รอยยิ้มพาฝันที่ถูกเคลือบด้วยยาพิษหยดเล็กๆ กำลังแย้มกว้างอยู่ตรงกรอบประตูห้องรับแขก ประโยคเย้าแหย่ที่เจือกลิ่นอายของการจงใจป่วนประสาทดังขึ้นท่ามกลางบรรยากาศที่กำลังอวลไปด้วยความอึดอัดระหว่างคนสองคน ร่างระหงของน้องสาวต่างแม่ก้าวเข้ามาพร้อมกล่องของขวัญผูกโบสีแดงชาดในมือ ดวงตาระยิบระยับคู่นั้นกวาดมองสภาพที่ใกล้ชิดจนเกินงามของเรนและคินน์ด้วยความรู้สึกสนุกสนาน
"เชิญตามสบายเลยครับ พอดีผมกับว่าที่พี่สะใภ้ของคุณกำลัง... ตกลงเรื่องสัญญาทางธุรกิจกันอยู่พอดี"
คินน์เป็นฝ่ายทำลายความเงียบด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่งที่เจือความเย็นชา ทว่าดวงตาคมกริบกลับไหววูบด้วยความหงุดหงิดอย่างปิดไม่มิด ร่างสูงใหญ่ขยับตัวถอยห่างจากเรนเพียงครึ่งก้าว แต่กลิ่นอายความกดดันรอบตัวเขากลับไม่ได้จางหายไปไหนเลย
เรนลอบถอนหายใจยาวในใจ มือเรียวรีบจัดเสื้อผ้าที่ยับย่นเล็กน้อยให้เข้าที่อย่างรวดเร็วเพื่อรักษาฟอร์มของคนปากเก่ง ดวงตาคมกวาดมองผู้มาใหม่ด้วยความหมั่นไส้ระคนระแวง "ถ้าจะมาส่งของแล้วรีบกลับก็เชิญนะครับ คุณน้องสาวคนดี พอดีพวกเรากำลังคุยเรื่องซีเรียสกันอยู่ ไม่อยากต้อนรับแขกไม่ได้รับเชิญสักเท่าไหร่"
"แหม... ใจร้ายจังเลยนะคะ ว่าที่พี่สะใภ้" เปรมิกาหัวเราะคิกคักในลำคอ เดินลอยชายเข้ามาวางกล่องของขวัญลงบนโต๊ะกระจกตรงหน้า "คุณแม่บอกว่า ไหนๆ สองคนนี้ก็หมั้นกันตาม ‘ดีลลับ’ เพื่อผลประโยชน์ทางธุรกิจแล้ว ก็น่าจะมีของขวัญกระชับความสัมพันธ์สไตล์คู่รักข้าวใหม่ปลามันสักหน่อย... เปิดดูสคะ เผื่อมันจะช่วยให้สัญญาฉบับนี้... แน่นแฟ้นขึ้นจนดิ้นไม่หลุด"
สิ้นคำพูดนั้น เปรมิกาก็หมุนตัวเดินกลับออกไปพร้อมเสียงหัวเราะคิกคักทิ้งท้าย ปล่อยให้ความเงียบโรยตัวลงมาครอบคลุมห้องโถงอีกครั้งอย่างน่าอึดอัด
เรนหันกลับมามองกล่องของขวัญตรงหน้าด้วยความรู้สึกสังหรณ์ใจแปลกๆ นิ้วเรียวยื่นออกไปหมายจะเปิดดู แต่มือหนากลับคว้าข้อมือเขาเอาไว้เสียก่อน สัมผัสอุ่นจัดจากปลายนิ้วของคินน์ส่งผ่านผิวเนื้อจนเรนต้องสะดุ้งเล็กน้อย
"ไม่ต้องเปิด" คินน์เอ่ยเสียงต่ำ ดวงตาคมเข้มมองกล่องใรนั้นด้วยความระแวดระวังไม่แพ้กัน "ของจากคนบ้านนั้น ไม่มีอะไรที่เป็นมิตรหรอก"
"ปล่อยครับ... ผมดูเองได้" เรนพยายามบิดข้อมือออก แต่แรงบีบกระชับกลับมั่นคงเสียจนน่าหงุดหงิด "อีกอย่าง... เราควรกลับมาคุยเรื่องของเราให้เคลียร์ดีกว่าครับคุณคินน์ ก่อนที่แขกไม่ได้รับเชิญคนเมื่อกี้จะกลับมาสร้างความรำคาญอีก"
