แฟ้มเอกสารบนโต๊ะทำงานราคาแพงถูกปิดลงด้วยแรงที่มากเกินความจำเป็นเล็กน้อย เสียงกระดาษกระทบกันดังทึบในห้องทำงานส่วนตัวที่เงียบสงบ แต่ความเงียบนั้นไม่ได้ช่วยให้บรรยากาศรอบตัวของประธานหนุ่มแห่งอาณาจักรธุรกิจหมื่นล้านดูผ่อนคลายขึ้นเลยแม้แต่น้อย ใบหน้าหล่อเหลาที่มักจะเรียบเฉยราวน้ำแข็งสลัก บัดนี้กลับฉายแววครุ่นคิดและหงุดหงิดปนเปกันจนลูกน้องคนสนิทอย่าง 'พงศ์' ที่ยืนกุมมืออยู่หน้าโต๊ะถึงกับต้องลอบกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก
"คุณพงศ์..." น้ำเสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้น ทำลายความเงียบที่น่าอึดอัด
"ครับ ท่านประธาน?" พงศ์ขานรับทันทีโดยสัญชาตญาณ พร้อมก้มศีรษะลงเล็กน้อยเพื่อเตรียมรับคำสั่งที่อาจจะทำให้เขาต้องวิ่งวุ่นหัวหมุนอีกรอบ
"ผู้จัดการฝ่ายการตลาดคนนั้น... ที่ชื่อเรน ส่งเอกสารสรุปยอดโปรเจกต์ล่าสุดมาให้ผมหรือยัง" คินน์ถามโดยไม่เงยหน้าขึ้นมอง แต่ปลายนิ้วแกร่งกลับเคาะโต๊ะเป็นจังหวะรัวๆ แสดงถึงความกระวนกระวายใจที่เจ้าตัวพยายามปกปิดอย่างเต็มที่
พงศ์กะพริบตาปริบๆ ด้วยความประหลาดใจระคนฉงน เพราะนี่เป็นครั้งแรกในรอบสัปดาห์ที่เจ้านายหนุ่มผู้ขึ้นชื่อเรื่องความไร้หัวใจและบ้างาน ถามถึงงานของคนอื่นด้วยน้ำเสียงที่... มีพิรุธแปลกๆ
"เอえ... ส่งมาตั้งแต่เมื่อวานช่วงบ่ายแล้วครับท่านประธาน ผมก็วางไว้บนกองเอกสารทางด้านขวาของท่านตั้งแต่ตอนนั้นแล้วนี่ครับ..." พงศ์ตอบตามความจริง พร้อมกับชำเลืองมองไปยังกองเอกสารที่สูงเป็นตั้ง
คินน์ชะงักปลายนิ้วที่เคาะโต๊ะ เขาเงยหน้าขึ้นสบตากับลูกน้องด้วยแววตาที่ดุจนพงศ์ต้องรีบเบนสายตาหลบ "ผมรู้แล้ว... ผมแค่จะถามว่า ทำไมเขาถึงส่งมา 'ช้า' ตั้งสิบหนาวาทีจากกำหนดการเดิมที่ผมตั้งไว้ในใจ"
*(เดี๋ยวนะครับ สิบนาทีเนี่ยนะคือกำหนดการในใจ?)* พงศ์แอบกรีดร้องอยู่ในใจด้วยความทึ่งในความเอาแต่ใจของเจ้านาย แต่ภายนอกทำได้เพียงพยักหน้ารับหงิกๆ "อ๋อ... ครับ สิบนาทีนั้นคงเป็นช่วงเวลาวิกฤตพอกดีสินะครับ"
"แล้วก็..." คินน์เว้นจังหวะ เลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อยท่าทางเหมือนกำลังลังเลแต่ก็ดึงฟอร์มขรึมไว้ "กาแฟที่เรน... อะแฮ่ม! ที่คุณเรนเคยชงเข้ามาให้ตอนประชุมสัปดาห์ก่อน ทำไมช่วงนี้ถึงไม่มีใครชงเข้ามาในห้องผมเลย หรือว่าพนักงานบริษัทนี้ทำงานกันหย่อนยาน ปล่อยให้บุคลากรระดับหัวกะทิไปนั่งทำแต่เรื่องไร้สาระอย่างอื่นแทนที่จะมาใส่ใจงานบริหาร"
พงศ์เกือบจะสำลักน้ำลายตัวเองตายตรงนั้น ประธานคินน์ผู้ไม่เคยใส่ใจเครื่องดื่มอะไรเลยนอกจากกาแฟดำเข้มข้นที่เลขาชงให้ แต่วันนี้กลับมาทวงหากาแฟฝีมือ 'คู่ปรับตัวฉกาจ' ที่มักจะปะทะคารมกันจนห้องประชุมแทบแตกเนี่ยนะ!
