เสียงซิปกระเป๋าเดินทางแบรนด์เนมราคาแพงที่ถูกรูดปิดลงอย่างรวดเร็ว ดังบาดหูท่ามกลางความเงียบงันในห้องนอนกว้าง โทนสีเทาเข้มสะท้อนความหรูหราที่บัดนี้ไร้ซึ่งความอบอุ่น เรนยืนมองผลงานของตัวเองด้วยแววตานิ่งเรียบ มือเรียวขาวยังคงสั่นเทาเล็กน้อย ความโกรธระคนน้อยใจที่สะสมมาตลอดสัปดาห์ระเบิดออกเป็นแรงผลักดันชั้นดีให้เขาตัดสินใจทำในสิ่งที่คินน์ไม่มีวันคาดคิด
หนี... ใช่ เขาเลือกที่จะเดินออกจากกรงทองนี่เสียที
"เอกสารหย่า ตั๋วเครื่องบินเที่ยวเดียว และกุญแจห้อง... วางไว้ตรงนี้คงพอดีสินะ"
เรนพึมพำกับความว่างเปล่า มุมปากหยักยกยิ้มสมเพชตัวเองไม่น้อย ตลอดเวลาที่ผ่านมา เขาคิดว่าตัวเองคือผู้ควบคุมเกม คือตัวร้ายในนิยายน้ำเน่าที่พร้อมจะหักหลังพระเอกได้ทุกเมื่อ แต่สุดท้ายเขากลับกลายเป็นคนที่เจ็บเสียเอง จากความสัมพันธ์ที่เริ่มต้นด้วยผลประโยชน์และสัญญาบ้าๆ กลับกลายเป็นความผูกพันที่น่ารังเกียจในสายตาของเขาเอง... ความผูกพันที่ทำให้หัวใจอ่อนแอลงทีละน้อย
ก๊อกๆ!
เสียงเคาะประตูดังขึ้นสองครั้งติดต่อกัน ไม่ทันที่เรนจะได้เอ่ยอนุญาต ประตูบานใหญ่ก็ถูกผลักเปิดออกด้วยฝ่ามือหนาของคนที่เขากำลังพยายามหนีให้พ้น
คินน์ยืนตระหง่านอยู่ตรงกรอบประตู เสื้อเชิ้ตสีดำถูกพับแขนขึ้นลวกๆ เผยให้เห็นเส้นเลือดปูดโปนตามท่อนแขนแกร่ง แววตาคมกริบคู่นั้นกวาดมองสภาพห้องพักที่เปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว—กระเป๋าเดินทางใบโต เอกสารที่วางเรียบร้อยบนโต๊ะทำงาน และสีหน้าของเรนที่เตรียมพร้อมจะออกเดินทางเต็มที่
บรรยากาศในห้องดิ่งวูบลงทันที อุณหภูมิรอบตัวคล้ายลดต่ำลงจนน่าใจหาย
"จะไปไหน?" น้ำเสียงทุ้มต่ำเอ่ยถาม เรียบสนิทไร้ระลอกคลื่น ทว่าแฝงรังสีความกดดันที่พร้อมจะบดขยี้ทุกอย่างให้แหลکคามือ
เรนแค่นหัวเราะในลำคอ เชิดหน้าขึ้นสู้สายตาดุดันนั้นอย่างไม่เกรงกลัว "หูหนวกหรือไงครับคุณคินน์ หรือภาษาไทยต้องใช้ซับไตเติล? ผมกำลังจะไป... จากที่นี่ ไปให้พ้นหน้าคุณไง"
"เรน..." คินน์เรียกชื่อภรรยาในนามด้วยน้ำเสียงที่กดต่ำลงอันตราย ร่างสูงก้าวเท้าเข้ามาในห้องทีละก้าว ช้าๆ แต่ทว่ามั่นคง ราวกับเสือดาวที่กำลังต้อนเหยื่อให้จนมุม "ใครอนุญาตให้เธอเก็บกระเป๋าออกจากบ้านหลังนี้?"