คินน์ถอนหายใจเฮือกใหญ่ ยอมปล่อยข้อมือบางเป็นอิสระ แต่ดวงตาคู่นั้นกลับจ้องลึกเข้ามาในดวงตาของเรนราวกับต้องการค้นหาคำตอบอะไรบางอย่าง "เรื่องของเรา... งั้นเหรอครับ? คุณหมายถึงเรื่องสัญญาที่บอกว่าเราจะหย่าขาดกันทันทีที่ครบกำหนดหนึ่งปี... หรือหมายถึงเรื่องที่เราเพิ่งเกือบจะจูบกันเมื่อกี้กันแน่ล่ะ, เรน"
คำถามตรงไปตรงมาจนน่าตกใจทำเอาเรนถึงกับชะงัก ลมหายใจสะดุดกกหนึ่ง จังหวะหัวใจที่เคยเต้นเป็นปรกติกลับรัวเร็วขึ้นอย่างไร้เหตุผล ใบหน้าหวานเชิดขึ้นตามสัญชาตญาณการป้องกันตัว "อย่าหลงประเด็นสครับคุณคินน์ เรากำลังพูดถึงข้อตกลง... และคุณก็รู้ดีว่าสถานะระหว่างเรามันคืออะไร"
"สถานะ?" คินน์ทวนคำ เสียงหัวเราะในลำคอดังขึ้นเบาๆ เป็นเสียงที่เต็มไปด้วยความเย้ยหยันในโชคชะตาและตัวเอง "คุณเรียการกระทำเมื่อครู่ว่าสัญญางั้นเหรอ เรน? คนที่เขาทำสัญญาทางธุรกิจกัน เขานั่งมองตากันด้วยความรู้สึกแบบเมื่อกี้หรือไง?"
เรนเม้มริมฝีปากแน่น ความรู้สึกต่อต้านตีตื้นขึ้นมาในอก ปมในอดีตที่เคยถูกหักหลังและมองว่าเป็นเพียงหมากตัวหนึ่งในเกมธุรกิจกรีดลึกเข้ามาในความทรงจำ เขาเกลียดความรู้สึกพ่ายแพ้ และเกลียดตัวเองที่มักจะใจเต้นแรงทุกครั้งที่อยู่ใกล้ผู้ชายคนนี้
"คุณก็แค่... อินกับบทบาทมากเกินไปต่างหากครับ" เรนเค้นเสียงพูดออกไป แม้ว่าเสียงจะสั่นเล็กน้อยอย่างควบคุมไม่ได้ "เราต่างก็มีเป้าหมายของตัวเอง คุณต้องการอำนาจ ส่วนผมต้องการอิสระ... เมื่อไหร่ก็ตามที่สัญญาจบลง เราต่างก็ต้องเดินคนละทาง คุณเองก็รู้ดีที่สุด"
บรรยากาศในห้องเย็นเยียบลงทันที คินน์เงียบไปนาน ดวงตาคมกราบกรานมองใบหน้าหวานที่กำลังพยายามสร้างกำแพงหนาเตอะขึ้นมาขวางกั้น ความเงียบงันที่น่าอึดอัดนี้ทำให้เรนหายใจไม่ทั่วท้อง
ร่างสูงใหญ่ก้าวเข้าไปประชิดตัวเรนอย่างรวดเร็วจนหลังของเรนชนเข้ากับพนักโซฟาโดยไม่มีทางหนี คินน์โน้มใบหน้าลงมาจนปลายจมูกแทบจะชนกัน ลมหายใจอุ่นร้อนปะทะเข้ากับแก้มเนียน กลิ่นน้ำหอมเฉพาะตัวของเขายิ่งทำให้สติของเรนกระเจิง
"ถ้าผมบอกว่า... ผมไม่ได้สนใจสัญญาบ้านั่นตั้งแต่แรกแล้วล่ะครับ" เสียงทุ้มต่ำเอמהกระซิบชิดริมฝีปาก แววตาของมาเฟียหนุ่มเต็มไปด้วยความคลั่งรักที่ดิบเถื่อนและจริงจังจนน่ากลัว "ถ้าผมบอกว่า... ดีลลับบ้าบออะไรนั่น มันถูกสร้างขึ้นมาเพื่อให้ผมได้ขังคุณไว้ข้างกายไปตลอดชีวิต... คุณจะว่ายังไง, เรน?"
