่ด้านหลัง แรงกดดันมหาศาลแผ่พุ่งออกมาจากตัวของคินน์จนแทบทำให้รอบข้างเงียบกริบลงทันตาเห็น
กรณ์หันไปมองผู้มาใหม่ด้วยรอยยิ้มเจื่อนลง “อ้าว… คุณคินน์ ไม่คิดว่าจะสนใจเรื่องวงสนทนาของเรานะครับ”
คินน์ไม่ได้ปรายตาแลกรณ์แม้แต่น้อย ดวงตาคมกริบราวกับใบมีดจ้องเขม็งไปที่เรนคนเดียว มือหนายื่นออกไปคว้าข้อมือเรียวของคนตัวเล็กกว่าเอาไว้ด้วยแรงที่มากพอจะทำให้รู้สึกเจ็บแปลบ แต่กลับทะนุถนอมไม่ยอมให้ผิวเนียนช้ำแม้แต่น้อย
“ขอตัวเรนก่อนนะครับ พอดีเรามี ‘ธุระส่วนตัว’ ที่ต้องเคลียร์กันให้รู้เรื่อง” คินน์เอ่ยเสียงเรียบ แต่แววตาที่จ้องมองเรนนั้นเต็มไปด้วยประกายไฟแห่งความหึงหวงที่พุ่งพล่านจนแทบปิดไม่มิด
เรนพยายามบิดข้อมือออกจากการเกาะกุม แต่แรงหนีบของอีกฝ่ายกลับแน่นหนายิ่งกว่าคีมเหล็ก “ปล่อยนะครับคุณคินน์ ผมคุยธุระอยู่กับคุณกรณ์ คุณไม่มีสิทธิ์มาลากตัวผมไปไหนตามอำเภอใจนะ!”
“ไม่มีสิทธิ์เหรอ?” คินน์ทวนคำเสียงต่ำ ดวงตาคมเข้มดุดันขึ้นจนน่ากลัว เขาโน้มใบหน้าลงมาใกล้จนปลายจมูกเกือบจะชนกัน ลลมหายใจอุ่นร้อนปะทะเข้ากับแก้วเนียนจนเรนต้องเผลอกลั้นหายใจ “เมื่อกี้คุณพูดอะไรกับมันบ้าง… หืม? สนใจรถสปอร์ต หรือว่าสนใจ ‘คน’ ที่เอาแต่ตามตื๊อคุณอยู่กันแน่ครับ คุณเรน”
คำพูดตัดพ้อแกมประชดประชันที่เล็ดลอดออกมาจากริมฝีปากหยักลึก ทำเอาเรนถึงกับชะงักไปชั่วขณะ หัวใจดวงน้อยเต้นระรัวผิดจังหวะ ไม่ใช่เพราะความกลัว… แต่เป็นเพราะประกายความหึงหวงที่ฉายชัดอยู่ในดวงตาคู่นั้นต่างหาก มันเปิดเผยเสียจนคนปากแข็งอย่างคินน์แทบจะปิดบังไม่ไหว
“คุณบ้าไปแล้วหรือไงครับ มาหึงอะไรผมตรงนี้ คนมองกันทั้งงานแล้วนะ!” เรนกระซิบลอดไรฟันด้วยความเคือง พยายามดันแผงอกกว้างให้ออกจากตัว แต่คินน์กลับยิ่งก้าวเข้ามาเบียดชิดจนแผ่นหลังของเขาชนเข้ากับเสาหินอ่อนด้านหลังโดยไม่มีทางหนี
“หึงเหรอ? ใครบอกว่าผมหึง” คินน์ปฏิเสธเสียงแข็ง ทั้งที่ใบหน้าคมคายบึ้งตึงจนแทบจะหยดเป็นน้ำแข็ง “ผมแค่ไม่อยากให้คนของผมไปเสียเวลากับเศษสวะที่ไม่มีค่าต่างหาก”
“ผมไม่ใช่คนของคุณ!” เรนตอกกลับทันควัน นัยน์ตาส่อแววพยศท้าทาย “อย่ามาเหมาเข่งตามอำเภอใจนะคุณคินน์ ปล่อยผมเดี๋ยวนี้!”
“ถ้าบอกว่าไม่ใช่… แล้วทำไมเมื่อกี้ถึงยืนยิ้มให้มันนักล่ะครับ?” คินน์กระซิบเสียงพร่า ริมฝีปากหนาเฉียดผ่านใบหูขาวจัดจนเรนสะท้านเฮือก ขนลุกชันไปทั่วร่าง “คุณก็รู้ว่าผมเกลียดเวลาที่มีใครมามองของๆ ผมด้วยสายตาแบบนั้น… และถ้าคุณยังดื้อดึงทำตัวน่าตีแบบนี้อีกนิดเดียวล่ะก็… ผมจะลากคุณขึ้นรถแล้วพาไป ‘ลงโทษ’ ในแบบที่คุณไม่มีวันลืมเลยทีเดียว”
ภัยคุกคามที่เจือความปรารถนารุนแรงทำเอาเรนพูดไม่ออก ใบหน้าร้อนผ่าวขึ้นมาดื้อๆ ความโกรธที่เคยมีถูกแทนที่ด้วยความปั่นป่วนในท้องอย่างประหลาด ผู้ชายคนนี้นับวันยิ่งอันตรายต่อหัวใจเขามากขึ้นเรื่อยๆ เสียแล้ว
ทว่า ในจังหวะที่หัวใจของทั้งคู่กำลังเต้นโครมครามท่ามกลางแรงดึงดูดอันมหาศาล เสียงปรบมือเบาๆ พร้อมกับน้ำเสียงคุ้นเคยก็ดังแทรกขึ้นจากด้านหลัง
“โอ๊ะ ดูเหมือนผมจะมาขัดจังหวะเวลาสวีทหวานของคุณสองคนหรือเปล่าครับเนี่ย… น่าอิจฉาจังนะครับที่รักกันปานจะกลืนกินแบบนี้”
เรนและคินน์ผละออกจากกันอย่างรวดเร็ว ดวงตาทั้งสองคู่หันขวับไปมองผู้มาใหม่พร้อมกัน และในเสี้ยววินาทีนั้นเอง สีหน้าของคินน์ก็เปลี่ยนจากความหึงหวงกลายเป็นความเยียบเย็นดุจน้ำแข็งแกะสลักทันที เมื่อพบว่าผู้ชายที่ก้าวเข้ามาใหม่ด้วยรอยยิ้มพราวระยับหาใช่ใครอื่น… แต่เป็น ‘อดีตคู่หมั้น’ ที่เรนพยายามหนีหน้ามาตลอดชีวิต
ขอบคุณที่ติดตามอ่านและร่วมลุ้นไปกับความสัมพันธ์ที่เริ่มเดือดดาลขึ้นทุกที แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้านะครับ
ดีลลับฉบับตัวร้าย: อย่าท้าทายคนคลั่งรัก•ตอนที่ 9
หึงจนหน้ามืด
ผลงานโดย ราชันย์หอกทมิฬ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ราชันย์หอกทมิฬ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีลลับฉบับตัวร้าย: อย่าท้าทายคนคลั่งรัก นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!