"เอ่อ... คือว่า คุณเรนเขาไม่ได้มีหน้าที่ชงกาแฟให้ท่านนี่ครับ อีกอย่าง ตั้งแต่เรื่องวันนั้น... เอ่อ เรื่องที่ท่านไปดึงเขาไว้ในลิฟต์ คุณเรนเขาก็ประกาศกร้าวเลยนะครับว่าจะไม่เหยียบเข้ามาในห้องทำงานส่วนตัวของท่านอีกเด็ดขาด ยกเว้นแต่จะมีเอกสารด่วนที่ต้องให้ท่านเซ็นอนุมัติเท่านั้น" พงศ์รายงานตามสถานการณ์จริง โดยไม่กล้าแม้แต่จะสบตาคมกริบที่เริ่มวาวโรจน์ขึ้นมา
คินน์ขบกรามแน่นจนสันกล้ามเนื้อข้างแก้มกระตุก ใบหน้าหล่อเหลาบึ้งตึงลงทันทีเมื่อได้ยินคำว่า 'ไม่เหยียบเข้ามา' ความรู้สึกร้อนรุ่มบางอย่างตีตื้นขึ้นมาในอกจนน่าหงุดหงิด ปากบอกว่าเกลียดความวุ่นวาย ปากบอกว่าอีกฝ่ายเป็นแค่ตัวแสบที่ชอบกวนประสาท แต่ทำไม... พอลับตาไปไม่กี่วัน หัวใจเจ้ากรรมถึงได้โหยหาแววตาดื้อรั้นและคำพูดจิกกัดเจ็บๆ นั่นจนแทบไม่มีสมาธิทำงาน
"ใครบอกให้เขาไม่ต้องมา... ผมเป็นประธานนะ บริษัทนี้เป็นของผม ผมจะให้ใครมาหรือห้ามใครมาก็ได้ทั้งนั้น!" คินน์เผลอเสียงDคดังขึ้นด้วยความร้อนรน กลบเกลื่อนความรู้สึกบางอย่างที่พยายามปฏิเสธมาตลอดว่ามันไม่ใช่ 'ความคิดถึง'
พงศ์ลอบถอนหายใจยาวเหยียดในใจ
*(ท่านประธานครับ... อาการแบบนี้เขาเรียกว่าอาการของคนโบ้ที่กำลังสำนึกผิดและอยากวิ่งไปง้อเขาใจจะขาดแล้วครับ ไม่ใช่ฟอร์มจัดแบบที่ท่านกำลังทำอยู่เลยสักนิด)*
"ถ้าอย่างนั้น... จะให้ผมเชิญคุณเรนเข้ามาพบเรื่องเอกสารด่วนไหมครับ?" พงศ์ลองเชิงถามด้วยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ที่เก็บซ่อนไว้อย่างมิดชิด
"ไม่ต้อง!" คินน์ปฏิเสธเสียงแข็งทันควัน ทว่าดวงตากลับไหววูบอย่างเห็นได้ชัด "ผมจะเดินไปดูเอง... ว่าไอ้โปรเจกต์ที่ส่งมาช้าไปตั้งสิบนาทีเนี่ย มันสมบูรณ์พอที่จะทำให้ผมอนุมัติหรือต้องเรียกมาเฉ่งให้หูชาเล่นๆ กันแน่"
พูดจบ ร่างสูงสง่าในชุดสูทสั่งตัดเข้ารูปก็ผุดลุกขึ้นยืนเต็มความสูง คว้าแฟ้มเอกสารบนโต๊ะมากำไว้ในมือแน่น ขายาวก้าวฉับๆ ออกจากห้องทำงานส่วนตัวด้วยท่าทีที่ร้อนรนจนพงศ์ต้องรีบหันไปมองตามด้วยความทึ่งระคนขบขัน
นี่สินะ... ภาพของท่านประธานผู้เย็นชาและทรงอำนาจ บัดนี้ได้กลายร่างเป็น 'คนโบ้' ที่พ่ายแพ้ให้กับความรู้สึกของตัวเองแบบราบคาบเสียแล้ว
บรรยากาศหน้าแผนกการตลาดค่อนข้างวุ่นวายตามประสาเวลาทำงานช่วงบ่าย พนักงานหลายคนกำลังก้มหน้าก้มตาพิมพ์งานและตรวจเอกสารบนโต๊ะของตนเอง ทว่าความเงียบสงบอันคุ้นเคยกลับถูกทำลายลงอย่างกะทันหัน เมื่อเงาร่างสูงใหญ่คุ้นตาของประธานบริษัทก้าวเข้ามาหยุดยืนอยู่หน้าแผนกอย่างไร้สุ้มเสียง
