ดีลลับฉบับตัวร้าย: อย่าท้าทายคนคลั่งรัก•ตอนที่ 18

เกมไล่จับ

ผลงานโดย ราชันย์หอกทมิฬ
กลิ่นกาแฟดำคั่วเข้มผสมกับกลิ่นกระดาษเอกสารราคาแพงลอยอบอวลอยู่ในห้องทำงานส่วนตัวบนชั้นสูงสุดของตึกระฟ้า ทว่าบรรยากาศรอบตัวเรนกลับเย็นเยียบราศีกำลังแผ่ซ่าน ชายหนุ่มร่างโปร่งในชุดเสื้อเชิ้ตพับแขนถึงข้อศอกกำลังยืนกอดอกพิงขอบกระจกใสบานยักษ์ สายตาสีเข้มมองทิวทัศน์เบื้องล่างที่รถราวิ่งพลุกพล่านราวกับมดปลวก แต่ในหัวสมองกลับวนเวียนถึงเหตุการณ์เมื่อวานซืน คำพูดตัดรอนอันแสนใจร้ายของตนเองยังคงดังก้อง ทว่าท่าทีนิ่งเงียบและดวงตาคมกริบดั่งเหยี่ยวของคินน์ตอนที่เดินจากไป... กลับสร้างความหงุดหงิดให้เขาเสียยิ่งกว่าการถูกต่อว่าตรงๆ *‘คนอย่างประธานคินน์... จะไปสะเทือนใจอะไรกับคำพูดคนปากพล่อยอย่างฉันกันเล่า’* เรนพ่นลมหายใจออกมาเบาๆ พลางสะบัดหัวไล่ความฟุ้งซ่าน เขาหันกลับมาตั้งใจจะสะสางกองเอกสารงบประมาณบนโต๊ะให้เสร็จก่อนเที่ยง แต่ทว่า... เสียงเคาะประตูกระจกกลับดังขึ้นสามครั้งอย่างเป็นจังหวะ ก่อนที่มันจะถูกผลักเปิดออกโดยไม่ต้องรอให้ออเจ้าของห้องอนุญาต ร่างสูงใหญ่ในชุดสูททําจากผ้าอิตาเลียนสั่งตัดพิเศษก้าวเข้ามาอย่างไร้ซุ่มเสียง กลิ่นน้ำหอมผู้ชายเจือจางผสมกับกลิ่นไอฝนจางๆ ลอยตามเข้ามาเตะจมูก คินน์ไม่ได้มาในฐานะแขกผู้มีเกียรติที่ต้องนัดหมาย แต่มาในฐานะ "ผู้ล่า" ที่บุกรุกเข้ามาในอาณาเขตของเหยื่อด้วยความถือดี เรนชะงักมือที่กำลังถือปากกา ดวงตาเรียวรีหรี่ลงเล็กน้อยด้วยความระแวดระวัง “คุณเข้ามาได้อย่างไร... รปภ. ข้างล่างปล่อยให้คนแปลกหน้าขึ้นมาบนชั้นผู้บริหารได้อย่างไรกัน” “ผมไม่ใช่คนแปลกหน้า... และถ้าคุณหมายถึงพนักงานต้อนรับชั้นล่าง ตอนนี้พวกเขาน่าจะกำลังงغلอยู่กับกระเช้าผลไม้พรีเมียมมูลค่าหลักหมื่นที่ผมเพิ่ง ‘สปอนเซอร์’ ให้ไป” คินน์ตอบด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย ทว่าแฝงความกรุ้มกริ่มเอาไว้ในที ขายาวก้าวเข้ามาประชิดโต๊ะทำงานอย่างรวดเร็ว ช่องว่างระหว่างคนทั้งสองถูกลดทอนลงจนน่าอึดอัด เรนผถอยหลังโดยสัญชาตญาณจนสะโพชนิดติดขอบโต๊ะทำงาน ดวงตาคู่คมของคินน์กวาดมองสำรวจใบหน้าหวานที่เชิดขึ้นอย่างถือดีด้วยความรู้สึกบางอย่างที่ยากจะคาดเดา มันทั้งมันเขี้ยว ทั้งอยากแกล้ง และอยากรวบเข้ามาฟัดให้หายดื้อในเวลาเดียวกัน “ถอยไปคินน์... ที่นี่ที่ทำงานผม” เรนเอ่ยเตือนเสียงเข้ม พยายามรักษามาตรการความปลอดภัยของระยะห่าง “ถ้าคุณว่างมากจนไม่มีงานการทำ ก็เชิญกลับบริษัทของคุณไปซะ อย่ามาทำตัวเป็นสตอล์กเกอร์น่ารำคาญแถวนี้” “สตอล์กเกอร์เหรอ?” คินน์เลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่ง รอยยิ้มมุมปากปรากฏขึ้นช้าๆ ทว่าดวงตากลับพราวระยับด้วยประกายไฟแห่งความท้าทาย “ถ้าการตามมาดูให้แน่ใจว่าคนที่ผม... สนใจ กินอิ่มนอนหลับดีไหม ถือเป็นสตอล์กเกอร์ งั้นผมก็ยอมรับหน้าด้านๆ ตรงนี้เลยว่าใช่” น้ำเสียงทุ้มต่ำที่จงใจเน้นย้ำคำว่า ‘สนใจ’ ทำเอาหัวใจของเรนกระตุกวูบอย่างห้ามไม่อยู่ แต่ใบหน้ายังคงเกร็งค้างไว้ด้วยฟอร์มอันเหนียวแน่น “ผมไม่ได้ขอให้คุณมาสนใจ! เลิกทำตัวรุ่มร่ามแล้วไสหัวออกไปซะ ก่อนที่ผมจะเรียกคนมาลากคุณออกไปจริงๆ” “เรียกสิ... เชิญเลย” คินน์โน้มใบหน้าเข้ามาใกล้จนลมหายใจอุ่นๆ รดรินอยู่ข้างแก้มสาก เรนเผลอกลั้นหายใจโดยไม่รู้ตัว กลิ่นกายสะอาดๆ ของอีกฝ่ายชวนให้สติกระเจิดกระเจิงจนน่ากลัว “ลองดูซิว่าถ้า รปภ. ของคุณเปิดประตูเข้ามาแล้วเห็นประธานบริษัทคู่แข่งกำลังกอดเอวผู้บริหารคนเก่งอยู่ ภาพพาดหัวข่าวหน้าหนึ่งพรุ่งนี้จะแซ่บขนาดไหน” “คุณ...!” เรนเบิกตากว้างเมื่อมือหนาของอีกฝ่ายเลื่อนมาแตะที่เอวสอบจริงๆ แรงบีบกระชับเพียงเล็กน้อยแต่มั่นคงทำให้เขาขยับหนีไปไหนไม่ได้ “ผมบอกคุณแล้วไงเรน... ว่าเกมนี้เพิ่งเริ่มต้น” คินน์กระซิบชิดริมหู น้ำเสียงเปลี่ยนเป็นจริงจังและทรงพลังจนคนฟังรู้สึกขนลุกซู่ “คุณคิดว่ากำแพงที่คุณสร้างขึ้นมามันหนาแน่นนักใช่ไหม? คิดว่าคำพูดเชือดเฉือนพวกนั้นจะผลักไสผมออกไปได้จริงๆ งั้นเหรอ?” “ปล่อยผมนะ...” เรนพยายามใช้มือดันแผงอกกว้างออก ทว่าแรงของอีกฝ่ายมีมากกว่าราวกับภูเขาเหล่ากา “คุณมันบ้าไปแล้ว คินน์! เราเคลียร์กันจบไปแล้วไม่ใช่หรือไง!” “จบ? ใครบอกคุณว่ามันจบ” คินน์หัวเราะในลำคอ เสียงทุ้มต่ำนั้นสั่นพร่าด้วยแรงอารมณ์ที่อัดแน่นอยู่ข้างใน ดวงตาคมกริบจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของเรนราวกับจะทะลวงเข้าไปถึงก้นบึ้งของหัวใจ “สำหรับผม... มันเพิ่งจะเริ่มต่างหาก วิธีการพูดดีๆ ดูเหมือนจะใช้กับคนดื้อๆ อย่างคุณไม่ได้ผล