กุญแจรถยนต์หรูในมือของเรนร่วงลงมากระทบพื้นพรมหนานุ่ม เสียงทึบนั้นฟังดูประหนึ่งระฆังเตือนภัยที่ดังขึ้นในความเงียบงัดของห้องชุดเพนต์เฮาส์ส่วนตัว ระบบปรับอากาศขัดข้องกะทันหัน หรืออันที่จริง... มันอาจไม่ได้พังหรอกครับ แต่มันถูกควบคุมผ่านสมาร์ตโฟนในมือของคนที่ยืนกอดอกพิงกรอบประตูอยู่นั่นต่างหาก
“คุณเล่นตลกอะไรอีก คินน์”
เรนพ่นลมหายใจออกทางจมูกด้วยความหงุดหงิด นัยน์ตาสีเข้มตวัดมองชายหนุ่มรูปร่างสูงโปรดในชุดสูทเข้ารูปที่ปลดกระดุมเม็ดบนออกอย่างไร้ระเบียบ คินน์ไม่ได้ดูเหมือนมาเฟียผู้ทรงอิทธิพลในตอนนี้เลยสักนิด ทว่าเขากลับดูเหมือนเด็กผู้ชายเอาแต่ใจที่กำลังหาวิธีรั้งของเล่นชิ้นโปรดไว้กับตัว
“ผมไม่ได้เล่นตลก” คินน์ตอบเสียงเรียบ นัยน์ตาสีเทาเข้มคู่นั้นกวาดมองร่างบางที่ยืนขวางกั้นระหว่างเขากับประตูทางออก “แค่ระบบความปลอดภัยของตึกนี้มันฉลาดเกินไปหน่อย มันรู้ว่าถ้าปล่อยให้คุณเดินออกไปตอนนี้ คุณอาจจะไปประสบอุบัติเหตุบนท้องถนนเพราะความหัวร้อน”
“ผมขับรถเก่งกว่าคุณก็แล้วกัน หลบไป! ผมจะกลับคอนโด”
“ดึกป่านนี้แล้ว ถนนเส้นหลักกำลังซ่อมบำรุง รถติดยาวเหยียดเป็นกิโลฯ” คินน์ขยับตัวเข้ามาใกล้ทีละก้าวอย่างเชื่องช้า ทว่ามั่นคง “อีกอย่าง... เสื้อผ้าของคุณเลอะไวน์แดงขนาดนั้น ถ้าขับรถออกไปตอนนี้ มีหวังตกเป็นเป้าสายตาของ รปภ. คอนโดคุณแน่ๆ ว่าไปทำอะไรพิสดารมา”
เรนก้มมองเสื้อเชิ้ตสีขาวของตนเองตามสัญชาตญาณ รอยเปื้อนสีแดงฉานบริเวณหน้าอกที่เกิดจากความซุ่มซ่าม (หรือเพราะจงใจแกล้งกันแน่ก็ไม่รู้) ของคินน์เมื่อครู่ กำลังฟ้องชัดเจนว่าสภาพของเขาดูไม่ได้ขนาดไหน แต่ศักดิ์ศรีมันค้ำคออยู่ มีหรือที่คนอย่างเรนจะยอมจำนนให้ง่ายๆ
“เรื่องของผม!” เรนสวนกลับทันควัน ขยับถอยหลังโดยอัตโนมัติเมื่อร่างสูงใหญ่เดินเข้าประชิดจนระยะห่างลดลงเหลือเพียงไม่กี่คืบ “ต่อให้ผมใส่เสื้อเปื้อนไวน์เดินแก้ผ้ากลับห้อง มันก็เรื่องของผม ไม่เกี่ยวกับคุณ!”
“ปากเก่งให้มันตลอดรอดฝั่งเถอะครับ” คินน์หยุดยืนห่างจากเรนเพียงแค่ก้าวเดียว กลิ่นน้ำหอมบุรุษผสมผสานกับกลิ่นไวน์จางๆ ลอยเข้ามารบกวนประสาทสัมผัสจนเรนเผลอกลั้นหายใจ “ถอดออกซะ”
“อะ... อะไรนะ?”