"บ้านหลังนี้เหรอ? คุณพูดเหมือนที่นี่เป็นวิมาน ทั้งที่ความจริงมันไม่ต่างอะไรกับคุกนักโทษเดนตายเลยสักนิด" เรนสวนกลับทันควัน ดวงตากลมโตฉายแวววาวโรจน์ด้วยความทิฐิ "เราตกลงกันแล้วไม่ใช่หรือไงครับ ว่านี่คือธุรกิจ... พอหมดประโยชน์ คุณก็แค่ปล่อยผมไป ทำไมต้องทำหน้าเหมือนคนกำลังจะอกแตกตายแบบนั้นด้วยล่ะครับ หรือว่า... กลัวจะหาคนมารองรับอารมณ์บ้าๆ ของคุณไม่ได้อีก?"
คินน์ชะงักไปชั่วขณะ ดวงตาคมกริบไหววูบเพียงเสี้ยววินาที ก่อนจะกลับมาเย็นชาดังเดิม ร่างสูงหยุดยืนประจันหน้ากับเรนในระยะประชิด กลิ่นกายหอมเย็นผสมผสานกับความคุ้นเคยแผ่ซ่านจนเรนเผลอกลั้นหายใจโดยไม่รู้ตัว
"ธุรกิจงั้นเหรอ..." คินน์ทวนคำ เสียงกระซิบพร่าต่ำดังอยู่ชิดริมใบหู จนเรนรู้สึกขนลุกซู่ "เธอคิดว่าสิ่งที่ฉันทำกับเธอตลอดหลายเดือนที่ผ่านมา... มันคือธุรกิจเหรอ เรน?"
"แล้วมันคืออะไรล่ะครับ?" เรนพยายามดันแผงอกแกร่งให้ออกห่าง แต่ทว่าอีกฝ่ายกลับรวบเอวบางไว้ด้วยแขนเพียงข้างเดียว ลากเข้ามาแนบชิดจนแผ่นอกแนบสนิทกัน "ความใส่ใจจอมปลอม หรือความคลั่งรักที่เสแสร้งแสดงออกมาให้ผมตายใจเล่น? พอเถอะครับคินน์ ผมไม่ใช่เด็กอมมือที่จะมาหลงกลมุกตื้นๆ ของมาเฟียปากแข็งอย่างคุณอีกแล้ว"
"ปากเก่งนักนะ..." คินน์พึมพำ ดวงตาคมจ้องมองริมฝีปากที่ขยับเถียงไม่หยุดด้วยความรู้สึกหลากหลาย ทั้งโกรธ ทั้งหลงใหล และ... หวาดกลัว ความกลัวลึกๆ ที่ไม่เคยเกิดขึ้นกับผู้ชายที่ชื่อคินน์มาก่อนในชีวิต — ความกลัวที่จะสูญเสียคนคนนี้ไปตลอดกาล
"ปล่อยผม! ตั๋วเครื่องบินผมใกล้จะ..."