งั้นก็คงต้องใช้วิธีที่มันดิบและตรงไปตรงมาหน่อยแล้วล่ะ” “คุณจะทำอะไร... อื้อ!” คำพูดทั้งหมดถูกกลืนหายไปในลำคอเมื่อคินน์ฉวยโอกาสรวบเอวเขาเข้ามาประชิดแนบแน่นกว่าเดิม พร้อมกับก้มลงปิดริมฝีปากบางที่เอาแต่ต่อล้อต่อเถียงนั้นด้วยความรวดเร็วและเด็ดขาด มันไม่ใช่จูบที่อ่อนโยน แต่มันคือการประกาศความเป็นเจ้าของและการลงโทษคนปากแข็งที่บังaانกล้าท้าทายอำนาจมืดของมาเฟียหนุ่มอย่างเขา เรนเบิกตากว้างด้วยความตกใจ สมองขาวโพลนไปหมด ชั่วขณะหนึ่งเขาพยายามทุบตีอกอีกฝ่ายด้วยความโกรธและตื่นตระหนก ทว่าสัมผัสร้อนรุ่มที่ลุกลามและเรียรียวลิ้นที่รุกรานเข้ามาอย่างเอาแต่ใจกลับทำให้เรี่ยวแรงที่เคยมีมลายหายไปสิ้น ความคุ้นเคยและเคมีที่ดึงดูดกันอย่างรุนแรงทำให้ร่างกายทรยศ สมองสั่งให้ผลักไส แต่หัวใจกลับเผลอคล้อยตามอย่างน่าละอาย รสจูบที่ทั้งดุดันและแฝงความโหยหาเนิ่นนานอยู่หลายวินาที ก่อนที่คินน์จะผละออกมาช้าๆ อย่างอ้อยอิ่ง ปล่อยให้เรนหอบหายใจโกกอากาศเข้าปอดด้วยใบหน้าที่แดงก่ำริมฝีปากบวมเจ่อ ดวงตาคู่สวยฉ่ำน้ำด้วยความเคืองระคนสับสน “จำเอาไว้เรน...” คินน์ใช้นิ้วหัวแม่มือเกลี่ยริมฝีปากที่บวมช้ำของอีกฝ่ายแผ่วเบา สายตาเต็มไปด้วยความคลั่งรักที่ซ่อนเร้นอยู่ใต้ท่าทีนิ่งขรึม “ไม่ว่าคุณจะหนีไปไหน หรือหาข้ออ้างอะไรมาปฏิเสธ... ผมก็จะตามไปทุบกำแพงพวกนั้นทิ้งทีละชั้น จนกว่าคุณจะยอมจำนนต่อหัวใจตัวเอง” เรนเม้มปากแน่น หัวใจเต้นระรัวราวกับกลองศึก ความโกรธควรจะเป็นความรู้สึกเดียวที่มีในตอนนี้ แต่ทำไม... ขอบตากลับร้อนผ่าวขึ้นมาดื้อๆ กับคำพูดที่เต็มไปด้วยความจริงจังนั้น ก่อนที่เรนจะทันได้ตั้งสติเอاคำพูดใดโต้ตอบ เสียงโทรศัพท์มือถือบนโต๊ะทำงานของเขาก็กดดันบรรยากาศขึ้นมาเสียก่อน หน้าจอเรืองแสงสว่างวาบพร้อมกับชื่อของบุคคลที่สามที่ทำให้คินน์หรี่ตาลงด้วยความไม่พอใจ — *[สายเรียกเข้า: ภาคิน (คู่หมั้นเก่าที่เรนพยายามตัดขาด)]* — คินน์ชำเลืองมองหน้าจอโทรศัพท์นั้นแวบหนึ่ง ก่อนที่มุมปากหยักจะยกยิ้มเหี้ยมเกรียมขึ้นมาทันที ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและใจสั่นไปกับความคลั่งรักแบบไม่พักของท่านประธานคินน์ครับ!
สารจากนักเขียน (ราชันย์หอกทมิฬ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีลลับฉบับตัวร้าย: อย่าท้าทายคนคลั่งรัก นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%