บรรยากาศในห้องรับรองส่วนท้ายของเพนต์เฮาส์หรูลดอุณหภูมิลดลงจนติดลบในเสี้ยววินาที รอยยิ้มพราวระยับของ ‘ธนวินท์’ อดีตคู่หมั้นที่เรนพยายามหนีหน้ามาตลอดชีวิต กำลังฉาบอยู่บนใบหน้าหล่อเหลาแบบคุณชายสำอาง ดวงตาสีน้ำตาลคู่0นั้นกวาดมองคินน์กับเรนที่ยืนประชิดกันจนแทบจะหลอมรวมเป็นร่างเดียวด้วยความรู้สึกสนุกสนาน
“โอ๊ะ… ผมคงเข้ามาขัดจังหวะอะไรสำคัญสินะครับ ต้องขอโทษด้วยจริงๆ” ธนวินท์เอ่ยกลั้วหัวเราะ น้ำเสียงนุ่มทุ้มที่เรนคุ้นเคยดีจนอยากจะยกเท้าขึ้นมาถีบให้พ้นสายตา
เรนสะดุ้งสุดตัว สติที่กระเจิดกระเจิงไปกับสัมผัสและกลิ่นกายอันคุ้นเคยของคินน์เมื่อครู่ดีดกลับเข้าร่างในทันที ร่างบางรีบดันแผงอกกว้างของมาเฟียหนุ่มออกห่างทันที แต่ทว่า… มือหนาของคินน์กลับไวกว่า เขากลับคว้าเอวบางเอาไว้แน่นราวกับคีมเหล็ก ไม่ยอมปล่อยให้เรนถอยหนีไปไหน แถมยังดึงรั้งเข้ามาแนบชิดกว่าเดิมเสียด้วยซ้ำ
ดวงตาคมกริบดุจเหยี่ยวของคินน์ไม่ได้หันไปมองผู้มาใหม่ทันที เขาก้มลงมองเรนที่กำลังส่งสายตาตื่นตระหนกปนด่วนจี๋มาให้ ก่อนที่ริมฝีปากหยักจะได้รูปจะกระตุกยิ้มเยียบเย็นจนน่ากลัว
“รู้ตัวก็ดีครับ” คินน์เอ่ยเสียงเรียบ แต่กดดันจนบรรยากาศรอบตัวแทบจะระเบิด “แต่ก็นั่นแหละ… คนบางคนมารยาททรามเสียจนไม่รู้ว่าเจ้าของสถานที่เขาไม่ต้อนรับ หมาตัวไหนที่หลุดเข้ามาในเขตหวงห้าม… คงต้องสั่งสอนให้รู้สำนึกเสียบ้าง”
ธนวินท์หุบยิ้มลงเล็กน้อยเมื่อโดนตบหน้าด้วยคำพูดเจ็บแสบ แต่ก็ยังรักษามารยาททางสังคมไว้ได้ด้วยการหัวเราะในลำคอ “ใจร้อนจังเลยนะครับ คุณคินน์… ผมก็แค่มารyดุสดีคู่ค้าทางธุรกิจ และบังเอิญได้ยินข่าวลือหนาหูว่าคู่หมั้นเก่าของผมกำลังตกเป็น ‘เบี้ยล่าง’ ในเกมธุรกิจของคุณ ก็เลยแวะมาดูให้เห็นกับตาก็เท่านั้นเอง”
คำว่า ‘คู่หมั้นเก่า’ ทำให้เรนหน้าซีดเผือดลงเล็กน้อย ความทรงจำอันน่าขยะแขยงในอดีตผุดวาบขึ้นมาในหัว การถูกหักหลัง การถูกมองเป็นแค่เครื่องมือทางการเมือง และการถูกทรยศจากคนที่เคยคิดจะฝากชีวิตไว้ มันคือแผลเป็นที่เรนใช้เวลาหลายปีในการสร้างกำแพงขึ้นมาปิดกั้น
เรนขยับตัวจะก้าวออกไปเผชิญหน้า แต่คินน์กลับขยับตัวบังร่างบางเอาไว้มิดชิด แผ่นหลังกว้างของมาเฟียหนุ่มเปรียบเสมือนโล่กำบังชั้นดีที่กันเรนออกจากสายตาคุกคามของธนวินท์อย่างสมบูรณ์
“คู่หมั้นเก่า?” คินน์ทวนคำ น้ำเสียงทุ้มต่ำแต่เต็มไปด้วยอำนาจมืดที่แผ่พุ่งออกมาจนธนวินท์ต้องขยับถอยหลังไปครึ่งก้าว “คุณคงจำสลับอะไรบางอย่างแล้วล่ะครับธนวินท์… คนที่ไม่มีค่าแม้แต่จะอยู่ในสายตา ต่อให้เคยมีสัญญาบ้าๆ นั่นค้ำคออยู่ มันก็เป็นแค่เศษกระดาษที่ผมฉีกทิ้งไปตั้งแต่วินาทีแรกที่ก้าวเข้ามาในชีวิตเรนแล้ว”