เสียงซุบซิบเบาๆ เงียบลงทันที ทุกสายตาหันไปมองผู้มาใหม่ด้วยความตกใจและหวาดหวั่น ไม่มีใครคาดคิดว่าท่านประธานผู้ไม่เคยย่างกรายมายังแผนกปฏิบัติการด้วยตัวเอง จะมาปรากฏตัวอยู่ที่นี่ แถมยังส่งรังสีความกดดันแผ่ซ่านออกมารอบตัวจนอุณหภูมิในห้องลดฮวบลงหลายองศา
ทว่า... เป้าหมายของคินน์ไม่ได้อยู่ที่พนักงานคนอื่นเลย สายตาคมกริบกวาดมองหาเป้าหมายอย่างรวดเร็ว จนกระทั่งไปสะดุดเข้ากับร่างโปร่งของใครบางคนที่กำลังนั่งหันหลังให้ เถียงกับหน้าจอคอมพิวเตอร์อย่างเอาเป็นเอาตาย
เรนในชุดเสื้อเชิ้ตสีขาวพับแขนขึ้นถึงข้อศอก เผยให้เห็นผิวเนียนละเอียดและข้อมือระหง กำลังใช้มือข้างหนึ่งเสยผมสีเข้มที่ตกลงมาปรกหน้าผากด้วยความหงุดหงิด ขณะที่อีกมือก็จดโน้ตยิกๆ ลงในสมุดบันทึกริมโต๊ะ
คินน์สูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อเรียกสติ ก่อนจะสาวเท้าเข้าไปใกล้โต๊ะทำงานเป้าหมายทีละก้าว... ทีละก้าว จนกระทั่งเงาสูงทอดทับลงบนโต๊ะทำงานของอีกฝ่าย
"ทำงานกันแบบนี้... หรือว่าสมองของพนักงานแผนกการตลาดจะถดถอยลงไปพร้อมกับยอดขายกันหมดแล้ว ถึงได้ส่งงานที่มีช่องโหว่เห็นชัดเจนแบบนี้มาให้ผมเซ็น"
เสียงทุ้มต่ำอันคุ้นเคยที่ดังขึ้นเหนือหัว ทำให้เรนถึงกับชะงักมือที่กำลังพิมพ์แป้นพิมพ์ ร่างโปร่งขมวดคิ้วมุ่นด้วยความไม่พอใจทันทีที่ได้ยินประโยคเหน็บแนมนั้น ใครกัน... ช่างกล้ามาวิจารณ์งานของเขากลางแผนกแบบนี้
เรนเงยหน้าขึ้นหวจะต่อปากต่อคำให้หูชา แต่คำพูดทั้งหมดกลับติดอยู่แค่ลำคอ เมื่อดวงตากลมโตคู่สวยสบเข้ากับดวงตาคมกริบของคนที่ยืนค้ำหัวอยู่
คินน์ยืนกอดอกมองลงมาด้วยสีหน้านิ่งเรียบ ทว่าประกายในแววตากลับพVกวนและเต็มไปด้วยความรู้สึกบางอย่างที่ซ่อนไว้ไม่มิด ริมฝีปากหยักได้รูปเม้มเข้าหากันเล็กน้อยราวกับกำลังอดกลั้นบางอย่าง
"ท่านประธาน..." เรนกัดฟันกรอด ปรับสีหน้าให้กลับมาเรียบเฉยทันทีแม้หัวใจจะเต้นผิดจังหวะไปวูบหนึ่ง "ถ้างานของผมมันมีปัญหามากจนท่านต้องลงทุนเดินมาถึงที่นี่ด้วยตัวเอง ทำไมไม่ส่งอีเมลมาด่าให้มันจบๆ ไปล่ะครับ หรือว่าห้องทำงานส่วนตัวมันกว้างเกินไป จนทำให้ท่านเหงาจนต้องมาเดินหาเรื่องคนอื่นถึงที่นี่"
ฝีปากคมกริบที่ไม่มีวันยอมแพ้ใคร ทำให้คินน์เผลอยกยิ้มมุมปากขึ้นมาอย่างไม่รู้ตัว—รอยยิ้มที่ไม่ได้เห็นบ่อยนัก และยิ่งทำให้พนักงานรอบข้างถึงกับอ้าปากค้างด้วยความตกตะลึง เพราะปกติแล้ว ใครก็ตามที่กล้าพูดจาแบบนี้ใส่ท่านประธาน คงโดนไล่ออกหรือโดนเฉ่งจนร้องไห้ไปนานแล้ว แต่นี่... ท่านประธานกลับทำหน้าเหมือนคน 'กำลังมีความสุข' เสียอย่างนั้น!