คำพูดทั้งหมดถูกกลืนหายไปในลำคอ เมื่อริมฝีปากหนาทาบทับลงมาอย่างไร้การปรานี แรงปะทะที่ไม่ได้ตั้งตัวทำให้เรนเบิกตากว้าง ความตกใจแล่นริ้วไปทั่วสรรพางค์กาย สัญชาตญาณสั่งให้ผลักไส แต่มือหนากลับตรึงท้ายทอยของเขาไว้แน่นบังคับให้รับสัมผัสที่ทั้งดุดันและเว้าวอนในคราเดียวกัน
มันไม่ใช่จูบแห่งการลงทัณฑ์... แต่มันคือจูบแห่งความสิ้นหวัง
เรนพยายามเม้มปากแน่นเพื่อขัดขืน แต่คินน์กลับใช้วิธีที่เหนือชั้นกว่า ปลายนิ้วเรียวบีบกรามมนเบาๆ จนเรนต้องเผยอริมฝีปากออกด้วยความเจ็บแปล๊บ เปิดทางให้ลิ้นร้อนรุกรานเข้ามาตักตวงความหวานล้ำที่เขาโหยหามาเนิ่นนาน ความดุดันแปรเปลี่ยนเป็นความลึกซึ้ง เรนรู้สึกได้ถึงรสฝาดเค็มของเลือดที่มุมปาก และสัมผัสเปียกชื้นที่ละลายทิฐิในใจให้พังครืนลงมาทีละน้อย
หัวใจที่เคยปิดตาย... กลับเต้นรัวจนน่ากลัวในอก
เมื่อคินน์ยอมผละริมฝีปากออกอย่างจำใจ เรนหอบหายใจโยนตัวเข้าหาอากาศบริสุทธิ์ ดวงตาคู่สวยแดงก่ำด้วยความโกรธและ... ความรู้สึกบางอย่างที่เขาไม่อยากยอมรับ
"คุณมัน... คนบ้า..." เรนเสียงสั่น พยายามยกมือขึ้นเช็ดริมฝีปากตัวเองลวกๆ
"ใช่... ฉมันมันบ้า" คินน์ยอมรับหน้าตาเฉย ดวงตาคมกริบจดจ้องใบหน้าหวานที่ไม่ยอมแพ้แม้กระทั่งวินาทีนี้ "บ้าจนยอมทำทุกอย่างเพื่อให้เธออยู่ตรงนี้... อยู่ในสายตาของฉันคนเดียว"
"ผมไม่..."
ปัง!
เสียงถีบประตูห้องนอนเปิดผางดังสนั่นหวั่นไหว ตัดขาดบทสนทนาระหว่างทั้งคู่ในเสี้ยววินาที เรนและคินน์หันขวับไปมองผู้มาเยือนพร้อมกัน
ร่างสูงโปรดของชายหนุ่มในชุดสูทเนี้ยบ ใบหน้าหล่อเหลาที่ถอดแบบความร้ายกาจมาไล่เลี่ยกัน ทว่าแววตากลับเต็มไปด้วยความบ้าคลั่งยิ่งกว่า ยืนหอบหายใจโยนตัวอยู่ที่หน้าประตู ในมือถือปืนกระบอกดำสนิทที่เล็งตรงมาที่คินน์อย่างไร้ความลังเล
"ปล่อยตัวเรนซะ... พี่คินน์"
เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้น รอยยิ้มเยnชาปรากฏบนมุมปากของ 'คาน ತೆ' น้องชายต่างแม่ที่หายตัวไปจากตระกูลนานนับปี "ไม่อย่างนั้น... กระสุนนัดนี้ คงต้องเจาะกะโหลกคนที่พี่รักที่สุดแทนที่จะเป็นผม"
เรนเบิกตากว้างเมื่อมองเห็นปลายกระบอกปืนที่พุ่งตรงมาทางนี้ หัวใจหล่นวูบไปอยู่ที่ตาตุ่ม ขณะที่คินน์กลับไม่มีทีท่าหวาดกลัวแม้แต่น้อย ร่างสูงดึงเรนมาหลบไว้ด้านหลังทันที พร้อมกับสายตาที่คมกริบดุจใบมีดโกนที่ตวัดมองผู้มาใหม่ด้วยความเยือกเย็นถึงขั้วหัวใจ
— ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมใจสั่นและลุ้นระทึกไปกับการตัดสินใจครั้งสำคัญนี้นะครับ! — ราชันย์หอกทมิฬ
ดีลลับฉบับตัวร้าย: อย่าท้าทายคนคลั่งรัก•ตอนที่ 27
หนีให้ไกลสุดหล้า
ผลงานโดย ราชันย์หอกทมิฬ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ราชันย์หอกทมิฬ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีลลับฉบับตัวร้าย: อย่าท้าทายคนคลั่งรัก นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!