หัวใจของเรนกระตุกวูบ คำพูดของคินน์หนักแน่น เด็ดขาด และทรงพลังจนน่าประหลาดใจ ดวงตากลมโตมองแผ่นหลังกว้างนั้นด้วยความรู้สึกที่เริ่มสั่นไหวอย่างรุนแรง
ธนวินท์แค่นหัวเราะในลำคอ “ปากดีเสียจริงนะครับ… หวังว่าความมั่นใจของคุณจะอยู่รอดไปจนถึงวันลงนามสัญญาโปรเจกต์หมื่นล้านนะ” พูดจบ เจ้าตัวก็หันหลังเดินกลับออกไป พร้อมกับทิ้งเสียงหัวเราะเยาะเย้ยไว้เบื้องหลัง ประตูห้องรับรองปิดลงสนิท ความเงียบสงัดกลับมาปกคลุมอีกครั้ง แต่บรรยากาศกลับไม่เหมือนเดิม
เรนพ่นลมหายใจพรืดใหญ่ออกมาด้วยความโล่งอก ก่อนจะหันไปแยกเขี้ยวใส่ร่างสูงที่ยังคงยืนนิ่งสนิท “ปล่อยได้แล้วมั้งครับ! จะกอดไปถึงไหน หึงจนหน้ามืดหรือไงถึงไม่ยอมปล่อยสักที”
คินน์ค่อยๆ หันกลับมามอง ดวงตาคมกริบไหววูบไปชั่วขณะเมื่อได้ยินคำว่า ‘หึง’ แต่ใบหน้าหล่อเหลากลับยังคงตีสีหน้านิ่งเรียบเป็นเอกลักษณ์ มือหนายอมคลายออกจากเอวบางอย่างไม่เต็มใจนัก ก่อนจะก้าวเข้าไปประชิดตัวเรนอีกครั้งด้วยความเร็วที่ทำให้อีกฝ่ายถอยหลังไปจนติดกำแพง
“ใครหึง?” คินน์สวนกลับทันควัน เสียงทุ้มแหบพร่าอยู่ชิดริมฝีปากของเรน “ผมแค่แสดงความเป็นเจ้าของในสิ่งที่ ‘ควรจะเป็นของผม’ ก็เท่านั้น”
“พูดจาเพ้อเจ้ออะไรอีกแล้วนะครับ!” เรนเบือนหน้าหนีลมหายใจร้อนผ่าวที่เป่ารดอยู่ข้างแก้ม พยายามซ่อนความร้อนผ่าวที่ลามเลียขึ้นมาถึงใบหู “เราทำสัญญาแค่เรื่องธุรกิจ เรื่องแต่งงานกำมะลอเพื่อตบตากลุ่มทุนแค่นั้น อย่าอินกับบทบาทเกินเบอร์น่าคุณคินน์”
คินน์ไม่ตอบ เขายื่นมือข้างหนึ่งไปทาบกับผนังห้อง กั้นเรนเอาไว้ในอ้อมแขนกลายๆ ดวงตาคมกริบจ้องลึกเข้าไปในดวงตากลมโตราวกับจะค้นหาความจริงบางอย่าง บรรยากาศรอบตัวเริ่มอัดแน่นไปด้วยความตึงเครียดแบบใหม่—ความตึงเครียดที่เต็มไปด้วยแรงดึงดูดทางเพศและอารมณ์ดิบเถื่อนที่ถูกกดทับไว้
“ธุรกิจเหรอ?” คินน์ทวนคำ เสียงของเขาต่ำลงจนน่ากลัว “คุณคิดว่าตลอดเวลาที่ผ่านมา… ผมทำทั้งหมดนี่ แค่เพื่อผลกำไรในกระดาษแผ่นเดียวงั้นเหรอเรน?”
เรนชะงัก เงยหน้าขึ้นสบตากับคนตรง and พบความจริงจังที่สุกงอมอยู่ในนัยน์ตาคู่นั้น มันไม่ใช่สายตาของนักธุรกิจที่กำลังเจรจาต่อรอง แต่มันคือสายตาของนักล่าที่กำลังจดจ้องเหยื่อในกำมือ และไม่มีทางยอมปล่อยให้ใครหน้าไหนแย่งไปเด็ดขาด
“แล้วคุณต้องการอะไรล่ะครับ?” เรนเค้นเสียงถาม แม้หัวใจจะเต้นรัวจนแทบจะกระโดดออกมานอกอก “เงินทอง อำนาจ หรือต้องการเหยียบย่ำศักดิ์ศรีผมให้จมดินเหมือนที่คนพวกนั้นทำ?”
