เสียงคำรามต่ำของฟ้าผ่าดังสนั่นก้องไปทั่วผืนฟ้าสีหม่น เม็ดฝนฤดูร้อนกระหน่ำซัดสาดกระทบกระจกหน้าต่างห้องทำงานเพนต์เฮาส์หรูจนเกิดเสียงดังระรัวราวกับโลกใบนี้กำลังจะแตกสลาย แต่บรรยากาศภายในห้องกลับเงียบงันเสียจนได้ยินเสียงลมหายใจที่ติดขัดของคนทั้งคู่
"คุณบ้าไปแล้วหรือไงคินน์..."
เรนพยายามเค้นเสียงออกมาให้มั่นคงที่สุด แม้ว่าแผ่นหลังบอบบางจะถูกดันจนชิดติดกับบานกระจกเย็นเฉียบ ด้านนอกคือแสงไฟนีออนของมหานครที่พร่ามัวเพราะหยาดน้ำฝน ส่วนด้านในคือสายตาคมกริบของประธานหนุ่มผู้ทรงอิทธิพลที่กำลังจ้องมองเขาด้วยประกายไฟความปรารถนาที่แผดเผาจนน่ากลัว
มือหนาของคินน์ข้างหนึ่งทาบลงบนกระจกเพื่อกักขังร่างโปร่งไว้ในอาณาเขตของตัวเอง ส่วนมืออีกข้างเอื้อมไปปัดปอยผมชื้นเหงื่อที่ลู่ลงปรกหน้าผากมนอย่างเบามือ สัมผัสที่อ่อนโยนขัดกับแววตาดุดันคู่นั้นโดยสิ้นเชิง มันคือความขัดแย้งที่ทำให้หัวใจของเรนกระหน่ำเต้นรัวจนแทบจะกระกระสนหลุดออกมานอกอก
"ใช่... ผมมันบ้า" คินน์เอ่ยเสียงพร่าต่ำ ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดอยู่บริเวณข้างแก้ม "บ้าจนยอมทำทุกอย่างเพื่อให้คุณหันมามอง... บ้าจนทนเห็นคุณไปยืนอยู่ข้างคนอื่นไม่ได้"
คำสารภาพที่หลุดออกมาจากริมฝีปากหยักลึกราวกับคมมีดกรีดลงกลางใจ เรนชะงักค้าง ดวงตากลมโตไหวระริก ปากที่เคยต่อกลอนเก่งกาจกลับเม้มแน่นสนิท สมองประมวลผลไม่ทันกับความตรงไปตรงมาที่จู่โจมเข้ามาอย่างไร้การป้องกัน
นี่ไม่ใช่เกมธุรกิจ ไม่ใช่การเจรจาต่อรองผลประโยชน์ และไม่ใช่ดีลลับที่พวกเขาเคยทำร่วมกัน แต่มันคือความรู้สึกดิบเถื่อนจริงจังที่ถูกเก็บกดไว้ภายใต้ท่าทีเยชาชามานานนับแรมปี
"คุณ... พูดอะไรออกมา" เรนหลบสายตา เสแสร้งทำเป็นหัวเราะในลำคอเพื่อกลบเกลื่อนความสั่นไหวในน้ำเสียง "อย่ามาใช้มุกตลกไร้สาระแบบนี้กับผมนะคินน์ มันไม่ตลกเลยสักนิด"
"ผมไม่ได้ล้อเล่น เรน"
คินน์เคลื่อนใบหน้าเข้ามาใกล้ขึ้นจนปลายจมูกเกือบจะชนกัน กลิ่นกายหรูหราผสมผสานกับกลิ่นอายฝนจางๆ ยิ่งทำให้บรรยากาศรอบตัวอบอวลไปด้วยความสเน่หาอันตราย นิ้วเรียวของเขาเลื่อนลงมาเชยคางมนให้เงยขึ้นบังคับสบตา "ตั้งแต่เมื่อไหร่กันที่คุณคิดว่าความรู้สึกของผมที่มีต่อคุณมันเป็นเรื่องโกหก?"
เรนรู้สึกราวกับถูกกระแสไฟฟ้าแรงสูงวิ่งพล่านไปทั่วร่าง ความใกล้ชิดนี้ทำให้เขาแทบขาดอากาศหายใจ ภาพอดีตที่เคยถูกหักหลังและเหยียบย่ำหัวใจผุดขึ้นมาเตือนสติราวกับสัญญาณเตือนภัยสีแดงฉาน กำแพงที่เขาสร้างขึ้นมาเพื่อปกป้องตัวเองกรีดร้องบอกให้ผลักไสผู้ชายคนนี้ออกไปซะ แต่หัวใจเจ้ากรรมกลับทรยศด้วยการเต้นเร็วจนเจ็บแปลบ
"ปล่อย..." เรนใช้มือทั้งสองข้างดันแผงอกกว้างเอาไว้ แต่คินน์กลับยิ่งขยับเข้ามาแนบชิด หนักแน่นและมั่นคงราวกับกำแพงหินผา "ถ้าคุณไม่มีเรื่องอื่นจะพูดแล้ว ก็ถอยไปซะ ผมจะกลับ"
"เรน..." เสียงทุ้มต่ำเอמהเรียกชื่อเขาด้วยน้ำเสียงที่อ่อนลงอย่างเห็นได้ชัด ความดุดันเมื่อครู่ถูกแทนที่ด้วยความเว้าวอนที่หาดูได้ยากยิ่ง "คุณก็รู้ว่าผม..."