“เสื้อตัวนั้นไงครับ ถอดออกซะ ไม่งั้นผมจะถอดให้คุณเอง และบอกไว้ก่อนว่ามือผมไม่ค่อยเบานักหรอก”
คำขู่หน้าตายแต่นัยน์ตากลับพราวระยับด้วยความท้าทาย ทำให้เรนรู้สึกเหมือนมีกระแสไฟฟ้าอ่อนๆ วิ่งพล่านไปตามผิวหนัง ร่างเพรียวถอยร่นจนแผ่นหลังชนเข้ากับผนังห้องกระจกใสที่มองเห็นวิวเมืองยามค่ำคืนได้อย่างชัดเจน ไม่มีทางหนี ไม่มีมุมหลบซ่อน มีเพียงอ้อมกอดของความมืดและเงาสะท้อนของพวกเขาทั้งสองคนที่ทับซ้อนกันอยู่
เรนเม้มริมฝีปากแน่น พยายามสร้างกำแพงความเย็นชาขึ้นมาปกป้องหัวใจที่เริ่มเต้นผิดจังหวะ “คุณมันบ้า คินน์... ถอยไปเดี๋ยวนี้ ไม่งั้นผมจะเอาศอกกระแทกหน้าคุณจริงๆ ด้วย”
“เชิญครับ” คินน์โน้มใบหน้าลงมาใกล้จนปลายจมูกเกือบจะแตะกัน ลลมหายใจอุ่นร้อนปะทะเข้ากับแก้มเนียน “ลองทำดูสิครับ เผื่อคุณอยากรู้ว่าผมจะเอาคืนด้วยวิธีไหน”
ความใกล้ชิดที่มากเกินความจำเป็นทำให้สมองของเรนขาวโพลน ระยะห่างระหว่างพวกเขาลดลงจนแทบไม่เหลือพื้นที่ให้อากาศหายใจ นัยน์ตาสีเทาเข้มของคินน์ไม่ได้มีความเยือกเย็นหลงเหลืออยู่เลย มีเพียงประกายความปรารถนาอันดิบเถื่อนที่ถูกเก็บกักไว้ภายใต้มาดนักธุรกิจผู้สุขุม และนั่นคือสิ่งที่อันตรายที่สุดสำหรับเรน... คนที่มั่นใจมาตลอดว่าสามารถควบคุมทุกสถานการณ์ได้
ปลายนิ้วอุ่นจัดของคินน์เอื้อมมาแตะที่ปลายคางมนอย่างแผ่วเบา สัมผัสนั้นเบาราวกับปีกผีเสื้อ ทว่ากลับหนักหน่วงราวน้ำ钢ที่ตรึงเรนไว้ให้อยู่กับที่ ความเย็นชาที่เรนพยายามสร้างขึ้นมานานนับปีเริ่มละลายหายไปกับสัมผัสอันตรายนี้
“ปล่อย...” เสียงของเรนเบาหวิว ราวกับกระซิบแข่งกับเสียงเครื่องปรับอากาศที่ทำงานเบาๆ
“ผมปล่อยคุณแน่... เรน” คินน์กระซิบชิดริมฝีปาก เสียงทุ้มต่ำนั้นสั่นพร่าเล็กน้อย “แต่ไม่ใช่ตอนนี้”
บรรยากาศรอบตัวอัดแน่นไปด้วยความตึงเครียดที่แปรเปลี่ยนเป็นความวาบหวามอย่างรวดเร็ว เรนหลับตาลงชั่วขณะเพื่อตั้งสติ แต่จังหวะหัวใจที่เต้นรัวรากับกลองชุดกลับทรยศเขาอย่างสิ้นเชิง มือเรียวที่พยายามจะผลักอกแกร่งออกไปกลับเปลี่ยนเป็นกำเสื้อสูทของอีกฝ่ายแน่นขึ้นโดยไม่รู้ตัว ปฏิกิริยาทางร่างกายที่ซื่อตรงเกินไปทำให้เรนอยากจะกัดลิ้นตัวเองตายเสียตรงนั้น
ในเสี้ยววินาทีที่ริมฝีปากของคินน์เคลื่อนเข้าไปใกล้จนสัมผัสได้ถึงไออุ่น ความเงียบงันภายในห้องก็ถูกทำลายลงอย่างไม่ทันตั้งตัว
*กริ๊งงงงงง!*
เสียงกริ่งหน้าประตูดังลั่นขึ้นพร้อมกับไฟสัญญาณฉุกเฉินสีแดงที่กะพริบวาบ คินน์ชะงักกึก สีหน้าเปลี่ยนเป็นความหงุดหงิดระคนตกใจในเสี้ยววินาที ส่วนเรนอาศัยจังหวะชุลมุนนี้ดันอกอีกฝ่ายสุดแรงจนคินน์เซถอยหลังไปสองก้าว
“ใครมาวะ...” คินน์สบถเบาๆ อย่างหัวเสียพลางหันไปมองหน้าจออินเตอร์คอมที่ติดตั้งอยู่ผนังห้อง
ภาพจากกล้องวงจรปิดที่ปรากฏบนหน้าจอทำเอาเรนเบิกตากว้างด้วยความตกใจยิ่งกว่าเดิม เพราะร่างที่ยืนกระวนกระวายอยู่หน้าประตูเพนต์เฮาส์ในยามวิกาลเช่นนี้ ไม่ใช่ใครที่ไหน... แต่เป็นบุคคลที่อันตรายที่สุดที่จะมาเห็นเขากับคินน์อยู่ตามลำพังในสภาพนี้!
ขอบพระคุณทุกท่านที่ติดตามและสนับสนุนผลงานของราชันย์หอกทมิฬด้วยนะครับ
ดีลลับฉบับตัวร้าย: อย่าท้าทายคนคลั่งรัก•ตอนที่ 5
สัมผัสอันตราย
ผลงานโดย ราชันย์หอกทมิฬ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ราชันย์หอกทมิฬ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีลลับฉบับตัวร้าย: อย่าท้าทายคนคลั่งรัก นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!