ดีลลับฉบับตัวร้าย: อย่าท้าทายคนคลั่งรัก•ตอนที่ 12

เมื่อหัวใจเริ่มหวั่นไหว

ผลงานโดย ราชันย์หอกทมิฬ
แก้วกาแฟเซรามิกสีดำด้านวางกระทบกับโต๊ะหินอ่อนในห้องทำงานส่วนตัวเกิดเสียงทึบเบา ๆ ทว่าในความเงียบงันของห้องเพนต์เฮาส์หรูใจกลางเมือง เสียงนั้นกลับดังชัดเจนจนคนรักษามารยาทอย่างเรนต้องชำเลืองมอง ชายหนุ่มในชุดสูทเนื้อดีที่เพิ่งถอดเสื้อนอกพาดไว้บนพนักเก้าอี้กำลังยืนปลดกระดุมข้อมืออย่างใจเย็น คินน์ไม่ได้เอ่ยปากทักทายสักคำตั้งแต่ก้าวเท้าเข้าห้อง แต่ความคุ้นชินบางอย่างกลับทำให้เรนรู้ว่า อีกฝ่ายกำลังรอให้กาแฟแก้วโปรดของตัวเองอุ่นพอดี — ซึ่งเป็นหน้าที่ที่เขาเผลอทำมันติดต่อกันมาเกือบสัปดาห์แล้ว น่าหงุดหงิดชะมัด เรนกลอกตาเล็กน้อยขณะยกแก้วกาแฟของตัวเองขึ้นจิบเพื่อกลบเกลื่อนความรู้สึกแปลกประหลาดในอก เขาเกลียดความจริงที่ว่าตัวเองเริ่มจำได้แม่นยำว่าคินน์ชอบกาแฟคั่วกลางแบบไหน ชอบอุณหภูมิที่พอเหมาะขนาดไหน และที่แย่ยิ่งกว่าคือ... เขารู้สึกหงุดหงิดทุกครั้งที่เห็นคินน์กลับห้องช้ากว่าเวลาเดิมสิบหนาที "มองหน้าผมแบบนั้น มีอะไรติดอยู่บนหน้าหรือไงครับคุณตัวร้าย" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นเรียบ ๆ พร้อมกับร่างสูงที่ทิ้งตัวลงนั่งบนโซฟาตัวยาวตรงข้าม ดวงตาคมกริบมองตรงมาที่เรนด้วยแววตาระยับที่ซ่อนความเจ้าเล่ห์เอาไว้มิดชิด "เปล่า แค่กำลังคิดว่าห้องนี้ชักจะแคบเกินไปสำหรับคนตัวใหญ่ ๆ อย่างคุณแล้วล่ะมั้ง คินน์" เรนตอบกลับทันควัน น้ำเสียงเจือความประชดประชันตามนิสัย ปากเรียวบางเชิดขึ้นเล็กน้อยอย่างคนที่ไม่เคยคิดจะยอมลงให้ใครง่าย ๆ "แคบเหรอครับ?" คินน์ทวนคำ มุมปากหยักยกยิ้มขึ้นนิด ๆ "แต่ผมกลับรู้สึกว่าช่วงนี้มันกว้างเกินไปด้วยซ้ำ เวลาที่ผมต้องออกไปทำงานข้างนอกแล้วปล่อยให้คุณอยู่คนเดียวที่นี่" คำพูดหน้าตายแต่แฝงความนัยชัดเจนทำเอาเรนสำลักกาแฟเกือบพ่นออกมา เขาสำลักเบา ๆ จนต้องรีบวางแก้วลงแล้วคว้าทิชชู่มาเช็ดปาก ใบหน้าเนียนขึ้นสีแดงระเรื่อด้วยความเคืองปนเขินที่ห้ามไม่อยู่ "พูดจาอะไรไม่เข้าท่า ใครบอกว่าผมรอคุณอยู่กันล่ะ อย่าหลงตัวเองให้มันมากนักเลย" "ผมยังไม่ได้พูดสักคำเลยนะครับว่าคุณรอผม" คินน์เลิกคิ้วขึ้นอย่างกวนประสาท ดวงตาคมกวาดมองท่าทางร้อนรนนั้นด้วยความเอ็นดูที่ฉายชัดจนปิดไม่มิด "แต่ถ้าคุณร้อนตัวขนาดนี้... แสดงว่าที่ผมคิด มันถูกเผงเลยสินะครับ" "คุณนี่มัน..." เรนกัดฟันกรอด อยากจะคว้าแฟ้มเอกสารบนโต๊ะปาใส่หน้าหล่อเหลานั้นให้หายหมั่นไส้ แต่ติดที่ว่าช่วงหลังมานี้ เขารู้สึกว่าการต่อปากต่อคำกับคินน์ไม่ได้ช่วยให้เขาชนะเลยสักครั้ง มีแต่จะทำให้หัวใจเจ้ากรรมเต้นผิดจังหวะทุกที ให้ตายเถอะ เรนพบว่าตัวเองกำลัง "ชิน" กับการมีผู้ชายคนนี้อยู่ในพื้นที่ส่วนตัว ชินกับกลิ่นกายสะอาด ๆ ที่เจือกลิ่นบุหรี่จาง ๆ ชินกับการมีคนคอยกวนประสาทในยาม1ดึก และที่น่ากลัวที่สุดคือ เขากำลังเริ่มคุ้นเคยกับความอบอุ่นที่อีกฝ่ายพยายามขีดเส้นกั้นไว้แต่ก็มักจะล้ำเส้นเข้ามาอยู่เรื่อย เกราะป้องกันที่เขาสร้างขึ้นมาอย่างแน่นหนากำลังถูกความใส่ใจแบบเนียน ๆ ของมาเฟียหนุ่มเซาะกร่อนทีละน้อย