เรนเบิกตากว้าง สมองขาวโพลนไปชั่วขณะ หัวใจเต้นโครมครามราวกับจะหลุดออกมานอกอก คำสารภาพที่หลุดออกมาจากปากของคนเย็นชาอย่างคินน์มันหนักหน่วงเกินกว่าจะรับไหว ริมฝีปากบางเผยอขึ้นเล็กน้อยเพื่อจะเอ่ยปฏิเสธหรือต่อว่าสักคำ แต่ยังไม่ทันที่เสียงใดจะหลุดลอดออกมา...
*กริ๊งงงงง!*
เสียงโทรศัพท์มือถือบนโต๊ะทำงานของคินน์แผדเสียงแหลมสูงทำลายบรรยากาศโรแมนติกที่กำลังสั่นคลอนลงอย่างไม่รู้เวล่ำเวลา คินน์ขมวดคิ้วด้วยความหงุดหงิดอย่างรุนแรง ดวงตาคมละจากใบหน้าของเรนไปชั่วขณะเพื่อชายตามองหน้าจอที่สว่างวาบ
แต่ทว่า... เพียงแค่หางตาเหลือบไปเห็นชื่อที่ปรากฏอยู่บนหน้าจอโทรศัพท์ ร่างกายของมาเฟียหนุ่มก็ชะงักกึก บรรยากาศรอบตัวเปลี่ยนจากความร้อนรุ่มกลายเป็นความเย็นเยียบราวน้ำแข็งในเสี้ยววินาที
เรนสังเกตเห็นความผิดปกติในแววตาของคินน์ได้อย่างชัดเจน หัวใจที่เคยเต้นรัวด้วยความเขินอายกลับกระตุกวูบด้วยความสังหรณ์ใจประหลาด
"ใครโทรมาเหรอครับ..." เรนเอ่ยถามเสียงแผ่ว พยายามจะขยับถอยห่าง แต่คินน์กลับคว้าข้อแขนเขาเอาไว้แน่นเสียจนเจ็บ
คินน์หันกลับมามองหน้าเรน ชั่วขณะนั้น... แววตาของเขาไม่ได้มีแต่ความคลั่งรักอีกต่อไปแล้ว แต่มันเจือด้วยความระแวงและประกายตาคมกริบของนักล่าที่เพิ่งรู้ตัวว่ากำลังติดกับดักบางอย่าง
"สายจากคน... ที่ไม่ควรจะรู้ว่าผมอยู่ที่นี่ตอนนี้" คินน์เอ่ยเสียงลอดไรฟัน ก่อนจะกดรับสายแล้วกรอกเสียงนิ่งสนิทลงไป "ว่าไง..."
ทว่าเสียงปลายสายที่ดังลอดออกมาจากลำโพงออโตเมติกโดยที่คินน์ยังไม่ทันได้กดตัดเสียง กลับทำให้เรนต้องหยุดหายใจไปสนิท
--- *“คุณคินน์คะ... แย่แล้วล่ะค่ะ... ตอนนี้คุณพ่อ... กำลังรื้อเอกสารลับในห้องทำงานของคุณ... และท่านเจอ ‘สัญญาฉบับจริง’ ที่คุณทำไว้กับคนๆ นั้นแล้วค่ะ!”* ---
---
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาใจฟูและลุ้นไปกับความสัมพันธ์พังๆ แต่คลั่งรักคู่นี้ด้วยกันเสมอนะครับ
ดีลลับฉบับตัวร้าย: อย่าท้าทายคนคลั่งรัก•ตอนที่ 11
ข้ออ้างของคนใจร้าย
ผลงานโดย ราชันย์หอกทมิฬ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ราชันย์หอกทมิฬ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีลลับฉบับตัวร้าย: อย่าท้าทายคนคลั่งรัก นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!