"ปากเก่งขึ้นนะเรน..." คินน์โน้มตัวลงมาใกล้โดยไม่สนสายตาของใคร ใบหน้าหล่อเหลาเคลื่อนเข้าไปใกล้จนเรนต้องเอนตัวหนีตามสัญชาตญาณ "แต่เสียดาย... ที่คำพูดพวกนั้นมันไม่ได้ช่วยกลบเกลื่อนความจริงที่ว่า... คุณกำลังคิดถึงผมอยู่หรอกนะ"
เรนเบิกตากว้างขึ้นเล็กน้อยด้วยความตกใจระคนหมั่นไส้ "ใครคิดถึงคุณกัน! อย่าหลงตัวเองให้มันมากนักเลยครับท่านประธาน หน้าตาก็ดี แต่นิสัยหลงตัวเองนี่แย่จนเยียวยาไม่หายจริงๆ!"
"ถ้าไม่ได้คิดถึง... แล้วทำไมถึงตั้งตารอเอกสารอนุมัติจากผมล่ะ หืม?" คินน์กระซิบด้วยเสียงทุ้มต่ำที่จงใจให้ได้ยินกันแค่สองคน ลลมหายใจอุ่นๆ เป่ารดข้างแก้มเนียนจนเรนรู้สึกร้อนผ่าวขึ้นมาอย่างห้ามไม่อยู่
บรรยากาศรอบตัวราวกับถูกหยุดเวลาไว้ชั่วขณะ เคมีที่พวยพุ่งระหว่างคนทั้งสองรุนแรงเสียจนพงศ์ที่ยืนแอบดูอยู่ไกลๆ ถึงกับต้องยกมือขึ้นทาบอกด้วยความลุ้นระทึก
เรนเม้มริมฝีปากแน่น จ้องมองใบหน้าหล่อเหลาที่อยู่ห่างกันเพียงคืบด้วยความรู้สึกที่ปั่นป่วนในอก ทั้งโกรธ ทั้งเขิน และทั้งหมั่นไส้ในความหน้ามึนของอีกฝ่ายที่นับวันยิ่งทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ
ทว่า... ก่อนที่เรนจะทันได้อ้าปากตอกกลับประโยคเจ็บแสบใส่หน้าคนฉวยโอกาส เสียงแจ้งเตือนโทรศัพท์มือถือบนโต๊ะทำงานก็ดังขึ้นทำลายความเงียบ
เรนก้มลงมองหน้าจอโดยอัตโนมัติ และเพียงแค่เห็นชื่อผู้ส่งที่ปรากฏขึ้นบนหน้าจอ ร่างทั้งร่างก็ชะงักค้าง ดวงตากลมโตหดแคบลงทันทีด้วยความตกใจ
*ข้อความจากเบอร์แปลก: "ยินดีด้วยนะเรน... ที่เธอยังมีความสุขดีกับ 'มัน' แต่ระวังตัวไว้ให้ดีเถอะ ของที่เคยเป็นของฉัน... ฉันไม่มีวันยอมปล่อยให้คนอื่นแย่งไปง่ายๆ แน่"*
พร้อมกับรูปภาพแนบไฟล์ล่าสุดที่ถูกส่งเข้ามา... เป็นภาพถ่ายระยะไกลของคินน์และเรนที่ยืนอยู่ด้วยกันในห้องนี้อย่างชัดเจน!
คินน์สังเกตเห็นความผิดปกติบนใบหน้าของเรนทันที รอยยิ้มพVกวนเมื่อครู่เลือนหายไปในพริบตา แววตาคมกริบแปรเปลี่ยนเป็นความเย็นชาและดุดันขึ้นมาทันทีเมื่อเห็นรังสีความกังวลที่ฉายชัดในดวงตาคู่สวย
"เรน... เกิดอะไรขึ้น?" คินน์ถามเสียงเข้ม มือแกร่งเอื้อมไปคว้าข้อมือเรียวไว้มั่น
เรนเงยหน้าขึ้นสบตากับคินน์ด้วยความรู้สึกที่เย็นวาบไปถึงสันหลัง หัวใจกระหน่ำเต้นด้วยความหวาดระแวงที่ไม่เคยเกิดขึ้นมานาน... ปมในอดีตที่คิดว่าฝังกลบไปแล้ว กำลังถูกขุดคุ้ยขึ้นมาอีกครั้งบนเส้นด้ายที่เปราะบางที่สุด
---
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและใจสั่นไปกับความคลั่งรักแบบไม่พักของท่านประธานคินน์ครับ!
ดีลลับฉบับตัวร้าย: อย่าท้าทายคนคลั่งรัก•ตอนที่ 20
คนโบ้กลับมาแล้ว
ผลงานโดย ราชันย์หอกทมิฬ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ราชันย์หอกทมิฬ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีลลับฉบับตัวร้าย: อย่าท้าทายคนคลั่งรัก นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!