โดยที่เขาแทบไม่รู้ตัวเลย "เงียบไปเลย แบบนี้เขาเรียกว่าจนมุมสินะครับ" คินน์ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ขายาวก้าวเข้ามาประชิดตัวเรนที่นั่งอยู่บนเก้าอี้หมุนอย่างรวดเร็ว ก่อนที่มือหนาจะวางทราบลงบนพนักพิงทั้งสองข้าง กักตัวเรนให้อยู่ในวงแขนโดยปริยาย กลิ่นน้ำหอมเฉพาะตัวลอยมาแตะจมูกจนเรนต้องผะยองหน้าขึ้นสู้ แม้หัวใจจะเต้นรำด้วยจังหวะที่รัวเร็วจนน่ากลัวก็ตาม "ถอยไปนะคินน์ ใกล้เกินไปแล้ว" "ใกล้ตรงไหนครับ กำลังพอดีต่างหาก" คินน์ก้มหน้าลงมาจนปลายจมูกเกือบจะแตะกัน ดวงตาสีเข้มคู่นั้นลึกล้ำราวกับหลุมดำที่พร้อมจะดูดกลืนสติสัมปชัญญะของเรนให้หายวับไปกับตา "ผมแค่อยากพิสูจน์ว่า... ที่บอกว่าชินกับการมีผมเนี่ย มันแปลว่าอะไรในความรู้สึกของคุณ" เรนกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก สติที่มีอยู่กระเจิดกระเจิงไปหมดเมื่อปลายนิ้วอุ่นของอีกฝ่ายเอื้อมมาเกลี่ยปอยผมที่ตกลงมาปรกหน้าผากให้อย่างเบามือสัมผัสนั้นอ่อนโยนเกินกว่าจะเป็นของคนที่ชอบปากร้ายใส่กัน ทว่ามันกลับหนักแน่นและจริงจังจนเรนไม่กล้าสบตา "ผม..." เรนอ้าปากจะเถียง แต่คำพูดทั้งหมดกลับติดอยู่ที่ลำคอเมื่อคินน์ขยับเข้ามาใกล้กว่าเดิมจนลมหายใจอุ่นร้อนรินรดอยู่บนพวงแก้ม บรรยากาศระหว่างเขาทั้งสองคนกำลังเปลี่ยนไป ความรู้สึกบางอย่างที่พยายามกดทับเอาไว้กำลังจะระเบิดออกมาในพื้นที่แคบ ๆ นี้ และเรนรู้ดีว่า... เขากำลังจะพ่ายแพ้ให้กับความอบอุ่นนี้อย่างราบคาบ ทว่า ในวินาทีที่หัวใจของเรนกำลังเต้นระรัวจนแทบกระเด็นออกมานอกอก และระยะห่างระหว่างริมฝีปากของทั้งคู่เหลือเพียงแค่คืบเดียว เสียงเคาะประตูก็กรีดแทรกบรรยากาศอันชวนใจสั่นนั้นให้พังทลายลงในเสี้ยววินาที *ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!* "นายครับ! เกิดเรื่องใหญ่แล้วครับ!" เสียงตะโกนร้อนรนของลูกน้องคนสนิทดังลอดเข้ามาจากด้านนอก พร้อมกับเสียงบิดลูกบิดประตูที่ไม่ได้ล็อกสนิท คินน์ชะوักกึก ดวงตาคมฉายแววหงุดหงิดวาบขึ้นมากะทันหัน ส่วนเรนสะดุ้งสุดตัว รีบใช้มือดันแผงอกกว้างของอีกฝ่ายให้ออกห่างทันที ใบหน้าร้อนผ่าวด้วยความเขินอายและตกใจ ประตูห้องเปิดผางเข้ามาพร้อมกับร่างของบอดี้การ์ดมือขวาที่หอบหายใจฮือก่อนจะชะงักกึกเมื่อเห็นเจ้านายยืนประชิดตัวกับเป้าหมายในระยะประชิด ชายหนุ่มลูกน้องหน้าซีดเผือด รีบหลบสายตาก้มมองพื้นทันทีด้วยความเลิกลั่ก "เอ่อ... ผม... ผมขอโทษครับนาย พอดีมัน... มีข่าวเร่งด่วนจากทางฝั่งตระกูลหลิว ส่งตรงถึงคุณเรนครับ!" คำว่า "ตระกูลหลิว" ทำให้เรนชะงักกึก รอยยิ้มเยาะและคราบความหวานเมื่อครู่วันหายวับไปกับตา ดวงตาคู่สวยเบิกกว้างขึ้นด้วยความตกใจระคนหวาดระแวง เมื่อตระกูลที่ควรจะหายสาบสูญไปจากวงการธุรกิจมืด กลับส่งสารมาหาเขาในเวลาที่หัวใจของเขากำลังอ่อนแอที่สุด ขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและเป็นกำลังใจให้กันเสมอมานะครับ!
สารจากนักเขียน (ราชันย์หอกทมิฬ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีลลับฉบับตัวร้าย: อย่าท้าทายคนคลั่งรัก นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%