คินน์นิ่งไป อึดใจใหญ่ๆ ที่ความเงียบโรยตัวลงมา มีเพียงเสียงลมหายใจของคนทั้งคู่ที่ประสานกัน นิ้วเรียวหนาของมาเฟียหนุ่มยกขึ้นเกลี่ยปอยผมที่ตกลงมาปรกหน้าผากของเรนออกอย่างแผ่วเบา สัมผัสที่อ่อนโยนจนผิดวิสัยทำให้เรนตัวแข็งทื่อ
“ผมไม่ได้ต้องการเงิน… และไม่เคยคิดจะเหยียบย่ำคุณ” คินน์เอ่ยเสียงพร่า ริมฝีปากหยักเคลื่อนเข้าไปกระซิบชิดใบหูจนเรนรู้สึกขนลุกซู่ไปทั้งร่าง “สิ่งที่ผมต้องการ… คือการได้สิทธิขาดในการดูแลทุกลมหายใจของคุณต่างหากเรน… ผมต้องการให้คุณเป็นของผม ทั้งตัว… และหัวใจ”
คำสารภาพที่หลุดออกมาอย่างไร้การปรุงแต่ง ทำให้เรนสมองขาวโพลน คำพูดทุกคำหนักแน่นราวกับค้อนทั่งที่ตอกย้ำลงกลางใจ ความรู้สึกต่อต้านที่เคยมีพังทลายลงในพริบตา เหลือเพียงความวูบวาบแปลกประหลาดที่ตีรวนอยู่ในอก
นี่มัน… เกินกว่าที่ดีลธุรกิจจะกำหนดไว้ไกลโขแล้ว
เรนอ้าปากพะงาบๆ จะเถียงกลับด้วยคำพูดจิกกัดตามนิสัย แต่สมองกลับประมวลผลไม่ทันเมื่อปลายนิ้วของคินน์เคลื่อนลงมาแตะที่ริมฝีปากของเขาเบาๆ เป็นเชิงห้ามปราม
“ไม่ต้องพูดอะไรตอนนี้หรอครับ…” คินน์กระซิบแผ่วเบา ดวงตาคมกริบเป็นประกายวับวับ “ผมรู้ว่าคุณยังกลัว และผมก็รู้ว่าอดีตมันทำร้ายคุณมามากแค่ไหน… แต่จำไว้เรน ตั้งแต่วินาทีนี้เป็นต้นไป คุณมีผม… คนที่ต่อให้พลิกแผ่นดินหา ผมก็ไม่มีวันยอมปล่อยมือจากคุณเด็ดขาด”
ในจังหวะที่หัวใจของเรนกำลังจะยอมจำนนต่อบรรยากาศอันตึงเครียดและอบอุ่นในเวลาเดียวกันนั้นเอง…
*กริ๊ก!*
เสียงปลดล็อกรหัสประตูห้องรับรองส่วนตัวดังขึ้นอย่างกะทันหัน พร้อมกับบานประตูที่ถูกผลักเปิดออกผางโดยปราศจากการเคาะขออนุญาตใดๆ ทั้งสิ้น!
คินน์ผละออกจากร่างของเรนอย่างรวดเร็วด้วยสัญชาตญาณนักฆ่า ดวงตาดุดลุกโชนด้วยโทสะที่ถูกขัดจังหวะในเวลาสำคัญ เขาดึงเรนมาหลบไว้ด้านหลังทันที พร้อมกับตวัดสายตานิ่งสนิทไปยังผู้มาใหม่ที่ยืนหอบหายใจโยนอยู่ที่หน้าประตู
ร่างของหญิงสาวในชุดเดรสหรูหราเปียกปอนเล็กน้อยจากฝนด้านนอก ดวงตาคู่สวยเบิกกว้างด้วยความตกใจเมื่อเห็นสภาพของคินน์และเรนที่ยืนชิดกันจนน่าสงสัย ก่อนที่ริมฝีปากเคลือบลิปสติกสีแดงสดจะคลี่ยิ้มกว้างออกมาด้วยความระรื่น
“อุ๊ย… ฉันมาขัดจังหวะอะไรสำคัญหรือเปล่าคะคุณพี่ชาย… พอดีคุณแม่ฝากให้ฉันเอา ‘ของขวัญชิ้นพิเศษ’ มาส่งให้… ว่าที่พี่สะใภ้คนโปรดซะหน่อยน่ะค่ะ”
--------------------------------------------------
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่อยู่เคียงข้างและสนับสนุน "ราชันย์หอกทมิฬ" มาโดยตลอดนะครับ!
ดีลลับฉบับตัวร้าย: อย่าท้าทายคนคลั่งรัก•ตอนที่ 10
เส้นกั้นที่เริ่มเบลอ
ผลงานโดย ราชันย์หอกทมิฬ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ราชันย์หอกทมิฬ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีลลับฉบับตัวร้าย: อย่าท้าทายคนคลั่งรัก นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!