คินน์หยุดชะงัก ประโยคที่เหลือถูกกลืนหายลงไปในลำคอ เมื่อดวงตาสองคู่ประสานกันอย่างลึกซึ้ง ความเงียบงันเข้าปกคลุมชั่วขณะ มีเพียงเสียงฝนที่ยังคงคำรามก้องอยู่เบื้องนอก เรนแทบจะหยุดหายใจ รอคอยคำพูดประโยคถัดไปที่จะพลิกผันสถานะความสัมพันธ์ของพวกเขาไปตลอดกาล
สายตาของคินน์สั่นไหว ร่องรอยของความหวาดกลัวที่จะสูญเสียปรากฏชัดขึ้นในแววตาคมคลา ริมฝีปากหยักขยับคล้ายจะเอื้อนเอยถ้อยคำที่ซ่อนเร้นอยู่ในก้นบึ้งของหัวใจออกมา... คำว่ารักที่เขาเฝ้ารอเวลาจะกล่าวมาเนิ่นนาน
ทว่า... ในวินาทีที่เส้นด้ายแห่งความอดทนขาดผึ่ง คินน์กลับหลับตาลงช้าๆ ถอนหายใจยาวเหยียดเพื่อดึงสติที่หลุดลอยให้กลับคืนมา
"ผมขอโทษ..."
คำพูดเพียงสามคำหลุดลอดออกมาจากริมฝีปากหนา พร้อมกับที่ร่างสูงถอยหลังกลับไปหนึ่งก้าว ปล่อยให้พื้นที่ส่วนตัวเป็นอิสระทันที
เรนเบิกตากว้าง ความรู้สึกวูบโหวงประหลาดตีตื้นขึ้นมาจุกที่อก ความผิดหวังสายหนึ่งพาดผ่านแววตาอย่างรวดเร็วก่อนจะถูกแทนที่ด้วยรอยยิ้มหยันที่มุมปาก ปากเก่งอย่างเคยถูกยกขึ้นมาเป็นเกราะกำบังอีกครั้ง
"ขอโทษเหรอ?" เรนแค่นหัวเราะ น้ำเสียงเจือความประชดประชันอย่างปิดไม่มิด "นั่นสินะ... ประธานคินน์ผู้ยิ่งใหญ่ จะมาเสียอาการกับคนอย่างผมได้ยังไง กลับไปตั้งสติให้ดีเถอะครับ แล้วค่อยมาคุยกันใหม่เรื่องธุรกิจ"
พูดจบ เรนก็สะบัดหน้าหนี หมุนตัวก้าวฉับๆ ไปยังประตูห้องทันทีโดยไม่หันกลับมามองอีกเลย ปล่อยให้คินน์ยืนนิ่งงันอยู่ท่ามกลางความเงียบและความมืดสลัวของห้องทำงาน มีเพียงหยาดฝนที่ยังคงกระหน่ำซาดสาดอย่างไร้ความปรานี
คินน์กำหมัดแน่นในความมืด สายตาทอดมองแผ่นหลังบางที่หายลับไปหลังบานประตู เขากัดฟันกรอดด้วยความเจ็บใจตัวเองที่ไม่กล้าพอที่จะก้าวข้ามเส้นกั้นสุดท้ายไป
ทว่า ในขณะที่ความเงียบกำลังกัดกินหัวใจของคนทั้งคู่ เสียงกริ่งหน้าห้องเพนต์เฮาส์ก็ดังขึ้นแทรกกลางความอ้างว้าง
*ติ๊ง... ต่อง...*
คินน์ขมวดคิ้วมุ่นด้วยความแปลกใจ ดึกดื่นตื่นผนแบบนี้และไม่มีนัดหมาย ใครกันคือผู้มาเยือนยามวิกาล?
เขาก้าวเท้าเดินไปที่หน้าจออินเตอร์คอมเพื่อเช็กภาพจากกล้องวงจรปิด แต่ทว่า... ภาพที่ปรากฏบนจอกลับทำให้ดวงตาคมกริบเบิกกว้างขึ้นด้วยความตกตะลึง ร่างสูงชะงักค้าง ราวกับเลือดในกายเย็นเฉียบลงในพริบตา เมื่อบุคคลที่ยืนยิ้มระรื่นอยู่หน้าประตูกลับเป็นคนที่เขาคาดคิดว่าจะไม่มีวันได้พบหน้าอีกในชาตินี้!
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและใจสั่นไปกับความคลั่งรักแบบไม่พักของท่านประธานคินน์ครับ!
ดีลลับฉบับตัวร้าย: อย่าท้าทายคนคลั่งรัก•ตอนที่ 19
คำสารภาพท่ามกลางฝน
ผลงานโดย ราชันย์หอกทมิฬ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ราชันย์หอกทมิฬ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีลลับฉบับตัวร้าย: อย่าท้าทายคนคลั่งรัก นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!